ปริศนาภาพวาดต้องสาป

ตอนที่ 5 / 44

ตอนที่ 5 — เงาของอดีตในกรอบกระจก

สารวัตรภาคินเดินกลับเข้ามาในสตูดิโออีกครั้ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "คุณแพรวาครับ ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาบางส่วน" เขากล่าวขณะกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง "เกี่ยวกับพู่กันด้ามเก่าที่คุณอาร์เธอร์ใช้นั่น ทีมพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบกล่องเก็บพู่กันเก่าที่คุณบอกแล้วครับ และพบว่ามีร่องรอยของสีฟ้าอ่อนและสีเหลืองอ่อนติดอยู่ที่ขอบกล่องด้านในจริง แต่ไม่พบตัวพู่กันด้ามนั้นอยู่เลย" แพรวาพยักหน้า "แล้ว... เจออะไรอีกไหมคะ?" เธอถามอย่างมีความหวัง "เราเจอเศษกระจกเล็กๆ ซ่อนอยู่ใต้กล่องพู่กันครับ" สารวัตรภาคินพูดพลางหยิบซองหลักฐานที่บรรจุเศษกระจกใสเล็กๆ หลายชิ้นออกมาให้แพรวาดู "ลักษณะของมันเป็นกระจกเงาแบบที่ใช้ทำกรอบรูป หรืออาจจะเป็นกรอบรูปภาพวาดบางชิ้น" แพรวาหยิบเศษกระจกขึ้นมาดูอย่างพิจารณา "นี่มัน... เหมือนกับกระจกที่ใช้ปิดหน้าภาพวาดบางชิ้นเลยค่ะ คุณอาร์เธอร์เคยบอกว่าเขามักจะใช้กระจกใสปิดทับภาพวาดบางชิ้นเพื่อป้องกันฝุ่น และเพื่อให้ผู้ชมมองเห็นสีสันของภาพได้ชัดเจนขึ้น" "ใช่ครับ และที่น่าสนใจคือ เมื่อนำเศษกระจกเหล่านี้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เราพบรอยเปื้อนจางๆ ที่เป็นสีฟ้าอ่อนและสีเหลืองอ่อนเช่นเดียวกันครับ" สารวัตรภาคินกล่าวต่อ "จากการวิเคราะห์เบื้องต้น รอยเปื้อนนี้ไม่ได้เกิดจากการกระเด็น แต่เกิดจากการสัมผัสโดยตรง" "สัมผัสโดยตรง..." แพรวาทวนคำ "หมายความว่า... มีคนจับต้องกระจกนั่นเหรอคะ?" "นั่นคือสิ่งที่เรากำลังสงสัยครับ" สารวัตรภาคินพยักหน้า "และรอยเปื้อนนี้ก็มีลักษณะทางเคมีใกล้เคียงกับสีที่พบตามพื้นพรม แต่มีความเข้มข้นน้อยกว่า" "แล้ว... ผู้หญิงในภาพวาดล่ะคะ? พอจะทราบอะไรเกี่ยวกับเธอไหมคะ?" แพรวาถามอย่างกระวนกระวายใจ เธอรู้สึกว่าเบาะแสทั้งหมดกำลังเชื่อมโยงไปสู่เรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าที่คิด "คุณแพรวาครับ ผมได้ตรวจสอบประวัติและผลงานของคุณอาร์เธอร์อย่างละเอียดอีกครั้ง" สารวัตรภาคินพูดพลางเปิดแท็บเล็ตขึ้นมา "มีข้อมูลที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับภาพวาดชุดหนึ่งของคุณอาร์เธอร์ที่เคยจัดแสดงเมื่อ 10 ปีก่อน ภาพชุดนั้นมีชื่อว่า 'รอยอดีต' และมีภาพวาดหนึ่งในชุดที่ชื่อว่า 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' ภาพนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับภาพวาดชิ้นสุดท้ายที่คุณอาร์เธอร์กำลังวาดอยู่มากครับ โดยเฉพาะใบหน้าและดวงตาของผู้หญิงในภาพ" แพรวาเบิกตากว้าง "ภาพวาด 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' เหรอคะ? ฉันไม่เคยเห็นภาพวาดชุดนั้นมาก่อนเลยค่ะ" "ครับ ภาพชุดนั้นไม่ได้ถูกจัดแสดงอีกเลยหลังจากนิทรรศการครั้งนั้น และมีข่าวลือว่าคุณอาร์เธอร์ได้ทำลายภาพวาดส่วนใหญ่ในชุดนั้นด้วยตนเอง เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัวบางอย่างเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในภาพเหล่านั้น" สารวัตรภาคินเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตให้แพรวาดู "แต่มีภาพวาดเพียงภาพเดียวที่หลุดรอดออกมาจากการทำลาย ภาพนั้นคือ 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' แต่ภาพนั้นก็ถูกขายให้กับนักสะสมส่วนตัวไปแล้ว และนักสะสมคนนั้นก็เก็บตัวเงียบมาตลอด" "นักสะสมส่วนตัว... เป็นใครคะ?" แพรวาถามด้วยความสงสัย "ยังระบุตัวตนได้ไม่ชัดเจนครับ แต่มีข้อมูลบ่งชี้ว่านักสะสมคนนั้นมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวงการศิลปะมานานแล้ว และมีอิทธิพลพอสมควร" สารวัตรภาคินหยุดพูดครู่หนึ่ง "และที่สำคัญ... มีบันทึกจากผู้จัดงานนิทรรศการในครั้งนั้น ระบุว่า มีนักวิจารณ์ศิลปะคนหนึ่งที่แสดงความชื่นชมและพยายามจะซื้อภาพ 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' อย่างมาก แม้ว่าคุณอาร์เธอร์จะปฏิเสธก็ตาม นักวิจารณ์คนนั้นก็คือ คุณนิโคลัสนั่นเองครับ" "คุณนิโคลัส..." แพรวาพึมพำ ชื่อนี้วนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ "เขาเคยพูดถึงภาพวาดชุดนั้นกับคุณอาร์เธอร์บ้างไหมคะ?" "เท่าที่ผมตรวจสอบ ไม่พบการกล่าวถึงโดยตรงครับ แต่จากความสัมพันธ์และความสนใจที่คุณนิโคลัสมีต่อผลงานของคุณอาร์เธอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพวาดที่มีความหมายลึกซึ้ง การที่เขาพยายามครอบครองภาพ 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' อาจบ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง" สารวัตรภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง "คุณแพรวาครับ ภาพวาดชิ้นสุดท้ายของคุณอาร์เธอร์นี้ มันเหมือนกับภาพ 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' ในอดีตมากแค่ไหนครับ?" แพรวาหลับตาลง พยายามนึกภาพ "คล้ายกันมากค่ะ... เกือบจะเหมือนกันเลย โดยเฉพาะใบหน้าของผู้หญิงและแววตาของเธอ แต่... ในภาพวาดชิ้นใหม่นี้ แววตาของเธอเหมือนจะมีความหวังมากกว่าเดิมเล็กน้อยค่ะ ไม่ได้เศร้าสร้อยเหมือนในภาพ 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' ที่ฉันเคยเห็นรูปถ่ายเก่าๆ ของมัน" "มีความหวัง..." สารวัตรภาคินพึมพำ "นั่นอาจหมายความว่า คุณอาร์เธอร์กำลังพยายามแก้ไขอะไรบางอย่าง หรือกำลังสะท้อนถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไป" เขาหันไปมองภาพวาดอีกครั้ง "แล้วเรื่องสีฟ้าอ่อนและสีเหลืองอ่อนล่ะครับ? มีความเป็นไปได้ไหมว่าสีเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับภาพ 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' ในอดีต?" "ฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ" แพรวาตอบอย่างตรงไปตรงมา "ฉันไม่เคยเห็นภาพวาดชิ้นนั้นในระยะใกล้พอที่จะจำรายละเอียดสีได้" "ไม่เป็นไรครับ" สารวัตรภาคินปลอบ "เรามีข้อมูลที่เชื่อมโยงคุณนิโคลัสกับภาพวาดในอดีต และตอนนี้เราก็มีเบาะแสเรื่องพู่กันและเศษกระจกที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์" เขาหยุดครู่หนึ่ง "ผมอยากให้คุณลองนึกดูอีกครั้งครับ มีใครอื่นอีกไหมที่เข้าออกสตูดิโอนี้เป็นประจำ หรือมีใครที่คุณอาร์เธอร์เคยกล่าวถึงในเชิงลบ หรือในเชิงที่แสดงความไม่พอใจ?" แพรวาขมวดคิ้วอีกครั้ง คราวนี้เธอใช้เวลานานกว่าเดิมในการรวบรวมความคิด "มี... มีคุณวิภา ค่ะ เธอเป็นเจ้าของแกลเลอรี่ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ เธอเคยพยายามชักชวนคุณอาร์เธอร์ให้มาแสดงงานที่แกลเลอรี่ของเธอหลายครั้ง แต่คุณอาร์เธอร์ก็ปฏิเสธมาตลอด" "ปฏิเสธ... เพราะอะไรครับ?" "คุณอาร์เธอร์เคยบอกว่า เขาไม่ชอบแนวทางการทำงานของคุณวิภาค่ะ เขาบอกว่าคุณวิภาเน้นแต่การขายผลงานเพื่อผลกำไร ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางศิลปะที่แท้จริง" แพรวาเล่า "ครั้งหนึ่งคุณวิภาเคยเข้ามาที่นี่ และพูดคุยกับคุณอาร์เธอร์เสียงดังมากค่ะ ฉันได้ยินมาว่าเธอเสนอเงินจำนวนมากให้เขา แต่คุณอาร์เธอร์ก็ยังยืนกรานที่จะไม่ไป" "น่าสนใจครับ" สารวัตรภาคินจดบันทึกข้อมูลลงในสมุดเล่มเล็ก "แล้วคุณวิภามีความเกี่ยวข้องกับภาพวาดชุด 'รอยอดีต' หรือภาพ 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' บ้างไหมครับ?" "อันนี้... ฉันไม่ทราบเลยค่ะ" แพรวาตอบ "คุณอาร์เธอร์ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กับฉันเลย" "เอาล่ะครับ" สารวัตรภาคินปิดสมุดบันทึก "ผมจะให้เจ้าหน้าที่ของเราไปสอบถามคุณวิภาเพิ่มเติม และเราจะพยายามสืบหาตัวนักสะสมปริศนาที่ครอบครองภาพ 'ดวงตาที่ถูกลบเลือน' ต่อไป" เขามองแพรวาด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง "คุณแพรวาครับ ผมเข้าใจว่าคุณคงกำลังเสียใจมาก แต่อยากให้คุณพยายามนึกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะสำคัญนะครับ อะไรก็ตามที่คุณนึกได้ แม้จะดูไม่สำคัญเลยก็ตาม" แพรวาพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ฉันจะพยายามค่ะ" เธอตอบเสียงหนักแน่น ดวงตาของเธอกวาดมองไปทั่วสตูดิโออีกครั้ง ราวกับจะพยายามถอดรหัสปริศนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพวาดเหล่านั้น

5,474 ตัวอักษร