ตอนที่ 19 — คดีพลิกผันในถ้ำมืด
ดนัยก้าวเท้าเข้าสู่ปากถ้ำอย่างระมัดระวัง กลิ่นอับชื้นและเย็นเยียบผสมปนเปกันจนแสบจมูก เขาจุดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ ส่องนำทางไปตามทางเดินที่แคบและคดเคี้ยว ผนังถ้ำชื้นแฉะ มีตะไคร่น้ำเกาะเป็นหย่อมๆ พื้นถ้ำเต็มไปด้วยกรวดและหินเล็กๆ ที่ส่งเสียงดังกรอบแกรบทุกครั้งที่เขาก้าวเดิน สมชายเดินตามหลังมาติดๆ สีหน้าเคร่งเครียด มือของเขากำมีดพกไว้แน่น
"คุณแน่ใจนะว่านี่คือที่ที่ชัยบอก" สมชายเอ่ยเสียงเบา พยายามไม่ให้เสียงสะท้อนก้องไปทั่วถ้ำ
ดนัยพยักหน้า "เขาบอกชัดเจนว่า 'ถ้ำน้ำแข็ง' และบอกลักษณะทางเข้าที่ตรงกับที่นี่มากที่สุด เราต้องเข้าไปดูให้แน่ใจ"
พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ แสงจากไฟฉายส่องกระทบผนังถ้ำเป็นเงาวูบวาบ ชวนให้รู้สึกหวั่นไหว ความเงียบที่ปกคลุมอยู่รอบตัวหนักอึ้ง ราวกับมีบางสิ่งกำลังจับตามองพวกเขาอยู่ ดนัยหยุดชะงัก เมื่อเห็นบางอย่างสะท้อนแสงแวบหนึ่งอยู่ตรงหน้า
"นั่นอะไรน่ะ" สมชายถาม พลางขยับเข้ามาใกล้
มันเป็นกระเป๋าเป้ใบเล็ก สีเข้ม เก่าพอสมควร วางซ่อนอยู่หลังโขดหินก้อนใหญ่ ดนัยค่อยๆ ยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา เขารู้สึกถึงความหนักที่บ่งบอกว่าภายในน่าจะมีบางสิ่งซ่อนอยู่
"นี่มันไม่ใช่ของชัยแน่ๆ" สมชายพึมพำ "กระเป๋าของเขาเราเห็นมาตลอด"
ดนัยแกะซิปกระเป๋าออกอย่างช้าๆ หัวใจเต้นแรงด้วยความคาดหวังและหวาดหวั่น ภายในมีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวบางอย่างที่ดูไม่คุ้นตา แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง คือสมุดบันทึกเล่มเล็กที่วางทับอยู่บนเสื้อผ้าที่พับไว้อย่างเรียบร้อย
"สมุดบันทึก..." ดนัยเอ่ยเบาๆ เขาหยิบมันขึ้นมาเปิดอย่างระมัดระวัง หน้ากระดาษมีลายมือที่คุ้นเคย... เป็นลายมือของ "มาวิน"
"มาวิน!?" สมชายอุทานอย่างตกใจ "มาวินมาทำอะไรที่นี่?"
