หมากกลแห่งวังวน

ตอนที่ 4 / 40

ตอนที่ 4 — แผนซ้อนแผนในห้องทำงาน

ปลายกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานของท่านรัฐมนตรีชาญชัยที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นห้องสอบสวนชั่วคราว อากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บนเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของอำนาจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยกองเอกสารที่ถูกรื้อค้นออกมาจนกระจัดกระจาย แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านม่านลูกไม้หนาเข้ามาเป็นลำ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ “คุณวิชัยครับ” ปลายเอ่ยเรียกเจ้าหน้าที่นิติกรที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกเอกสาร “มีอะไรคืบหน้าบ้างไหมครับ” เจ้าหน้าที่วิชัย ชายวัยสี่สิบต้นๆ ที่มีแว่นกรอบหนาเตอะสวมอยู่บนใบหน้า เงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ครับคุณปลาย ตอนนี้เรากำลังไล่เรียงเส้นทางการเงินครับ ดูเหมือนว่าท่านรัฐมนตรีจะมีบัญชีลับอยู่หลายบัญชีซ่อนไว้ในเอกสารเหล่านี้เลยทีเดียว มันโยงไปถึงบริษัทนอกอาณาเขต และก็มีชื่อนักการเมืองบางคนปรากฏอยู่ในนั้นด้วยครับ” “นักการเมืองคนไหนบ้าง” ปลายถาม น้ำเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความสนใจ “เท่าที่ดูตอนนี้มีชื่อท่านรองอธิบดีจากกระทรวงคมนาคม และก็มี ส.ส. จากพรรคคู่แข่งของท่านรัฐมนตรีด้วยครับ” วิชัยเลื่อนแว่นตาขึ้น “ดูเหมือนท่านรัฐมนตรีจะเล่นหมากการเมืองที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มาก” ปลายพยักหน้าช้าๆ “แล้วเรื่องข้อพิพาททางธุรกิจล่ะครับ มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมไหม” “เราพบเอกสารการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับโครงการสัมปทานใหญ่ครับ เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งมีบริษัทเอกชนหลายแห่งให้ความสนใจ แต่ดูเหมือนจะมีบริษัทหนึ่งที่ชื่อ ‘อารยัน กรุ๊ป’ ที่มีความได้เปรียบเป็นพิเศษ และก็มีบันทึกการประชุมที่ระบุว่าท่านรัฐมนตรีชาญชัยเป็นผู้ให้การสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่” วิชัยหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมา “แต่ในขณะเดียวกัน เราก็พบว่ามีเอกสารบางส่วนที่แสดงให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะกำลังถูกข่มขู่จากกลุ่มผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มเช่นกัน มีการส่งจดหมายข่มขู่เข้ามาที่สำนักงานหลายฉบับครับ” “จดหมายข่มขู่” ปลายทวนคำ “มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง” “ส่วนใหญ่เป็นการต่อรองให้ท่านรัฐมนตรีถอนตัวจากการสนับสนุนโครงการนี้ครับ หากไม่เช่นนั้นจะเกิดอันตรายถึงชีวิต” วิชัยส่งสำเนาจดหมายข่มขู่ฉบับหนึ่งให้ปลายดู “นี่ครับ เป็นลายมือที่ค่อนข้างหวัด แต่ก็พอจะอ่านออกได้ มีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและคุกคามอย่างชัดเจน” ปลายรับจดหมายมาพิจารณาอย่างละเอียด ตัวอักษรสีดำบนกระดาษสีขาวดูแข็งกร้าวและน่าสะพรึงกลัว “เรามีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อะไรจากจดหมายพวกนี้บ้างไหมครับ” “เราส่งไปตรวจสอบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอแล้วครับ แต่ยังไม่มีผลออกมา” วิชัยตอบ “แต่จากลักษณะการเขียนและการใช้คำ เราคาดว่าอาจจะเป็นกลุ่มที่มีอุดมการณ์สุดโต่งทางการเมือง หรือไม่ก็เป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่พยายามจะกำจัดท่านรัฐมนตรีออกไป” “คู่แข่งทางธุรกิจ” ปลายทวนคำอีกครั้ง “คุณวิชัยครับ ลองเจาะลึกไปที่บริษัท ‘อารยัน กรุ๊ป’ ให้มากขึ้นหน่อยครับ หาข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหาร โครงสร้างการถือหุ้น และความเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญทางการเมือง” “รับทราบครับคุณปลาย” วิชัยรับคำและกลับไปก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารตรงหน้า ปลายเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนหย่อมที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ใบไม้สีเขียวเข้มของต้นไม้ใหญ่สะท้อนแสงแดดอ่อนๆ เป็นภาพที่ดูสงบ แต่ภายใต้ความสงบนั้น กลับซ่อนเร้นความซับซ้อนและอันตรายไว้ไม่น้อย ท่านรัฐมนตรีชาญชัย ไม่ใช่แค่นักการเมืองธรรมดา แต่เป็นผู้เล่นคนสำคัญในเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยกลอุบายและการหักหลัง เธอหันกลับมาที่กองเอกสารอีกครั้ง สายตาของเธอจับจ้องไปที่สมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ถูกวางซ้อนทับอยู่บนกองกระดาษ มันเป็นสมุดปกหนังสีดำ ดูเรียบง่าย แต่กลับให้ความรู้สึกน่าค้นหา ปลายหยิบมันขึ้นมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง หน้าแรกมีข้อความเขียนด้วยลายมือที่ประณีต แต่ดูเร่งรีบ “บันทึกส่วนตัว - ช.ชัย” “นี่คือสมุดบันทึกส่วนตัวของท่านรัฐมนตรี” ปลายพูดขึ้น “เราอาจจะได้เบาะแสสำคัญจากที่นี่” เธอค่อยๆ เปิดอ่านไปทีละหน้า ข้อความในบันทึกมีทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และบันทึกความคิดส่วนตัวของท่านรัฐมนตรี มีการกล่าวถึงการประชุมลับ การเจรจาที่ไม่เปิดเผย และการเผชิญหน้ากับบุคคลที่มีอำนาจ “บันทึกการพบปะกับ ‘เสือดำ’ วันที่ 15 เดือนที่แล้ว เขาข่มขู่ว่าจะเปิดโปงเรื่องโครงการ ‘พฤกษ์ทมิฬ’ หากฉันไม่ยอมถอนตัว” “เสือดำ” ปลายขมวดคิ้ว ‘เสือดำ’ คือชื่อเล่นของใครกันแน่ เธออ่านต่อไป “ความกดดันจาก ‘พฤกษ์ทมิฬ’ รุนแรงขึ้นทุกวัน ‘นางพญา’ ก็ไม่ยอมอ่อนข้อ แถมยังวางแผนจะกำจัดฉันเสียอีก” ‘นางพญา’ ใครกันคือ ‘นางพญา’ “ฉันต้องหาทางรับมือกับสถานการณ์นี้ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” หน้าสุดท้ายของบันทึกเขียนไว้แค่นี้ เหมือนกับว่าเรื่องราวของท่านรัฐมนตรีชาญชัยต้องหยุดลงอย่างกะทันหัน “คุณวิชัยครับ” ปลายหันไปหาเจ้าหน้าที่นิติกร “คุณพอจะทราบไหมว่า ‘เสือดำ’ หรือ ‘นางพญา’ คือใคร” วิชัยส่ายหน้า “ยังไม่มีข้อมูลเลยครับคุณปลาย จากบันทึกพวกนี้ก็ยากที่จะระบุตัวตนได้” “ไม่เป็นไรครับ” ปลายเก็บสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้ “เราจะหาทางรู้ให้ได้” เธอเดินออกจากห้องทำงานของท่านรัฐมนตรี ทิ้งไว้เพียงกองเอกสารที่ยังรอการคลี่คลาย และปริศนาอีกมากมายที่รอให้เธอไข