ม่านเมฆลิขิต ชะตาพาพลัด

ตอนที่ 7 / 47

ตอนที่ 7 — ความหวังริบหรี่ ปริศนาเริ่มคลี่คลาย

อรุณรัศมีก้าวเดินไปตามทางเดินในสวนอันร่มรื่นของคฤหาสน์ตระกูลเธอ เสียงน้ำพุที่ดังเป็นจังหวะสอดคล้องกับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ การพบปะกับภาคินในวันนี้เต็มไปด้วยความคาดหวังและความกังวล ปนเปกันไปหมด เธอหวังว่าการพูดคุยกันอย่างเปิดอกจะช่วยคลี่คลายปมในใจของเธอได้บ้าง หลังจากบทสนทนาอันตึงเครียดกับมารดาเมื่อวานนี้ เธอก็รู้สึกเหมือนมีกำแพงบางๆ กั้นระหว่างเธอกับโลกภายนอก แม้ภายนอกจะดูสงบสุขเพียงใด แต่ภายในใจของเธอกลับสับสนวุ่นวายไม่น้อย "อรุณรัศมี" เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้นจากทางเดินอีกเส้นหนึ่ง ภาคินยืนรออยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาฉายแววอ่อนโยนอย่างที่เธอคุ้นเคย ดวงตาของเขาสื่อถึงความห่วงใยที่ส่งมาถึงเธอโดยตรง "มาแล้วเหรอครับ" "ค่ะ" อรุณรัศมียิ้มรับ แม้จะเป็นรอยยิ้มที่ยังคงมีริ้วรอยของความไม่สบายใจ "คุณภาคินรออยู่นานไหมคะ" "ไม่นานหรอกครับ" ภาคินเดินเข้ามาใกล้เธอ ยืนอยู่ข้างๆ มองสำรวจใบหน้าของเธอด้วยความเป็นห่วง "ดูเหมือนเมื่อคืนจะนอนไม่ค่อยหลับเลยนะครับ" อรุณรัศมีถอนหายใจเบาๆ "ก็...มีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมดค่ะ" เธอเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ตรงๆ "คุณภาคินล่ะคะ เมื่อวานคุณภาคินคุยกับคุณพ่อแล้วเป็นอย่างไรบ้าง" ภาคินชะงักไปเล็กน้อย เขารู้ว่าอรุณรัศมีกำลังถามถึงการเผชิญหน้ากับบิดาของเขา แต่เขาเลือกที่จะตอบอย่างอ้อมๆ เพื่อให้เธอสบายใจ "ก็...ดีครับ คุณพ่อท่านก็เข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามอธิบาย" เขาเลือกที่จะไม่บอกเธอว่าการพูดคุยนั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เขาบอก "ผมอยากจะบอกอรุณรัศมีว่า ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อความสัมพันธ์ของเรานะ" "ฉันก็หวังอย่างนั้นค่ะ" อรุณรัศมีเอ่ยเสียงแผ่ว "บางที...ความรู้สึกของคนสองคนอาจจะสำคัญกว่าความขัดแย้งที่มันไม่มีวันจบสิ้นก็ได้" "ผมเชื่ออย่างนั้นครับ" ภาคินจับมือของอรุณรัศมีไว้เบาๆ สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย "ผมไม่อยากให้อรุณรัศมีต้องกังวล ผมจะจัดการทุกอย่างเอง" "แต่...แล้วถ้ามันมีผลกระทบกับคุณภาคินล่ะคะ" อรุณรัศมียังคงมีความกังวลแฝงอยู่ "ครอบครัวของคุณภาคิน...เขาไม่ชอบฉันเอามากๆ" "ผมรู้ครับ" ภาคินยอมรับ "แต่ผมจะค่อยๆ ทำให้เขาเข้าใจ ผมเชื่อว่าเวลาจะช่วยได้" เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของอรุณรัศมี "ผมขอเวลาได้ไหมครับ ขอโอกาสให้ผมพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักของเรามันมีความหมาย" อรุณรัศมีพยักหน้าช้าๆ "ค่ะ ฉันให้โอกาสคุณค่ะ" เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามที่ปราศจากเมฆหมอก "แต่บางที...ชะตาของเราก็ดูเหมือนจะเล่นตลกกับเราเหลือเกินนะคะ" "ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน" ภาคินตอบรับ "เหมือนมีอะไรบางอย่างคอยขัดขวางเราอยู่ตลอดเวลา" "เมื่อคืนก่อนที่ฉันจะหลับ" อรุณรัศมีเริ่มเล่า "ฉันได้ยินเสียงแปลกๆ แถวห้องทำงานของคุณพ่อค่ะ มันเหมือนเสียงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง ฉันพยายามจะเข้าไปดู แต่ก็มีคนเดินผ่านมาพอดี เลยไม่ได้เข้าไปค่ะ" ภาคินขมวดคิ้ว "เสียงอะไรนะครับ" "ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ มันเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคยด้วย" อรุณรัศมีพยายามนึกย้อน "แต่ฟังดูแล้ว...มันเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง" "คุณพ่อของคุณอรุณรัศมี...