ตอนที่ 21 — รอยนิ้วมือที่ชี้ขาด
บรรยากาศในห้องทำงานของอาจารย์สมศักดิ์ ในช่วงค่ำคืนนั้น ดูอึมครึมและเงียบสงัดกว่าที่เคย ดนัยและจ่าสิบตำรวจมานพกลับมาที่นี่อีกครั้ง พร้อมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่ได้รับคำสั่งให้นำอุปกรณ์มาเพื่อเก็บรอยนิ้วมือที่พบบนหน้ากระดาษโบราณ
“นี่คือหน้าที่กระดาษที่พบรอยนิ้วมือใช่ไหมครับ?” เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานถาม พร้อมกับชี้ไปยังกระดาษที่ถูกเก็บไว้อย่างดีในซองพลาสติก
“ถูกต้องครับ” ดนัยตอบ “รอยนิ้วมือปรากฏอยู่บริเวณมุมด้านล่างของหน้ากระดาษ”
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานค่อยๆ สวมถุงมือยาง ก่อนจะหยิบอุปกรณ์สำหรับเก็บรอยนิ้วมือออกมา เขานำผงละเอียดสีดำโรยลงไปบนกระดาษอย่างเบามือ จากนั้นก็ใช้แปรงขนอ่อนปัดผงเหล่านั้นออกอย่างช้าๆ
“นี่ไงครับ” เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกล่าว “รอยนิ้วมือที่ชัดเจน”
ดนัยและจ่าสิบตำรวจมานพก้มลงมอง รอยนิ้วมือที่ปรากฏบนกระดาษโบราณนั้นดูเด่นชัด มันเป็นลายนิ้วมือที่สมบูรณ์ คมชัด ไม่ได้เลือนรางเหมือนรอยที่เกิดจากการสัมผัสเพียงผิวเผิน
“ผมจะเก็บตัวอย่างรอยนิ้วมือนี้ไว้ครับ” เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกล่าว “และจะนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของเรา รวมถึง… รอยนิ้วมือของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมด”
“ขอบคุณมากครับ” ดนัยกล่าว “เราหวังว่ารอยนิ้วมือนี้จะนำพาเราไปสู่ความจริง”
หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่างรอยนิ้วมือเสร็จแล้ว ดนัยก็มองไปรอบๆ ห้องทำงานของอาจารย์สมศักดิ์ อีกครั้ง เขาเดินไปที่ชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยตำราโบราณจำนวนมาก พลางนึกถึงคำพูดของศาสตราจารย์สมบัติ ที่บอกว่าอาจารย์สมศักดิ์ เป็นคนที่ระมัดระวังอย่างมากในการสัมผัสกับเอกสารโบราณ
“ถ้าอาจารย์สมศักดิ์ สวมถุงมือตลอดเวลา แล้วรอยนิ้วมือนี้มันมาจากไหนกัน?” ดนัยพึมพำกับตัวเอง
จ่าสิบตำรวจมานพเดินเข้ามาใกล้ “คุณกำลังคิดอะไรอยู่ ดนัย?”
“ผมกำลังสงสัยครับจ่า” ดนัยตอบ “ศาสตราจารย์สมบัติบอกว่า อาจารย์สมศักดิ์ จะสวมถุงมือเสมอเวลาทำงานกับเอกสารโบราณ ถ้าอย่างนั้น… รอยนิ้วมือที่พบบนหน้ากระดาษเล่มนั้น มันอาจจะไม่ได้มาจากอาจารย์สมศักดิ์ เอง”
“หมายความว่า… เป็นของฆาตกร?” จ่าสิบตำรวจมานพถาม
“อาจจะเป็นไปได้ครับ” ดนัยกล่าว “หรืออาจจะเป็นของใครก็ตามที่เข้ามาในห้องนี้หลังจากอาจารย์สมศักดิ์ เสียชีวิต และได้สัมผัสกับหน้ากระดาษนั้นโดยบังเอิญ”
“แต่ถ้าเป็นรอยนิ้วมือของฆาตกรจริงๆ มันก็จะช่วยให้เราจับตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น” จ่าสิบตำรวจมานพกล่าว
“ใช่ครับ” ดนัยเห็นด้วย “แต่เราก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่อง ‘ผู้ที่เฝ้ามอง’ ออกไปได้ เราต้องรอผลการเปรียบเทียบจากฐานข้อมูลก่อน”
ขณะที่กำลังจะออกจากห้องทำงาน ดนัยก็เหลือบไปเห็นกล่องไม้เล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของอาจารย์สมศักดิ์ กล่องนั้นดูเก่าแก่ มีลวดลายสลักที่สวยงาม
