ตอนที่ 31 — เปิดเผยความลับในกล่องไม้โบราณ
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาอาบไล้โถงทางเดินชั้นบนของหอสมุด ก่อเกิดเงาทอดยาวของชั้นหนังสือสูงตระหง่าน ดนัยและจ่ามานพยืนอยู่ตรงนั้น กล่องไม้โบราณวางอยู่บนพื้นเบื้องหน้า กลิ่นอายของไม้เก่าและกระดาษซีดจางคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ดนัยก้มลงไปสำรวจกล่องอย่างละเอียด เขาค่อยๆ เลื่อนมือไปตามรอยต่อของฝากล่อง พยายามมองหาร่องรอยของกลไกซ่อนเร้นที่อาจเคยถูกซ่อนไว้
“ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษนะคุณจ่า” ดนัยพึมพำ พลางลูบไล้ไปตามพื้นผิวที่ขรุขระของกล่อง “รอยแกะสลักก็ดูธรรมดา ไม่ได้มีสัญลักษณ์แปลกๆ อะไร”
จ่ามานพย่อตัวลงมามองใกล้ๆ “ผมก็ว่าอย่างนั้น แต่ศาสตราจารย์สมเกียรติไม่ได้สร้างกลไกบ้าๆ บอๆ ขึ้นมาเล่นๆ หรอกนะนักสืบ ต้องมีอะไรซักอย่างที่เรามองข้ามไป” เขายกมือขึ้นแตะที่ด้านข้างของกล่อง คิ้วขมวดแน่น “ลองดูตรงนี้สิ”
ดนัยหันไปมองตามนิ้วของจ่ามานพ ตรงจุดที่จ่าชี้คือส่วนที่เนื้อไม้ดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย มันมีสีเข้มกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยและมีร่องรอยเหมือนถูกขัดถูบ่อยครั้ง ดนัยใช้เล็บค่อยๆ เขี่ยลงไปที่รอยนั้น ความรู้สึกถึงความไม่สม่ำเสมอของพื้นผิวทำให้เขาสนใจ
“เหมือนมีอะไรบางอย่างถูกซ่อนไว้จริงๆ ด้วยครับ” ดนัยกล่าว “แต่มันแน่นมากเลย”
“ต้องมีวิธีเปิดมันสิ” จ่ามานพพูดเสียงเครียด “เราพกเครื่องมือมานิดหน่อย ลองนี่ดู” จ่าหยิบไขควงปากแบนขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า “ลองค่อยๆ แงะดูทีละนิด อย่าให้แรงเกินไป เดี๋ยวไม้จะเสียหาย”
ดนัยรับไขควงมาอย่างระมัดระวัง เขาค่อยๆ สอดปลายไขควงเข้าไปในรอยแยกที่มองเห็นได้รางๆ ตรงจุดที่เนื้อไม้มีสีเข้มกว่า จากนั้นค่อยๆ ออกแรงบิดและงัดขึ้นช้าๆ เสียงไม้เสียดสีกันดังแกรบเบาๆ เป็นสัญญาณว่ากำลังมีความเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้น
“มันขยับแล้วครับคุณจ่า!” ดนัยกระซิบด้วยความตื่นเต้น “เหมือนมีส่วนที่แยกออกได้”
เขาออกแรงงัดอีกครั้ง คราวนี้ส่วนที่ดูเหมือนเป็นเพียงรอยแยกก็ค่อยๆ ปลิ้นเปิดออก เผยให้เห็นช่องเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน ดนัยสอดนิ้วเข้าไปในช่องนั้น พยายามจะดึงมันออกมา แต่ก็ยังแน่นอยู่ดี
“ให้ผมช่วย” จ่ามานพยื่นมือมาช่วย ดนัยกับจ่ามานพออกแรงดึงพร้อมกัน ส่วนที่แยกออกนั้นค่อยๆ เลื่อนออกมาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นกลไกเล็กๆ ซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใน มันไม่ใช่ลิ้นชัก แต่เป็นแผงไม้ที่ถูกออกแบบมาให้เลื่อนออกได้ และเมื่อแผงไม้นี้ถูกเลื่อนออกจนสุด ก็จะเผยให้เห็นส่วนที่ลึกเข้าไปด้านในของกล่อง
“นี่มันอะไรกันเนี่ย” จ่ามานพพึมพำ มองดูแผงไม้ที่เลื่อนออกไป “เป็นกลไกที่ซับซ้อนมากจริงๆ”
