ตอนที่ 4 — เสียงกระซิบจากป่าสน
เสียงสารวัตรดนัยขาดห้วงไปเมื่อลูกน้องคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ท่านสารวัตรครับ เราพบรอยเท้าชุดหนึ่งครับ! เป็นรอยเท้าที่ชัดเจนมาก อยู่ห่างจากจุดพบศพไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณห้าสิบเมตรครับ" ชายหนุ่มหอบหายใจพลางชี้มือไปในทิศทางนั้น "ดูเหมือนจะเป็นรอยเท้าของคนที่สวมรองเท้าบูทปีนเขาครับ และดูจากการทิ้งน้ำหนักแล้ว น่าจะเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมากหน่อย"
ดนัยพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "แล้วมันบอกอะไรเราได้บ้าง?" เขาถามพลางเดินตามลูกน้องไป รอยเท้าที่เปียกชื้นจากการชะล้างของหมอกและน้ำค้างยามเช้ายังคงปรากฏอยู่บนผืนดินที่อ่อนนุ่ม มันทิ้งร่องรอยลึกพอสมควร แสดงให้เห็นถึงแรงกดที่ค่อนข้างมาก "รอยเท้าชุดนี้ครับท่าน" ลูกน้องคนเดิมชี้ให้ดู "มันทิ้งรอยห่างกันค่อนข้างมาก แสดงว่าคนที่เดินน่าจะเร่งรีบ หรือไม่ก็กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง"
ดนัยก้มลงสำรวจรอยเท้าอย่างละเอียด เขาเห็นความแตกต่างของลักษณะรอยเท้าแต่ละข้างเล็กน้อย บางรอยดูสั้นกว่า บางรอยดูยาวกว่าเล็กน้อย "เป็นไปได้ไหมว่ามันเป็นรอยเท้าของคนคนเดียวที่กำลังวิ่ง?" เขาถาม "หรือว่ามันเป็นรอยเท้าของสองคนที่กำลัง... เอ่อ... ถกเถียงกัน?"
"เป็นไปได้ทั้งสองอย่างครับท่าน" ลูกน้องตอบ "แต่ที่น่าสังเกตคือ รอยเท้าบางส่วนมันมีรอยขูดขีดอยู่ด้วยครับ เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างมากระทบ หรือไม่ก็คนคนนั้นกำลังพยายามลากบางสิ่งบางอย่างไป"
"ลากอะไร?" ดนัยถาม เสียงของเขาเริ่มมีความกังวลเพิ่มขึ้น "แล้วรอยเท้านี้มันนำไปถึงไหน?"
"มันนำไปทางป่าสนด้านโน้นครับท่าน" ลูกน้องชี้ไปยังกลุ่มต้นสนสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลนัก "แต่พอเข้าไปในเขตป่าสนแล้ว รอยเท้าก็หายไปหมดเลยครับ พื้นที่ตรงนั้นเป็นใบสนและกิ่งไม้แห้งเยอะมาก มันกลบรอยไปหมด"
ดนัยถอนหายใจยาว "แสดงว่าคนที่ทิ้งรอยเท้านี้ ต้องการจะปกปิดร่องรอยของตัวเอง" เขาครุ่นคิด "หรืออาจจะถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น" เขาหันกลับไปมองที่กลุ่มนักปีนเขาที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ข้างเต็นท์ พวกเขายังคงอยู่ในอาการหวาดผวา บางคนนั่งซึม บางคนพูดคุยกันเสียงเบา แต่สายตาทุกคู่ยังคงจับจ้องมาที่เขาและทีมงาน
"คุณอาทิรุจครับ" ดนัยเดินตรงไปหาชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานซึ่งเป็นหัวหน้าคณะนักปีนเขา "ผมอยากจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องรอยเท้านี้เพิ่มเติมครับ คุณอาสังเกตเห็นอะไรผิดปกติเมื่อคืนนี้บ้างไหมครับ? หรือว่าได้ยินเสียงอะไรที่แตกต่างไปจากปกติ?"
อาทิรุจถอนหายใจยาว "เมื่อคืนนี้อากาศมันแย่มากครับท่านสารวัตร หมอกลงจัดจนมองอะไรไม่เห็น เสียงลมก็ดังหวิวๆ อยู่ตลอดเวลา มันยากที่จะแยกแยะเสียงต่างๆ ได้" เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ "แต่ผมจำได้ว่าราวๆ ดึกๆ ผมได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างลากไปกับพื้นดังมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือครับ ตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นกิ่งไม้ที่ลมพัดจนหล่นลงมา แต่พอคิดอีกที เสียงมันหนักแน่นกว่านั้นมาก"
"เสียงหนักแน่นกว่านั้น?" ดนัยถามอย่างสนใจ "แล้วคุณอาคิดว่าเป็นเสียงอะไรครับ?"
