ตอนที่ 16 — รอยสักโบราณสะท้อนภาพในนิมิต
แสงสลัวของยามเช้าสาดส่องผ่านม่านลูกไม้เข้ามาในห้องหนังสืออันโอ่อ่าของคฤหาสน์อัคคี เมขลานั่งอยู่หน้ากองเอกสารโบราณที่ซ้อนทับกันสูงราวกับกำแพง ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการอดนอนและความเครียด เธอเพิ่งจะหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ต้องเผชิญกับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธออีกครั้ง ชายในชุดคลุมดำสนิท ผู้มีดวงตาที่เปล่งประกายอำมหิตราวกับดวงดาวที่กำลังจะดับสูญ ภาพของเขาปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความฝันของเธอ ยิ่งไปกว่านั้นคือความรู้สึกเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วร่างเมื่อนึกถึงสัมผัสของพลังงานมืดที่เกาะกุมเธอไว้ ช่างเป็นค่ำคืนที่ยาวนานและน่าหวาดหวั่นเหลือเกิน
อัคคีเดินเข้ามาในห้องหนังสือด้วยถาดอาหารเช้าในมือ เขามองเห็นสภาพของเมขลาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนแรง “คุณพักผ่อนน้อยไปแล้วนะเมขลา ทานอะไรเสียหน่อยเถอะ” เขาจัดวางถาดลงบนโต๊ะข้างๆ เธอ มีผลไม้สด ขนมปังปิ้ง และกาแฟร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่น
เมขลาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนล้าแต่ก็ฉายแววของความมุ่งมั่น “ฉันยังหาอะไรที่เชื่อมโยงกับรอยสักของเรากับชายคนนั้นไม่ได้เลยค่ะอัคคี ยิ่งอ่านมากเท่าไหร่ ยิ่งเหมือนยิ่งหลงทาง” เธอหยิบแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา มันคือภาพถ่ายรอยสักรูปดวงดาวที่ปรากฏบนแผ่นหลังของเธอ ซึ่งเธอได้ถ่ายไว้เมื่อหลายวันก่อน “นี่ค่ะ ภาพนี้ดูเหมือนจะสั่นไหวเมื่อคืนนี้ ตอนที่ฉันมีนิมิต”
อัคคีหยิบแผ่นกระดาษนั้นมาพิจารณาอย่างละเอียด รอยสักรูปดวงดาวนั้นซับซ้อนและมีรายละเอียดที่น่าทึ่ง “ไม่น่าแปลกใจ” เขาพึมพำ “พลังงานโบราณที่คุกคามเราเมื่อคืนนี้ อาจส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งรอบตัวเรา รวมถึงสิ่งที่มีพลังงานเชื่อมโยงกับคุณด้วย”
“แล้วเราจะทำอย่างไรดีคะ” เมขลาถามเสียงสั่นเครือ “ฉันกลัวว่าถ้าเรื่องมันดำเนินไปแบบนี้ ฉันอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป”
“เราต้องหาทางควบคุมมัน” อัคคีตอบอย่างหนักแน่น “หากชายคนนั้นต้องการจะทำลายล้างจริงๆ เราก็ต้องมีพลังมากพอที่จะปกป้องตัวเองและคนที่เรารัก” เขาเดินไปหยิบหนังสือเล่มหนาที่ปิดอยู่ซึ่งมีสัญลักษณ์ดาวเคราะห์โบราณประดับอยู่บนปก “ฉันเจอหนังสือเล่มนี้ในห้องสมุดเก่าของท่านปู่ มันกล่าวถึง ‘พันธนาการแห่งดวงดาว’ ซึ่งเป็นพลังที่เชื่อมโยงดวงดาวกับโชคชะตาของผู้คน แต่ก็มีกล่าวถึง ‘เงาทมิฬ’ ที่พยายามจะตัดขาดพันธนาการนั้น”
“เงาทมิฬ…นั่นคือชายคนนั้นใช่ไหมคะ” เมขลาเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“มีความเป็นไปได้สูง” อัคคีพยักหน้า “หนังสือเล่มนี้กล่าวว่า ผู้ที่ถูกสาปจากเงาทมิฬ จะมีรอยสักที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวปรากฏขึ้นบนร่างกาย และจะถูกตามล่าจากพลังงานมืด จนกว่าพันธนาการแห่งดวงดาวจะถูกทำลายอย่างสมบูรณ์”
“แล้ว…แล้วจะมีทางแก้ไขไหมคะ”
“มี” อัคคีเปิดหนังสือไปที่หน้าหนึ่งซึ่งมีภาพวาดคล้ายกับรอยสักของเมขลา “ในตำนานกล่าวว่า ผู้ที่จะสามารถต่อกรกับเงาทมิฬได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีสายสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับดวงดาว และมีพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว หากสามารถปลุกพลังนั้นขึ้นมาได้ ก็จะสามารถสร้างแสงสว่างเพื่อขับไล่ความมืดได้”