ดนัยมองเข้าไปในช่องที่เปิดออกใหม่ เขาเห็นซองจดหมายสีซีดจางวางซ้อนกันอยู่หลายฉบับ วางเรียงอย่างเป็นระเบียบภายในช่องลับนั้น กลิ่นกระดาษเก่าลอยขึ้นมาเตะจมูก ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะค้นพบความลับที่ถูกเก็บงำมานาน
“เจอแล้วครับคุณจ่า” ดนัยกล่าวเสียงเบา “เป็นจดหมาย”
เขาค่อยๆ เอื้อมมือเข้าไปหยิบจดหมายฉบับบนสุดขึ้นมาอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซองจดหมายมีตราประทับสีเข้มจางๆ ซึ่งไม่สามารถระบุรูปภาพได้ชัดเจนนัก เนื่องจากกาลเวลาได้กัดกร่อนมันไปมากแล้ว การเขียนชื่อผู้รับและผู้ส่งก็เลือนรางจนแทบอ่านไม่ออก
“ให้ผมดูหน่อย” จ่ามานพขยับเข้ามาใกล้ ดนัยยื่นซองจดหมายให้ จ่ามานพใช้แว่นขยายที่พกติดตัวมาส่องดูตราประทับและตัวอักษรที่เลือนราง
“ตราประทับนี่… ผมเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ” จ่ามานพพึมพำ “เหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของชมรมเก่าแก่สมัยก่อน”
“ชมรมอะไรครับ” ดนัยถาม
“ไม่แน่ใจครับ ชื่อชมรมมันโบราณมากแล้ว นานจนผมแทบจะจำไม่ได้” จ่ามานพถอนหายใจ “เอาล่ะ เปิดดูข้างในกันดีกว่า”
ดนัยค่อยๆ แกะซองจดหมายออกอย่างระมัดระวัง เขาพบว่าข้างในมีกระดาษเขียนข้อความอยู่หนึ่งแผ่น ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือบรรจงและพู่กันที่เคยสีเข้ม บัดนี้ซีดจางไปตามกาลเวลา แต่ยังพออ่านออกได้
“นี่มัน… บันทึกจากศาสตราจารย์สมเกียรติเองครับ” ดนัยกล่าว พลางกวาดสายตาอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว “เขาบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ… กลไกนี้”
“กลไกอะไร” จ่ามานพถาม
“กลไกที่ใช้เปิดช่องลับนี่ไงครับ” ดนัยตอบ “เขาบอกว่ามันคือ ‘กลไกแห่งการเปิดเผย’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บซ่อนความลับที่สำคัญที่สุด”
“แล้วความลับนั้นคืออะไรล่ะ”
ดนัยอ่านต่อไป “เขาเขียนว่า ‘ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ มิใช่อำนาจหรือทรัพย์สิน แต่คือความรู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด… เป็นความรู้ที่จะเปลี่ยนมุมมองของโลกของเราไปตลอดกาล’”
“เป็นความรู้ที่เปลี่ยนมุมมองของโลก?” จ่ามานพทวนคำ “ฟังดูยิ่งใหญ่เกินไปแล้วนะ”
“เขายังเขียนอีกว่า ‘ข้าพเจ้าได้ค้นพบเบาะแสสำคัญจากเอกสารโบราณฉบับหนึ่ง ที่ถูกซ่อนไว้ในส่วนลึกของหอสมุดแห่งนี้… เอกสารที่อาจมีผู้ครอบครองมานานหลายศตวรรษ แต่ไม่มีใครเคยเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน’”
“เอกสารโบราณฉบับนั้นอยู่ที่ไหน” ดนัยถามเสียงกระตือรือร้น “เขาบอกไหม”
“ครับ เขาบอก” ดนัยอ่านต่อไป “เขาบอกว่าเอกสารนั้นถูกซ่อนไว้ใน… ‘ห้องแห่งความเงียบ’ ตรงชั้นใต้ดินของหอสมุด”
“ห้องแห่งความเงียบ?” จ่ามานพเลิกคิ้ว “ไม่เคยได้ยินชื่อห้องนี้มาก่อนเลย”
“ผมก็เหมือนกันครับ” ดนัยกล่าว “แต่ในบันทึกนี้ เขาอธิบายถึงทางเข้าห้องนั้นไว้ด้วย เขาบอกว่ามันอยู่หลังชั้นหนังสือที่จัดหมวดหมู่เกี่ยวกับ… ‘ตำนานกรีกโบราณ’”
