ตอนที่ 28 — อธิป ปัณณ์ เติบโตในโลกใหม่
หลายปีต่อมา นลินและภาคินยังคงใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข พวกเขาได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่น มีบุตรชายที่น่ารักสองคนชื่อ อธิป และ ปัณณ์ ซึ่งเป็นเหมือนดวงใจของทั้งสอง การมีลูกทำให้ชีวิตของพวกเขาเต็มไปด้วยสีสันและความหมายใหม่ๆ พวกเขาได้เรียนรู้ถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไข และความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างพ่อแม่กับลูก ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตได้จางหายไปตามกาลเวลา แม้บางครั้งจะยังมีเศษเสี้ยวของความเศร้าเข้ามาแตะต้อง แต่ภาพรอยยิ้มของลูกๆ ก็สามารถปลอบประโลมหัวใจของพวกเขาได้เสมอ
อธิป ลูกชายคนโต อายุเก้าขวบ เป็นเด็กชายฉลาด ช่างสังเกต และมีความเป็นผู้นำสูง เขาชอบอ่านหนังสือ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และมีความฝันอยากเป็นนักบิน เขาชื่นชมในความเข้มแข็งและความอ่อนโยนของแม่ และยกย่องในความเสียสละและความเป็นสุภาพบุรุษของพ่อ อธิปมักจะมองภาคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และมักจะพยายามทำตัวให้เหมือนพ่อในหลายๆ ด้าน
ส่วนปัณณ์ ลูกชายคนเล็ก อายุเจ็ดขวบ เป็นเด็กน้อยร่าเริง ช่างพูด และเต็มไปด้วยจินตนาการ เขาชอบวาดรูป ชอบเล่นของเล่น และชอบสร้างเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวเอง ปัณณ์มีความผูกพันกับนลินมากเป็นพิเศษ เขาชอบคลอเคลีย กอดรัด และมักจะเล่าเรื่องต่างๆ ให้แม่ฟังก่อนนอนเสมอ เขามองนลินเป็นเหมือนนางฟ้าผู้ใจดี ที่คอยดูแลเขาและพี่ชายด้วยความรักอันไม่มีที่สิ้นสุด
“แม่ครับ ทำไมพี่อธิปถึงชอบอ่านหนังสือเยอะจังครับ” ปัณณ์เอ่ยถามขณะนั่งกินขนมอยู่ที่โต๊ะอาหาร นลินกำลังจัดเตรียมอาหารเย็นให้ลูกๆ “พี่เขาอยากเป็นนักบินนะครับลูก การเป็นนักบินที่ดีต้องมีความรู้เยอะๆ” เธอยิ้มตอบ
“แล้วผมล่ะครับแม่ ผมอยากเป็นนักวาดรูป ผมต้องอ่านหนังสือเยอะเหมือนพี่อธิปไหมครับ” ปัณณ์ทำหน้าสงสัย
นลินหัวเราะเบาๆ “ถ้าปัณณ์อยากเป็นนักวาดรูปเก่งๆ ก็ต้องฝึกฝนเยอะๆ เรียนรู้เทคนิคต่างๆ อาจจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับศิลปะ หรือดูรูปภาพสวยๆ เยอะๆ ก็ได้จ้ะ แต่ถ้าอยากเป็นนักบินจริงๆ ก็ต้องเรียนรู้เรื่องเครื่องบิน เรื่องการบินด้วย”
ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆ อธิป ได้ยินบทสนทนาของภรรยาและลูกชายก็ยิ้มอย่างเอ็นดู “ไม่ต้องห่วงนะปัณณ์ พ่อว่าปัณณ์ก็เป็นนักวาดรูปที่เก่งได้แน่นอน” เขาพูดพลางหันไปตบบ่าลูกชายเบาๆ
“จริงเหรอครับพ่อ! พ่อจะคอยดูผมวาดรูปนะครับ” ปัณณ์ตาโตอย่างดีใจ
“แน่นอน พ่อจะคอยให้กำลังใจปัณณ์เสมอ” ภาคินตอบรับ
ในขณะที่นลินกำลังจะหยิบจานอาหารใส่ตู้เก็บของ ทันใดนั้น ประตูบ้านก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามา เธอคือ ลลิตา พี่สาวของนลินที่ย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศนานหลายปี
“ลิน! ฉันกลับมาแล้ว!” ลลิตาตะโกนเรียกพร้อมกับก้าวเข้ามาสวมกอดนลินอย่างแรง
นลินตกใจแต่ก็ดีใจที่ได้เจอพี่สาว “พี่ลลิตา! มาไม่บอกล่วงหน้าเลยนะคะ”
“ก็อยากให้เป็นของขวัญไงล่ะจ๊ะ” ลลิตาผละออกแล้วหันไปมองเด็กๆ ที่ยืนมองอยู่ด้วยความสงสัย “สองหนุ่มน้อยนี่คงเป็นหลานรักของฉันสินะ”
“ใช่ค่ะ นี่อธิป นี่ปัณณ์” นลินแนะนำลูกๆ “นี่คุณอาลลิตา”
อธิปและปัณณ์โค้งคำนับตามมารยาท “สวัสดีครับคุณอา”
“สวัสดีจ้ะ หลานๆ ของอา” ลลิตาเอ่ยชม “หล่อเหมือนพ่อเลยนะเนี่ย”
ภาคินเดินเข้ามา “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับคุณลลิตา”
“ขอบคุณค่ะ คุณภาคิน” ลลิตายิ้มตอบ “ดีใจจังที่ได้เห็นทุกคนมีความสุข”
ตลอดช่วงเย็น ลลิตาเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอที่ต่างประเทศให้น้องสาวและครอบครัวฟัง นลินก็เล่าเรื่องการเลี้ยงดูลูกๆ และชีวิตประจำวันให้พี่สาวฟัง พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ เสียงหัวเราะดังคลอเคล้าไปกับบรรยากาศอบอุ่นในบ้าน
“แล้วนี่มีเรื่องอะไรจะมาเซอร์ไพรส์ฉันอีกไหมคะ” ลลิตาถามนลินเมื่อเห็นแววตาของน้องสาวที่ดูมีความลับบางอย่าง
นลินยิ้มเขินๆ “จริงๆ แล้ว… ฉันกำลังตั้งครรภ์ค่ะ”
“อะไรนะ! ยินดีด้วยนะน้องรัก!” ลลิตากรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ “ฉันจะได้เป็นคุณป้าอีกแล้ว!”
