ตอนที่ 1 — ของเล่นชิ้นโปรดของปู่หายไป
เสียงหัวเราะร่วนของเด็กน้อยดังแว่วมาแต่ไกล ผสมผสานกับเสียงกระแอมไอแหบพร่าของชายชรา สร้างบรรยากาศอันอบอุ่นคุ้นเคยที่บ้านสวนหลังเล็กในยามบ่ายแก่ๆ แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลอดใบไม้เขียวขจีของต้นมะม่วงสูงใหญ่ลงมาเป็นลำ ประกายระยิบระยับบนพื้นดินที่ถูกปูด้วยหญ้าสีทอง คุณตาบุญมา ชายวัยเจ็ดสิบปลายๆ ที่ยังคงแข็งแรงผิดวัย ผมเผ้าขาวโพลนแต่แววตาเป็นประกายทอประกายแห่งความสนุกสนาน กำลังนั่งชันเข่าอยู่บนเก้าอี้หวายเก่าคร่ำคร่า มองดูหลานชายตัวน้อยวัยหกขวบ นามว่าน้องต้นกล้า ซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาคุ้ยเขี่ยกองใบไม้แห้งอย่างขะมักเขม้น เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม แสดงถึงความตั้งใจจริง
“ต้นกล้า หลานรัก ทำอะไรอยู่หรือนั่น?” คุณตาบุญมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม พลางยื่นมือที่เต็มไปด้วยลายเส้นแห่งกาลเวลาไปลูบศีรษะของหลานชายเบาๆ
น้องต้นกล้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสแจ๋วที่ฉายแววฉงนมองคุณตา “ปู่ครับ ต้นกล้าหากล่องของเล่นของปู่ไม่เจอครับ กล่องไม้สีฟ้าใบนั้นน่ะครับ มันหายไปไหนไม่รู้”
คุณตาบุญมาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “กล่องของเล่นของปู่รึ? กล่องใบนั้นน่ะเหรอ? ปู่ก็นึกว่าหลานจำไม่ได้เสียอีก” ท่านหัวเราะเบาๆ “ปู่เก็บไว้ในห้องใต้บันไดนั่นแหละ ปกติปู่จะเปิดเอามาเล่นกับหลานตอนเย็นๆ นี่นา”
“แต่ต้นกล้าไปดูมาแล้วครับปู่ ไม่มีเลยสักนิด กล่องมันหายไปจริงๆ นะครับ” น้องต้นกล้าทำหน้าเศร้าสร้อย มือเล็กๆ ที่เปื้อนดินกอดอกแน่น “ของเล่นข้างในนั้น ปู่เคยเล่าให้ฟังว่าเป็นของวิเศษของปู่ด้วยนะ ต้นกล้าอยากเล่นด้วย”
คุณตาบุญมาคลี่ยิ้ม ดวงตาฉายแววคิดถึง “ของวิเศษของปู่… ใช่แล้ว มันเป็นของวิเศษจริงๆ นั่นแหละ” ท่านลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แต่อวดรวดเร็วเกินวัย “เอาล่ะ ถ้ากล่องวิเศษของปู่หายไป เราก็ต้องออกตามหามันสิ”
“จริงเหรอครับปู่?” ดวงตาของน้องต้นกล้าเป็นประกายขึ้นมาทันที ความเศร้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น “เราจะไปตามหากันที่ไหนครับ?”
“เราจะตามหาที่นี่แหละ ที่สวนหลังบ้านของเรานี่แหละ” คุณตาบุญมาตอบ พลางมองไปรอบๆ สวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ผลนานาชนิด พุ่มไม้หนาทึบ และแปลงผักสวนครัวที่เขียวชอุ่ม “ปู่ว่านะ กล่องใบนั้นอาจจะกำลังออกไปผจญภัยของมันเองก็ได้”
“ผจญภัย?” น้องต้นกล้าทวนคำอย่างสนใจ “กล่องของเล่นจะผจญภัยไปเองได้ยังไงครับ?”
“อืม… ก็เป็นไปได้นะ” คุณตาบุญมาแกล้งทำท่าครุ่นคิด “บางทีมันอาจจะมีพลังวิเศษที่ทำให้มันเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้เอง ใครจะรู้”
“ว้าว! เจ๋งจังเลยครับปู่!” น้องต้นกล้ากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “งั้นเราก็ต้องออกตามหามันเหมือนนักสืบเลยสิครับ!”
“ถูกต้องแล้วหลานรัก” คุณตาบุญมาวางมือบนไหล่ของหลานชาย “วันนี้ เราสองคนจะเป็นนักสืบปู่หลาน ออกตามล่ากล่องวิเศษที่หายไป” ท่านกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ “ก่อนอื่นเลย เรามาตั้งสมมติฐานกันก่อน กล่องหายไปจากที่ไหน? จากห้องใต้บันไดสินะ แล้วครั้งสุดท้ายที่หลานเห็นกล่องนี้เมื่อไหร่?”
“เมื่อวานตอนเย็นครับปู่ ต้นกล้ายังเห็นปู่นั่งเล่นอยู่เลย” น้องต้นกล้าตอบ พลางยกนิ้วชี้ขึ้นจรดคาง คิดอย่างจริงจัง “แล้วก็… ต้นกล้าจำได้ว่า เมื่อคืนฝนตกหนักมากเลยครับปู่”
“อืม ฝนตกหนักสินะ” คุณตาบุญมาพยักหน้า “แล้วก่อนฝนตกหลานจำได้ไหมว่าปู่ทำอะไรกับกล่องใบนั้น?”
“ปู่… ปู่เอาลูกแก้วสีฟ้าที่อยู่ในกล่องออกมาเล่น แล้วก็… แล้วก็ปู่กำลังจะเก็บเข้าที่ แต่แล้วก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปู่ก็รีบไปรับสาย แล้ว… ต้นกล้าจำไม่ได้แล้วครับ” น้องต้นกล้าขมวดคิ้ว พยายามนึกย้อนเหตุการณ์ “แต่ต้นกล้าจำได้ว่าปู่ดูรีบๆ ครับ”
“ใช่ ปู่จำได้แล้ว” คุณตาบุญมาพึมพำ “ปู่รีบไปรับโทรศัพท์สายด่วนจากญาติที่อยู่ต่างจังหวัดพอดี ช่วงนั้นมีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย ปู่เลยอาจจะเผลอวางกล่องไว้ที่อื่นก็ได้” ท่านมองไปที่ประตูห้องใต้บันได “ไปสิ ไปดูกันอีกที”
ทั้งสองคนเดินไปยังประตูห้องใต้บันได บานประตูไม้เก่าดูหนักอึ้ง คุณตาบุญมาออกแรงเปิดออก เผยให้เห็นความมืดสลัวภายใน กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและของเก่าปะปนมาด้วย
“ปู่ครับ ตรงนี้ก็ไม่มีครับ” น้องต้นกล้าเอ่ยขึ้นหลังจากใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์ของคุณตาสำรวจไปทั่วบริเวณ “เห็นแต่ลังกระดาษเก่าๆ กับไม้กวาดเอง”
คุณตาบุญมาพยักหน้า “ไม่เป็นไร เรายังมีที่อื่นให้ค้นหาอีกเยอะ” ท่านเดินนำหลานชายออกมาจากห้องใต้บันได “ลองคิดดูนะ ว่าถ้าปู่รีบๆ จะเอาของไปวางที่ไหนได้บ้าง ที่มันใกล้ๆ และหยิบได้ง่าย?”
น้องต้นกล้ากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณโถงทางเดินเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้าน “อืม… โต๊ะข้างหน้าต่างไหมครับปู่? ตรงนั้นปู่ชอบนั่งอ่านหนังสือ”
“ดีมาก! ความคิดดี” คุณตาบุญมาชมเชย “ไปดูกัน”
ทั้งสองคนเดินไปยังโต๊ะไม้สักตัวเก่าที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังสวนหลังบ้านอย่างที่น้องต้นกล้าบอก บนโต๊ะมีหนังสือเก่าๆ วางซ้อนกันอยู่หลายเล่ม และมีแจกันดอกไม้แห้งที่ปักไว้
“ไม่มีเลยครับปู่” น้องต้นกล้าส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
คุณตาบุญมาถอนหายใจเบาๆ “ไม่เป็นไรๆ อย่าเพิ่งท้อ” ท่านเดินไปที่เก้าอี้หวายตัวโปรดของท่าน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน “ปู่ก็นั่งตรงนี้บ่อยๆ เหมือนกัน ลองดูแถวๆ นี้ไหม?”