“ตำนานกรีกโบราณ…” จ่ามานพพึมพำ “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เอกสารนั้นอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีนี้เลยก็ได้นะ”
ดนัยพยักหน้าเห็นด้วย “แต่ก่อนอื่น เราต้องหา ‘ห้องแห่งความเงียบ’ ให้เจอเสียก่อน” เขาหยิบจดหมายอีกฉบับขึ้นมาอ่าน “จดหมายฉบับนี้… เขียนถึงศาสตราจารย์สมเกียรติเหมือนกันครับ แต่ผู้ส่ง… คือ ‘A’”
“A? ใครคือ A?” จ่ามานพถาม
“ผมไม่แน่ใจครับ แต่ในจดหมายฉบับนี้ เขาเขียนด้วยน้ำเสียงที่… ดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่” ดนัยอ่านข้อความในจดหมาย “‘ศาสตราจารย์ ท่านกำลังก้าวล้ำไปเกินกว่าที่จะควบคุมได้ ความรู้นั้นอันตรายเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะรับไหว จงหยุดยั้งเสียก่อนที่จะสายเกินไป มิเช่นนั้น… ท่านจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมา’”
“เป็นการข่มขู่ชัดๆ” จ่ามานพพูดอย่างหงุดหงิด “แสดงว่ามีคนรู้เรื่องที่ศาสตราจารย์สมเกียรติกำลังค้นพบ และไม่ต้องการให้เขาทำสำเร็จ”
“และคนผู้นั้นก็ใช้นามแฝงว่า ‘A’ ครับ” ดนัยกล่าว “ผมคิดว่า A นี่แหละ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น เราต้องรีบหา ‘ห้องแห่งความเงียบ’ ให้เจอให้เร็วที่สุด” จ่ามานพตัดสินใจ “เราอาจจะพบเบาะแสเพิ่มเติมที่นั่น”
ดนัยพยักหน้าเห็นด้วย เขามองไปที่กล่องไม้โบราณอีกครั้งหนึ่งอย่างพิจารณา “กลไกนี้… มันซับซ้อนจริงๆ ครับ เป็นการออกแบบที่ยอดเยี่ยมมาก”
“แน่นอน” จ่ามานพกล่าว “ศาสตราจารย์สมเกียรติไม่ใช่คนธรรมดา”
“แล้วจดหมายอีกสองฉบับที่เหลือล่ะครับ” ดนัยหยิบจดหมายที่เหลือขึ้นมา
“เปิดดูเถอะ” จ่ามานพกล่าว “บางทีอาจจะมีข้อมูลที่สำคัญกว่านี้ซ่อนอยู่”
ดนัยค่อยๆ เปิดจดหมายอีกสองฉบับที่เหลืออย่างบรรจง ฉบับหนึ่งเป็นจดหมายจากผู้ดูแลหอสมุด แจ้งเตือนศาสตราจารย์สมเกียรติเรื่องการเข้าถึงพื้นที่หวงห้ามบางส่วนในหอสมุด และอีกฉบับหนึ่งเป็นบันทึกสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของศาสตราจารย์สมเกียรติเอง
“บันทึกนี้… เขียนไว้เมื่อไม่นานมานี้เองครับ” ดนัยอ่าน “‘ข้าพเจ้ารู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจับตามองข้าพเจ้าอยู่… เสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาในความเงียบ… เงาที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัว… ข้าพเจ้ารู้สึกไม่ปลอดภัย’”
“เขาถูกคุกคามจริงๆ” จ่ามานพกล่าว “นี่มันไม่ใช่แค่การแข่งขันทางวิชาการธรรมดาแล้ว”
“ครับ” ดนัยตอบ “มันลึกซึ้งกว่านั้นมาก” เขาเงยหน้าขึ้นมองจ่ามานพ “เราต้องไปที่ห้องแห่งความเงียบให้เร็วที่สุด”
“ตกลง” จ่ามานพกล่าว “แต่ก่อนอื่น เราจะเอากล่องนี้และจดหมายทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยไปค้นหาห้องนั้น”
ดนัยพยักหน้าเห็นด้วย เขารู้สึกได้ถึงความเร่งรีบที่คืบคลานเข้ามา ความจริงบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย และเขาต้องรีบไขปริศนานี้ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
6,215 ตัวอักษร