"ผมก็ไม่แน่ใจครับท่านสารวัตร" อาทิรุจส่ายหน้า "ผมลองเปิดเต็นท์ออกไปดู แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย หมอกมันหนาทึบมากจริงๆ พอได้ยินเสียงที่คุณบอกเมื่อครู่ ผมก็ยิ่งคิดว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น"
"มีใครอีกบ้างที่ได้ยินเสียงนี้ครับ?" ดนัยถาม
"ผมไม่แน่ใจครับ" อาทิรุจตอบ "ทุกคนคงหลับกันหมดแล้ว ตอนนั้นมันดึกมาก"
ดนัยพยักหน้า "ขอบคุณครับคุณอา" เขาหันไปทางลูกน้อง "เอาล่ะ พวกนายเตรียมชุดอุปกรณ์เข้าป่าสนตรงนั้นไป ฉันอยากจะลองเข้าไปสำรวจดูให้แน่ใจว่ามีอะไรที่เรามองข้ามไปหรือไม่"
ทีมงานของดนัยเตรียมอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว พวกเขาหยิบไฟฉาย เชือก และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลติดตัวไปด้วย ดนัยเดินนำหน้าเข้าไปในป่าสน บรรยากาศภายในป่าแตกต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง แสงแดดส่องลงมาได้น้อยมาก ใบสนแห้งที่ปกคลุมพื้นหนาแน่นทำให้การเดินเหยียบย่ำเป็นไปอย่างเงียบเชียบ "ระวังตัวกันหน่อยนะ" ดนัยกล่าวเสียงเบา "พื้นตรงนี้อาจจะลื่น หรือมีรากไม้โผล่ขึ้นมา"
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าสน เสียงลมที่พัดผ่านยอดสนดังเป็นเสียงครวญครางคล้ายเสียงกระซิบที่ยากจะจับใจความ ขณะที่กำลังเดินสำรวจไปเรื่อยๆ สายตาของดนัยก็ไปสะดุดกับสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ใบสนแห้งกองใหญ่ "หยุดก่อน" เขาสั่งเสียงเข้ม "ตรงนั้นมีอะไรบางอย่าง"
ลูกน้องคนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปช่วยกันเขี่ยใบสนออก สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือ "มีดเดินป่า" เล่มหนึ่ง มันมีรอยเปื้อนเลือดแห้งกรังติดอยู่ และที่ด้ามมีดมีรอยขูดขีดอย่างชัดเจน "นี่มัน..." ลูกน้องคนหนึ่งอุทาน "นี่มันมีดของคุณนพดลนี่ครับ!"
ดนัยหยิบมีดขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด "รอยขูดขีดตรงด้ามมีดนี่..." เขามองไปยังรอยเท้าที่เจอเมื่อครู่ "มันตรงกับรอยที่ลูกน้องคนนั้นบอกเลย" เขาหันไปทางทีมงาน "แสดงว่าคนที่ทิ้งรอยเท้านี้ อาจจะเป็นคนที่พยายามจะลากอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็กำลังต่อสู้กับใครบางคน"
"แล้วมีดนี่...มันถูกทิ้งไว้ที่นี่ได้อย่างไรครับท่าน?" ลูกน้องคนหนึ่งถาม "หรือว่าคนที่ทิ้งรอยเท้าพยายามจะเอาอะไรบางอย่างไปจากศพ?"
"เป็นไปได้" ดนัยตอบ "แต่ทำไมต้องทิ้งมีดไว้ที่นี่? มันไม่สมเหตุสมผลเลย" เขาเดินสำรวจรอบๆ บริเวณนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง "มีใครเห็นอะไรผิดปกติในป่าสนนี้บ้างไหม?"
ทุกคนส่ายหน้า "ไม่มีเลยครับท่าน"
"ผมว่าเราต้องกลับไปสอบปากคำทุกคนอีกครั้ง" ดนัยกล่าว "โดยเฉพาะเรื่องเสียงที่คุณอาทิรุจได้ยินเมื่อคืนนี้ มันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญ" เขาหันหลังให้กับป่าสนอันมืดครึ้ม "หมอกบนยอดเขานี้มันไม่ได้ปกปิดแค่ทิวทัศน์ แต่มันกำลังปกปิดความจริงบางอย่างด้วย"
4,403 ตัวอักษร