น้องต้นกล้าเดินตามคุณตาไป เขย่งปลายเท้า มองใต้เก้าอี้ พยายามสอดสายตาเข้าไปในทุกซอกทุกมุม
“นี่ไงครับปู่!” ทันใดนั้นเอง น้องต้นกล้าก็ร้องออกมาเสียงดัง “เจอแล้วครับ! ลูกแก้วสีฟ้า! ของปู่!”
คุณตาบุญมาโน้มตัวลงไปมองตามที่หลานชายชี้ ก็เห็นลูกแก้วสีฟ้ากลมใสขนาดเท่าหัวแม่มือ วางอยู่ใต้ขาเก้าอี้หวายพอดี
“จริงด้วย! เจ้าลูกแก้วตัวแสบนี่เอง” คุณตาบุญมาหยิบลูกแก้วขึ้นมาดู “แสดงว่าปู่ต้องวางกล่องไว้ใกล้ๆ นี่แหละ” ท่านเริ่มสำรวจบริเวณรอบๆ เก้าอี้อย่างละเอียด พลางให้น้องต้นกล้าช่วยดูไปด้วย
“แต่ปู่ครับ… แล้วกล่องหายไปไหนครับ?” น้องต้นกล้าถาม พลางช่วยคุณตาค้นหา
“ใจเย็นๆ หลานรัก” คุณตาบุญมาเอ่ย “เราเพิ่งเจอเบาะแสสำคัญ แค่ลูกแก้วก็บอกอะไรเราได้หลายอย่างแล้ว” ท่านเงยหน้ามองขึ้นไปบนต้นมะม่วงที่แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โต “ตอนที่ฝนตกหนักๆ เมื่อคืน กิ่งไม้พวกนี้มันแกว่งไปมาแรงมาก บางที… อาจจะมีบางอย่างที่ปลิวไปติดอยู่บนนั้นก็ได้นะ”
“บนต้นมะม่วงเหรอครับปู่?” น้องต้นกล้าเงยหน้ามองตามคุณตา ปากอ้าเล็กน้อย “สูงจังเลยครับ”
“ก็ใช่สิ” คุณตาบุญมายิ้ม “แต่ถ้ากล่องของปู่มีพลังวิเศษจริงๆ มันอาจจะบินไปเกาะอยู่ตรงนั้นก็ได้ ใครจะไปรู้” ท่านมองไปที่ลูกแก้วในมือ “เอาล่ะ นักสืบต้นกล้าภารกิจแรกสำเร็จแล้วนะ เราเจอเบาะแสสำคัญแล้ว ต่อไป… เราจะปีนขึ้นไปสำรวจบนต้นมะม่วงกัน!”
น้องต้นกล้าอ้าปากค้างด้วยความตื่นเต้น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย “ปีนต้นไม้เหรอครับปู่? ต้นนี้สูงมากเลยนะ”
“ไม่ต้องห่วง” คุณตาบุญมาตบบ่าหลานชายเบาๆ “ปู่เคยปีนต้นนี้ตั้งแต่เด็กๆ ปู่จำวิธีปีนได้ดี แล้วปู่ก็จะดูแลหลานเอง” ท่านมองไปที่ลำต้นใหญ่ของต้นมะม่วง “นี่แหละคือการผจญภัยที่แท้จริง!”
แสงแดดเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ทาบทาบรรยากาศให้ดูอบอุ่นยิ่งขึ้น เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากกิ่งก้านสาขา ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณว่าการผจญภัยครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ สวนหลังบ้านอันแสนธรรมดาแห่งนี้.
5,561 ตัวอักษร