คุณปู่เครื่องบินกระดาษ: ความฝันที่บินได้

ตอนที่ 4 / 40

ตอนที่ 4 — สายลมที่พัดพาความผิดหวัง

เช้าวันต่อมา คุณปู่สมชายและฟ้าใสกลับมาที่สนามหญ้าหลังบ้านอีกครั้ง พร้อมกับความหวังที่เต็มเปี่ยม เครื่องบินกระดาษลำยักษ์สีขาวสะอาดสะอ้านยังคงตั้งตระหง่านราวกับนักรบผู้กล้าหาญรอการตัดสินชี้ขาด หลังจากเมื่อวานนี้การทดสอบครั้งแรกจบลงด้วยความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความล้มเหลวที่น่าเจ็บใจ แต่มันคือความผิดหวังที่ทำให้ใจห่อเหี่ยวเล็กน้อย “พร้อมแล้วนะฟ้าใส” คุณปู่สมชายเอ่ยขึ้น ใบหน้าของคุณปู่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ฉายแววชัดเจนกว่าทุกครั้ง ดวงตาหลังแว่นกรอบหนาเป็นประกายราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่ ฟ้าใสพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง “พร้อมที่สุดเลยค่ะปู่! วันนี้ต้องบินได้แน่ๆ” เธอพูดอย่างมั่นใจ แขนเล็กๆ กอดแขนคุณปู่แน่นราวกับจะส่งพลังใจให้ คุณปู่สมชายเดินไปยังด้านหน้าของเครื่องบินกระดาษ มือเหี่ยวย่นแต่ยังคงแข็งแรงค่อยๆ ลูบไปตามปีกที่พับขึ้นอย่างประณีต “เมื่อวานเราอาจจะยังปรับปรุงเรื่องน้ำหนักและแรงลมไม่ดีพอ วันนี้เราลองเพิ่มน้ำหนักที่ส่วนหัวอีกหน่อยนะ แล้วก็ต้องดูทิศทางลมให้ดี” “แล้วเราจะเพิ่มน้ำหนักตรงไหนคะปู่” ฟ้าใสหรี่ตาพิจารณาโครงสร้างเครื่องบินอย่างตั้งอกตั้งใจ “เราจะเอาเหรียญบาทเก่าๆ ที่ปู่เก็บไว้น่ะ มาติดไว้ที่ปลายจมูกเครื่องบิน” คุณปู่สมชายว่าพลางเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบกล่องไม้เล็กๆ ที่เก็บของจุกจิกเอาไว้หลายอย่าง ไม่นานคุณปู่ก็เดินกลับออกมาพร้อมกับเหรียญบาทสีทองแดงที่ดูเก่าแก่หลายเหรียญ “นี่ไงล่ะ สมบัติของปู่” ท่านยื่นเหรียญให้ฟ้าใส “ลองนับดูสิว่ามีกี่เหรียญ” ฟ้าใสรับเหรียญมาอย่างดี “โอ้โห เยอะแยะเลยค่ะ ปู่คะ” เธอหยิบเหรียญขึ้นมานับอย่างรวดเร็ว “มีสิบเหรียญพอดีเลยค่ะ! ถ้าติดหมดนี่ เครื่องบินเราจะหนักไปไหมคะ” “ไม่หรอกฟ้าใส” คุณปู่สมชายส่ายหน้าเบาๆ “มันเป็นเพียงน้ำหนักเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้เครื่องบินของเรามีจุดศูนย์ถ่วงที่ดีขึ้น ทำให้มันพุ่งไปข้างหน้าได้มั่นคงขึ้น” ท่านหยิบกาวแท่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “มาช่วยกันติดเลย” ทั้งสองคนช่วยกันติดเหรียญบาทลงไปที่ปลายจมูกของเครื่องบินกระดาษลำยักษ์อย่างระมัดระวัง เหรียญแต่ละเหรียญถูกติดอย่างมั่นคง โดยคุณปู่สมชายเป็นคนกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อติดเหรียญจนครบทั้งสิบเหรียญแล้ว คุณปู่สมชายก็ถอยหลังออกมาประเมินผลงาน “ดูดีขึ้นนะ” ท่านพึมพำกับตัวเอง “ดูสมดุลขึ้นเยอะเลย” “แล้วตอนนี้เราจะทำอะไรต่อคะปู่” ฟ้าใสถาม ดวงตาเป็นประกายรอคอย “รอให้กาวแห้งสนิทก่อนนะฟ้าใส แล้วเราค่อยไปที่จุดปล่อย” คุณปู่สมชายตอบ ทั้งสองนั่งรออยู่ข้างๆ เครื่องบินอย่างใจจดใจจ่อ สายลมยามเช้าพัดโชยมาเบาๆ ทำให้ใบไม้บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่รอบๆ สนามหญ้าไหวเอน สัมผัสได้ถึงความเย็นสบายที่แฝงมากับแสงแดดอ่อนๆ “ปู่คะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “ถ้าเครื่องบินเราบินได้จริงๆ จะไปได้ไกลแค่ไหนคะ” คุณปู่สมชายหัวเราะเบาๆ “ถ้ามันบินได้ดีจริงๆ ปู่ว่ามันอาจจะไปได้ไกลกว่าที่เราคิดนะ อาจจะลอยข้ามรั้วบ้านเราไปนู่นเลยก็ได้” “จริงเหรอคะ!” ฟ้าใสตาโต “แล้วถ้าเราทำเครื่องบินที่ใหญ่กว่านี้อีกหน่อย มันจะบินได้สูงกว่านี้ไหมคะ” “แน่นอนสิ” คุณปู่สมชายตอบ “แต่การทำเครื่องบินกระดาษลำใหญ่ๆ มันก็ต้องใช้เทคนิคและวัสดุที่เหมาะสมนะ เราไม่สามารถใช้กระดาษธรรมดาพับให้ใหญ่มากๆ แล้วมันจะยังคงรูปทรงที่ดีได้” “แล้วถ้าเราใช้กระดาษที่แข็งแรงกว่านี้ล่ะคะปู่” ฟ้าใสชวนคิด “นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ” คุณปู่สมชายพยักหน้า “แต่สำหรับเครื่องบินลำนี้ เราต้องทำให้มันบินได้ก่อน” ไม่นานนัก กาวก็แห้งสนิท คุณปู่สมชายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ได้เวลาแล้วฟ้าใส” ทั้งสองคนจูงเครื่องบินกระดาษลำยักษ์ที่ตอนนี้ดูสง่างามยิ่งขึ้นไปยังจุดที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับการปล่อย การทดสอบครั้งนี้จะแตกต่างออกไป เพราะนอกจากจะเพิ่มน้ำหนักที่หัวแล้ว คุณปู่สมชายยังสังเกตทิศทางลมอย่างรอบคอบ “ลมวันนี้พัดเบาและสม่ำเสมอดีนะ” คุณปู่สมชายวิเคราะห์ “มีทิศทางพัดจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้” “เราควรจะปล่อยให้มันลอยไปทางไหนคะปู่” ฟ้าใรถาม “เราจะปล่อยให้มันลอยไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือนะ” คุณปู่สมชายชี้มือไปในทิศทางที่เขาต้องการ “เพื่อให้ลมช่วยส่งมันไปข้างหน้า” คุณปู่สมชายยืนอยู่ด้านหลังเครื่องบิน เตรียมพร้อมที่จะออกแรงผลักเบาๆ ฟ้าใสยืนอยู่ข้างๆ เครื่องบิน มือเล็กๆ ยังคงจับที่ปีกอย่างแนบแน่น “พร้อมนะ” คุณปู่สมชายกล่าว “หนึ่ง… สอง… สาม… ปล่อย!” คุณปู่สมชายออกแรงผลักเครื่องบินกระดาษลำยักษ์ออกไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล ฟ้าใสปล่อยมือออกจากปีกทันที เครื่องบินค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้นดิน ปีกสีขาวกางออกอย่างสง่างาม มันลอยขึ้นไปในอากาศอย่างที่ตั้งใจไว้ “บินแล้ว! บินแล้วค่ะปู่!” ฟ้าไสตบมืออย่างดีใจ เครื่องบินลอยขึ้นไปเรื่อยๆ ดูเหมือนจะไปได้สวยในตอนแรก มันลอยไปได้ระยะหนึ่ง ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคุณปู่และเสียงหัวเราะของฟ้าใส แต่แล้ว… ขณะที่เครื่องบินลอยอยู่เหนือยอดหญ้าไปได้ไม่นานนัก สายลมที่เคยพัดเบาและสม่ำเสมอ กลับแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทิศทางของลมเปลี่ยนไปเล็กน้อย ปีกข้างหนึ่งของเครื่องบินกระดาษเกิดการเสียสมดุลอย่างรวดเร็ว “อุ้ย!” ฟ้าใสร้องเสียงหลง เครื่องบินเริ่มเอียงไปด้านข้างอย่างน่าใจหาย มันพยายามทรงตัวอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วก็เสียการทรงตัวอย่างสิ้นเชิง ปีกข้างที่เสียสมดุลพับลงอย่างรวดเร็ว และเครื่องบินก็เสียการทรงตัว โฉบลงสู่พื้นหญ้าอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่วินาทีที่ลอยขึ้นไปอย่างสวยงาม ก็จบลงด้วยการร่วงหล่นลงสู่พื้นสนามหญ้าอีกครั้ง คราวนี้เครื่องบินไม่ได้เสียหายมากนัก แต่ความผิดหวังก็ฉายชัดบนใบหน้าของคุณปู่สมชาย “ไม่เป็นไรนะฟ้าใส” คุณปู่สมชายปลอบหลานสาวที่หน้าเศร้า “เรายังลองกันอีกได้” ฟ้าใสยืนมองเครื่องบินกระดาษลำยักษ์ที่นอนแผ่อยู่บนพื้นหญ้า น้ำตาคลอเบ้า “ทำไมมันถึงไม่สำเร็จอีกแล้วคะปู่” “บางที… ลมอาจจะยังไม่เป็นใจเท่าที่ควร” คุณปู่สมชายกล่าวอย่างพยายามปลอบใจ “หรือบางที… โครงสร้างของเครื่องบินเราอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบพอ” “แต่เราติดน้ำหนักแล้วนะคะปู่” ฟ้าใสท้วง “ใช่ เราทำตามที่คิดแล้ว แต่บางครั้ง… ในโลกของการบิน มันก็มีปัจจัยที่เราคาดไม่ถึงอยู่เสมอ” คุณปู่สมชายว่าพลางเดินไปหยิบเครื่องบินขึ้นมา “เราจะพยายามอีกครั้งนะ” แต่ในใจของคุณปู่เองก็เริ่มมีความรู้สึกท้อแท้เล็กๆ แทรกซึมเข้ามา เขาเคยคิดว่าด้วยความรู้และประสบการณ์จากการเป็นนักบินเก่า มันน่าจะเพียงพอที่จะสร้างเครื่องบินกระดาษที่บินได้ แต่ตอนนี้… ความฝันที่เคยคิดว่าจะง่ายดาย กลับดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อม

5,186 ตัวอักษร