ภาคินก็ยิ้มกว้าง “ผมก็ดีใจครับที่ครอบครัวของเรากำลังจะใหญ่ขึ้น”
“แต่อาทิตย์ก่อนหมอบอกว่า… ความเสี่ยงในการแท้งยังสูงอยู่ค่ะ” นลินพูดเสียงแผ่วลงเล็กน้อย แววตาฉายแววเป็นกังวล
“ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น” ลลิตารีบถาม
“หมอบอกว่า… อาจจะเกี่ยวกับภาวะที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนน่ะค่ะ” นลินตอบ
“แล้วคุณหมอได้ให้คำแนะนำอะไรไหม” ภาคินเสริม
“หมอแนะนำให้พักผ่อนเยอะๆ แล้วก็พยายามอย่าเครียดค่ะ” นลินตอบ
ลลิตากุมมือของน้องสาว “ไม่ต้องกังวลนะลิน ฉันจะอยู่ดูแลเธอเอง”
“ขอบคุณค่ะพี่” นลินซบหน้ากับไหล่พี่สาว
“เอาล่ะ พอแล้วเรื่องเครียด” ภาคินพูดขึ้น “คืนนี้เราฉลองกันดีกว่า”
“ใช่แล้วค่ะ! ต้องฉลอง!” ลลิตาตบมือเห็นด้วย “เดี๋ยวฉันมีของขวัญพิเศษจะให้หลานๆ ด้วยนะ”
“อะไรครับคุณอา” อธิปและปัณณ์ถามพร้อมกัน
“เป็นความลับจ้ะ รอรับตอนเช้าพรุ่งนี้นะ” ลลิตาตอบพร้อมกับยิ้มตาหยี
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว นลินดูแลตัวเองอย่างดี ภาคินคอยเป็นกำลังใจอยู่เสมอ อธิปและปัณณ์ก็ช่วยกันดูแลคุณแม่ที่ท้องแก่ขึ้นทุกวัน พวกเขาตื่นเต้นที่จะได้มีน้องอีกคน
“พี่อธิปครับ ถ้าได้น้องสาว เราจะเล่นด้วยกันได้ไหมครับ” ปัณณ์ถามขณะนั่งทำการบ้านอยู่ข้างพี่ชาย
“ได้สิ เราจะได้มีน้องผู้หญิงมาเล่นตุ๊กตาด้วย” อธิปตอบ “แต่ถ้าได้น้องผู้ชาย เราก็จะได้เล่นฟุตบอลด้วยกัน”
“ผมอยากได้น้องผู้หญิงครับ จะได้หอมแก้มได้” ปัณณ์พูดอย่างอารมณ์ดี
“แล้วถ้าเป็นน้องผู้ชายล่ะ” อธิปถาม
“ก็ดีเหมือนกันครับ จะได้มีคนมาเล่นด้วยเยอะๆ” ปัณณ์ตอบ
“พ่อกับแม่บอกว่าไม่ว่าจะเป็นน้องผู้หญิงหรือน้องผู้ชาย เราก็จะรักเหมือนกันหมด” อธิปพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“จริงด้วยครับ” ปัณณ์พยักหน้า
แล้ววันหนึ่ง นลินก็เริ่มมีอาการเจ็บท้อง ภาคินรีบพาเธอไปโรงพยาบาล ลลิตา อธิป และปัณณ์ก็ไปรอด้วยความเป็นห่วง
“แม่จะเป็นอะไรไหมครับ” ปัณณ์ถามลลิตาอย่างกังวล
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แม่กับน้องแข็งแรงดี” ลลิตาปลอบ
ไม่นานนัก เสียงเด็กร้องก็ดังขึ้น นลินปลอดภัยดี และได้ให้กำเนิดบุตรสาวที่น่ารัก ชื่อว่า อรุณรัศมี ซึ่งแปลว่าแสงอรุณแห่งรุ่งอรุณ
“อรุณรัศมี…” นลินพึมพำชื่อลูกสาวด้วยความรัก “ยินดีต้อนรับสู่โลกนะลูกรัก”
ภาคินมองลูกสาวด้วยความปลาบปลื้ม “เธอสวยเหมือนแม่เลยนะ”
อธิปและปัณณ์ดีใจมากที่ได้มีน้องสาว พวกเขาเข้าไปหาน้องด้วยความรักใคร่
“น้องน่ารักจังเลยครับ” ปัณณ์พูดพลางเอื้อมมือไปสัมผัสน้องเบาๆ
“พี่จะคอยดูแลน้องเองนะ” อธิปพูดอย่างมั่นใจ
ลลิตามองภาพครอบครัวของน้องสาวด้วยความสุข “ครอบครัวนี้สมบูรณ์แบบจริงๆ”
5,031 ตัวอักษร