“พลังที่ซ่อนเร้น…หมายถึงพลังของฉันหรือคะ” เมขลาเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง
“ใช่” อัคคีกล่าว “และรอยสักของคุณคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงพลังนั้น มันคือแผนที่ที่เชื่อมโยงคุณกับพลังงานของดวงดาว ยิ่งคุณเข้าใจมันมากเท่าไหร่ พลังของคุณก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น”
“แล้วอัคคีล่ะคะ” เมขลาถาม “รอยสักของคุณก็เหมือนกันใช่ไหมคะ”
อัคคีพยักหน้า “ใช่ รอยสักของฉันก็เช่นกัน มันเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับดวงดาวเช่นกัน แต่มีความหมายที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย มันเป็นเหมือนเกราะป้องกัน และเป็นตัวนำพลังงานแห่งดวงดาวเข้ามา”
“แล้วเราจะปลุกพลังของเราได้อย่างไรคะ”
“นั่นคือสิ่งที่เราต้องค้นหาต่อไป” อัคคีกล่าว “หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพิธีกรรมโบราณบางอย่าง ที่ต้องทำภายใต้แสงดาวเต็มดวง และต้องมีวัตถุที่เชื่อมโยงกับพลังงานแห่งดวงดาวมาร่วมด้วย”
“วัตถุที่เชื่อมโยงกับพลังงานแห่งดวงดาว…” เมขลาครุ่นคิด “ฉันนึกถึงจี้ที่แม่เคยให้ฉันมาค่ะ มันเป็นหินสีฟ้าใส มีประกายเหมือนดาวตก”
“ดีมาก!” อัคคีตาวาว “บางทีนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่เราตามหา”
ทั้งสองใช้เวลาที่เหลือของวันไปกับการค้นคว้าอย่างไม่ลดละ หนังสือโบราณหลายเล่มถูกเปิดอ่าน เอกสารเก่าแก่ถูกพิจารณา ภาพวาด รอยสัก และตำนานต่างๆ ถูกนำมาเปรียบเทียบกัน ความหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทั้งสอง แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหวาดกลัวต่อชายในชุดคลุมก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น พวกเขารู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที เงาทมิฬกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ เมขลาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานประหลาดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนเบาๆ จากรอยสักที่แผ่นหลังของเธอ “อัคคีคะ…รอยสักของฉัน…มันกำลังสั่นอีกแล้วค่ะ”
อัคคีรีบหันมามอง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล “เป็นเหมือนเมื่อคืนนี้หรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ” เมขลาตอบ “และฉัน…ฉันเห็นภาพอีกแล้วค่ะ”
ภาพนิมิตปรากฏขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เธอเห็นภาพกลุ่มดาวที่เรียงตัวกันเป็นรูปร่างประหลาด สัญลักษณ์โบราณที่เธอเคยเห็นในหนังสือปรากฏขึ้นกลางกลุ่มดาวนั้น และมีแสงสีฟ้าสว่างวาบออกมาจากใจกลางของสัญลักษณ์นั้น “นั่นมัน…นั่นมันรูปอะไรนะคะ” เธอพึมพำ
“รอเดี๋ยวนะ” อัคคีรีบหยิบหนังสือเล่มที่เขาเจอเมื่อเช้ามาเปิดอีกครั้ง เขาไล่นิ้วไปตามภาพวาดโบราณต่างๆ จนกระทั่งสายตาของเขาก็หยุดลงที่ภาพหนึ่ง “นี่ไง! นี่คือ ‘ดวงดาวแห่งพันธนาการ’!”
“ดวงดาวแห่งพันธนาการ?” เมขลาถาม
“ใช่ ตำนานกล่าวว่า ดวงดาวแห่งพันธนาการนี้จะปรากฏขึ้นในคืนที่พันธนาการแห่งดวงดาวกำลังจะถูกทำลาย หรือไม่ก็กำลังจะถูกเสริมสร้างให้แข็งแกร่งขึ้น” อัคคีอธิบาย “และสัญลักษณ์ที่อยู่กลางดวงดาวนั้น…คือ ‘ตราประทับแห่งผู้พิทักษ์’!”
“ผู้พิทักษ์?”
“ใช่ ผู้พิทักษ์แห่งดวงดาว เป็นผู้ที่มีหน้าที่ปกป้องพันธนาการแห่งดวงดาว และขับไล่เงาทมิฬ” อัคคีเงยหน้าขึ้นมองเมขลา ดวงตาของเขาสะท้อนความประหลาดใจและความคาดหวัง “เมขลา…บางที…นิมิตของคุณอาจจะไม่ใช่แค่คำเตือน แต่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการปลุกพลังที่แท้จริงของเราก็ได้”
4,874 ตัวอักษร