“กล่องใบนี้มีอะไรอยู่หรือเปล่าครับ?” ดนัยถาม
“ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ” จ่าสิบตำรวจมานพตอบ “อาจจะเป็นของอาจารย์สมศักดิ์ เอง”
ดนัยหยิบกล่องนั้นขึ้นมา เขาลองเปิดมันออกดู ภายในกล่องมีเพียงกระดาษแผ่นเล็กๆ หนึ่งแผ่น พับไว้อย่างดี เมื่อคลี่ออก ดนัยก็พบว่ามันเป็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือของอาจารย์สมศักดิ์
“นี่มัน… บันทึกส่วนตัวของอาจารย์สมศักดิ์” ดนัยกล่าว
“อ่านให้ฟังหน่อยสิ” จ่าสิบตำรวจมานพเร่ง
ดนัยเริ่มอ่านข้อความนั้น “‘ข้าพเจ้ารู้สึกว่า มีใครบางคนกำลังจับตามองข้าพเจ้าอยู่เสมอ แม้ในยามที่ข้าพเจ้าอยู่เพียงลำพังในห้องแห่งนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกถึงสายตาเย็นเยียบที่จ้องมองมาจากเงามืด ข้าพเจ้ากลัว… แต่ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถหยุดยั้งความปรารถนาที่จะเปิดเผยความจริงของ ‘คัมภีรภาพ’ ได้’ ”
“ ‘ผู้ที่เฝ้ามอง’…” จ่าสิบตำรวจมานพทวนคำนั้น “นี่คือสิ่งที่อาจารย์สมศักดิ์ รู้สึกจริงๆ”
“ ‘ข้าพเจ้าได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันสิ่งที่ข้าพเจ้าสงสัยมาตลอด’ ” ดนัยอ่านต่อไป “ ‘หลักฐานชิ้นนี้… มันจะเปลี่ยนทุกอย่าง’ ”
“หลักฐานชิ้นไหนกัน?” จ่าสิบตำรวจมานพถามอย่างสงสัย
ดนัยเหลือบมองไปที่หน้ากระดาษโบราณที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพิ่งเก็บรอยนิ้วมือไป “หรือว่า… หน้ากระดาษเล่มนั้น คือหลักฐานที่อาจารย์สมศักดิ์ พูดถึง?”
“แล้วรอยนิ้วมือบนหน้ากระดาษเล่มนั้น… เป็นของใคร?” จ่าสิบตำรวจมานพถาม
“ผมว่า… เราคงต้องรอผลการเปรียบเทียบรอยนิ้วมือครับ” ดนัยกล่าว “แต่ผมมีลางสังหรณ์ว่า… รอยนิ้วมือนั่น จะนำพาเราไปสู่คำตอบที่แท้จริง”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของจ่าสิบตำรวจมานพก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู เป็นเบอร์ของทางห้องแล็บ
“ฮัลโหลครับ…” จ่าสิบตำรวจมานพรับสาย “เป็นไงบ้างครับ?… อะไรนะครับ?… ชัดเจนเลยเหรอ?… เยี่ยมมาก!”
จ่าสิบตำรวจมานพวางสายโทรศัพท์ลง ใบหน้าของเขามีแววตื่นเต้น
“เป็นไงบ้างครับจ่า?” ดนัยถามอย่างใจจดใจจ่อ
“รอยนิ้วมือที่พบ… มันตรงกับฐานข้อมูลของเราครับ” จ่าสิบตำรวจมานพกล่าว
“ของใครครับ?” ดนัยถามเสียงดัง
“ของ… รองศาสตราจารย์นพพร ครับ” จ่าสิบตำรวจมานพตอบ
ดนัยอึ้งไปทันที ดวงตาเบิกกว้าง เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน รองศาสตราจารย์นพพร ผู้ที่ให้ข้อมูลแก่พวกเขามาโดยตลอด ผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้บริสุทธิ์… เป็นผู้ต้องสงสัย?
“เป็นไปไม่ได้ครับ!” ดนัยอุทาน “ท่านรองศาสตราจารย์… ท่านให้ข้อมูลพวกเรามาตลอด”
“แต่หลักฐานมันชัดเจนครับดนัย” จ่าสิบตำรวจมานพกล่าว “รอยนิ้วมือบนหน้ากระดาษโบราณ… มันคือของรองศาสตราจารย์นพพร”
ความจริงอันน่าตกตะลึงได้ปรากฏขึ้น ทำให้ม่านหมอกแห่งความจริงที่พร่าเลือน เริ่มถูกเปิดเผยออกไปทีละน้อย เผยให้เห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวกว่าที่เคยคาดคิดมาก่อน
4,349 ตัวอักษร