ดนัยไม่ตอบ เขาก้มลงอ่านบันทึกของมาวินอย่างตั้งใจ คำพูดที่ถูกเขียนลงไปบนกระดาษแต่ละบรรทัดนั้น แสดงถึงความรู้สึกที่ซับซ้อน ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกถึงความกดดันและความสับสนที่มาวินกำลังเผชิญอยู่ มาวินเขียนถึงความรู้สึกผิด ความกลัว และความปรารถนาที่จะปกป้องใครบางคน เขาเขียนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนยอดเขาในมุมมองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
"ในบันทึกนี้ มาวินบอกว่าเขาเป็นคน... เขาเป็นคนทำร้ายอาจารย์ปรีชา" ดนัยพูดเสียงสั่นเครือ เขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่กำลังอ่าน "เขาบอกว่าเขาเห็นอาจารย์กำลังจะทำอันตรายกับ... กับน้องสาวของเขา"
สมชายยืนตะลึง "ไม่จริงน่า มาวินเป็นคนใจเย็น ไม่น่าจะทำอะไรแบบนั้นได้"
"เขาเขียนว่ามันเป็นการป้องกันตัว" ดนัยอ่านต่อ "เขาบอกว่าอาจารย์ปรีชาพยายามจะ... จะบังคับน้องสาวเขาให้ไปทำในสิ่งที่เขาต้องการ แล้วมาวินก็ทนไม่ไหว เขาเข้าไประงับเหตุ แล้วมันก็... มันก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น"
บรรยากาศในถ้ำยิ่งทึบหนักกว่าเดิม ความจริงที่ปรากฏตรงหน้ามันน่าตกใจเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว ดนัยสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ถ้ำอีกครั้ง เขาพบรอยเท้าเล็กๆ ที่ดูเหมือนรอยเท้าของผู้หญิง ซ่อนอยู่ใต้เศษใบไม้แห้ง
"ดูนี่สิ" ดนัยชี้ไปที่รอยเท้า "นี่อาจจะเป็นรอยเท้าของน้องสาวมาวิน"
สมชายก้มลงมอง "แล้วทำไมเขาถึงทิ้งกระเป๋าของเขาไว้ที่นี่? แล้วทำไมถึงไม่บอกความจริง?"
"เขาอาจจะกลัว" ดนัยตอบ "กลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อเขา กลัวว่าจะถูกตัดสินว่าเป็นคนผิด ทั้งที่เขาแค่พยายามปกป้องครอบครัว"
ดนัยพลิกหน้าสมุดบันทึกไปเรื่อยๆ เขาสะดุดกับข้อความสุดท้ายที่มาวินเขียนไว้ เป็นวันที่เขาเขียนบันทึกนั้น ซึ่งก็คือวันเดียวกับที่อาจารย์ปรีชาเสียชีวิต
"เขาเขียนว่า 'ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ผมทำผิดไปแล้วจริงๆ แต่ผมทำเพื่อครอบครัว... ผมจะซ่อนหลักฐานทุกอย่างไว้ที่นี่ ผมขอให้ใครก็ตามที่เจอสิ่งนี้ โปรดเข้าใจผมด้วย'" ดนัยอ่านข้อความสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสะเทือนใจ
"แล้วศพของอาจารย์ปรีชาที่เจอ... มันเป็นอุบัติเหตุจริงหรือ?" สมชายถามด้วยความไม่แน่ใจ
"จากที่มาวินเขียน เขาบอกว่าหลังจากที่เขาพยายามระงับเหตุ อาจารย์ปรีชาเสียหลักล้มลงไป แต่เขาไม่ได้บอกว่าอาจารย์เสียชีวิตตรงนั้น" ดนัยพิจารณาสิ่งที่มาวินเขียน "เขาอาจจะ... อาจจะเสียชีวิตทีหลัง หรืออาจจะมีอะไรมากกว่านั้นที่มาวินไม่ได้เขียนไว้"
ดนัยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขาต้องการแจ้งเรื่องนี้ให้สารวัตรทรงชัยทราบทันที แต่สัญญาณในถ้ำนั้นไม่มีเลย เขาต้องออกไปข้างนอกก่อน
"เราต้องรีบออกไปข้างนอก" ดนัยบอกสมชาย "เราต้องแจ้งสารวัตรทันที"
ทั้งสองคนรีบออกจากถ้ำด้วยความรู้สึกที่สับสนและหนักอึ้ง ความจริงที่ค้นพบในครั้งนี้มันพลิกผันทุกอย่างที่พวกเขาเคยเชื่อมาตลอด หมอกหนาที่ปกคลุมอยู่รอบกายยิ่งทำให้ทุกอย่างดูเลือนลางและน่าหวาดระแวงยิ่งกว่าเดิม
3,652 ตัวอักษร