ปลายรู้ดีว่าคดีนี้ซับซ้อนกว่าที่เห็นเบื้องต้น มีทั้งเรื่องการเมือง การเงิน และผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันกับบุคคลระดับสูง การตายของท่านรัฐมนตรีชาญชัย อาจไม่ใช่แค่การฆาตกรรมธรรมดา แต่อาจเป็นส่วนหนึ่งของ ‘หมากกล’ ที่ใหญ่กว่านั้น “คุณตำรวจ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ปลายหันไปมอง ก็พบกับท่านหญิงดารารัตน์ ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับทนายส่วนตัวของเธอ “ดิฉันมีเรื่องจะแจ้งให้คุณทราบค่ะ” “ครับท่านหญิง” ปลายตอบรับ “มีอะไรหรือครับ” “ดิฉันเพิ่งนึกได้ว่า เมื่อสองวันก่อนงานศพสามีของดิฉัน มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งมาหาที่บ้านค่ะ เขาอ้างว่าเป็นตัวแทนจาก ‘สภาผู้แทนแห่งชาติ’ มาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องงานของท่านชาญชัย” ท่านหญิงดารารัตน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “ดิฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่เลยค่ะ” “ชายคนนั้นมีลักษณะอย่างไรครับ” ปลายถามอย่างตั้งใจ “เขา... เขาดูเป็นคนมีอายุหน่อยค่ะ หน้าตาเคร่งขรึม สวมสูทสีเข้มตลอดเวลา พูดจาโผงผาง และดูเหมือนจะรู้เรื่องงานของท่านชาญชัยดีทีเดียวค่ะ” ท่านหญิงดารารัตน์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “เขาถามดิฉันถึงเอกสารบางอย่างที่เกี่ยวกับโครงการ ‘พฤกษ์ทมิฬ’ ค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่ามันคืออะไร เลยตอบเขาไปว่าไม่รู้เรื่อง” “คุณท่านหญิงครับ” ปลายกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ชายคนนั้นได้ทิ้งนามบัตร หรือเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้บ้างไหมครับ” “ไม่มีเลยค่ะ เขาบอกแค่ว่าถ้าดิฉันนึกอะไรออก หรือเจอเอกสารอะไรที่เกี่ยวข้อง ให้รีบติดต่อกลับไปที่สำนักงานของท่านรองอธิบดีกระทรวงคมนาคมค่ะ” ท่านหญิงดารารัตน์ตอบ “ดิฉันรู้สึกว่าเขากำลังคุกคามดิฉันค่ะ” ‘รองอธิบดีกระทรวงคมนาคม’ นี่คือชื่อที่ปรากฏอยู่ในเอกสารที่วิชัยกำลังตรวจสอบอยู่ ปลายเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างน่าประหลาด “ขอบคุณมากครับท่านหญิง ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากครับ” “ดิฉันหวังว่าคุณตำรวจจะจับคนร้ายได้เร็วๆ นะคะ” ท่านหญิงดารารัตน์กล่าวเสริม “ดิฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลยค่ะ” ปลายพยักหน้า “ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ” เมื่อท่านหญิงดารารัตน์และทนายส่วนตัวจากไป ปลายก็ยังคงยืนนิ่งอยู่บริเวณโถงทางเดินของคฤหาสน์ ภาพใบหน้าเศร้าสร้อยของท่านหญิงดารารัตน์ยังคงติดตา แต่แววตาที่ฉายประกายความกังวลนั้น มันบอกบางอย่างที่มากกว่าความเสียใจ เธอเองก็เป็นหนึ่งใน ‘ตัวหมาก’ ที่ถูกเดินในกระดานเกมการเมืองนี้เช่นกัน “เสือดำ” “นางพญา” “พฤกษ์ทมิฬ” และ “รองอธิบดีกระทรวงคมนาคม” ชื่อเหล่านี้ค่อยๆ ก่อตัวเป็นภาพร่างของปริศนาที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ปลายรู้ดีว่าการไขคดีนี้ จะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังฉากหน้าทางการเมืองอันงดงาม

6,364 ตัวอักษร