ท่านมีศัตรูเยอะหรือเปล่าครับ" ภาคินถามอย่างระมัดระวัง "ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ" อรุณรัศมีส่ายหน้า "ท่านไม่เคยเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟังเลย" "ถ้าอย่างนั้น...เราอาจจะต้องลองสืบดูนะครับ" ภาคินเสนอ "บางที...สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเราเมื่อก่อน อาจจะไม่ได้เป็นอุบัติเหตุอย่างที่ใครๆ คิดก็ได้" "หมายความว่าอย่างไรคะ" อรุณรัศมีมองภาคินด้วยความสงสัย "ผมแค่รู้สึกว่า...เรื่องราวในอดีตมันมีความเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เราคิด" ภาคินอธิบาย "คุณปู่ของผมเคยบอกไว้ว่า มีบางคนพยายามจะทำลายตระกูลของเรา แต่ก็ไม่เคยมีหลักฐานชัดเจน" "แต่...แล้วมันจะเกี่ยวกับฉันกับคุณภาคินได้อย่างไรคะ" อรุณรัศมีเริ่มใจคอไม่ดี "ผมก็ไม่แน่ใจ" ภาคินตอบ "แต่ถ้ามีใครกำลังพยายามสร้างความแตกแยกให้กับเรา หรือพยายามจะใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างตระกูลของเรา...เราก็ต้องรู้ทัน" "แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรคะ" "ผมจะลองหาข้อมูลเพิ่มดูครับ" ภาคินกล่าว "ผมมีเพื่อนบางคนที่พอจะไว้ใจได้ เขาเคยทำงานด้านการสืบสวนมาก่อน" "ฉันจะช่วยอะไรได้บ้างไหมคะ" อรุณรัศมีเสนอตัว "ตอนนี้...แค่คุณอรุณรัศมีอยู่ข้างๆ ผมก็ดีที่สุดแล้วครับ" ภาคินยิ้มให้เธอ "ส่วนเรื่องอื่นๆ...ให้ผมจัดการเองนะ" อรุณรัศมีพยักหน้า เธอสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นในแววตาของภาคิน แม้ว่าสถานการณ์จะดูซับซ้อนและอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่การมีเขาอยู่เคียงข้างก็ทำให้เธอรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง "ขอบคุณนะคะ คุณภาคิน" เธอกล่าว "ฉันเชื่อใจคุณค่ะ" "ผมก็เชื่อใจคุณอรุณรัศมีเช่นกันครับ" ภาคินจับมือของเธอแน่นขึ้น "เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน" ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนคุยกันอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในสวน เสียงรองเท้าที่ย่ำมาบนพื้นหญ้าก็ดังขึ้น พวกเขาหันไปมองพร้อมกัน และพบกับคุณหญิงอัญชนา มารดาของอรุณรัศมีที่กำลังเดินตรงมาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "อรุณรัศมี" คุณหญิงอัญชนาเอ่ยเสียงแข็ง "ออกมาคุยกับแม่ตรงนี้เลยนะ" อรุณรัศมีมองภาคินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหาผู้เป็นมารดา "มีอะไรคะคุณแม่" "อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นนะ" คุณหญิงอัญชนาตำหนิ "แม่เห็นเธอสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว" "ค่ะ พวกเราแค่คุยกันค่ะ" อรุณรัศมีตอบอย่างใจเย็น "คุยกัน?" คุณหญิงอัญชนาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "คุยกันเรื่องอะไรกันแน่ แม่รู้ดีว่าเธอคิดอะไรอยู่" ภาคินก้าวเข้ามาขวางระหว่างอรุณรัศมีกับมารดาของเธอ "คุณหญิงครับ ผมขอโทษที่ทำให้คุณหญิงไม่สบายใจ" "อย่ามาทำเป็นสุภาพเลยน่า" คุณหญิงอัญชนาตวาดกลับ "ฉันไม่เคยเห็นคนอย่างเธอดีๆ เลย" "คุณแม่คะ" อรุณรัศมีพยายามห้าม "นี่มันเรื่องของเราสองคน" "แล้วเธอจะปล่อยให้ผู้ชายคนนี้มาหลอกลวงเธอไปถึงไหน" คุณหญิงอัญชนาไม่ฟัง "เธอไม่เห็นหรือไงว่าตระกูลเขาเป็นคนอย่างไร" "แต่คุณแม่คะ" อรุณรัศมีเสียงสั่นเครือ "ความรู้สึกของหนู..." "ความรู้สึกของเธอไม่สำคัญเท่าอนาคตของตระกูลเรา" คุณหญิงอัญชนาตัดบท "แม่ไม่ยอมให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลนั้นเด็ดขาด" ภาคินมองดูอรุณรัศมีที่กำลังกลั้นน้ำตา เขาเข้าใจดีว่าสถานการณ์มันเลวร้ายเพียงใด เขาไม่อยากให้อรุณรัศมีต้องมารับแรงกดดันนี้เพียงลำพัง "คุณหญิงครับ" ภาคินเอ่ยเสียงหนักแน่น "ผมเข้าใจความกังวลของคุณหญิง" "เข้าใจ?" คุณหญิงอัญชนาเงยหน้ามองเขาด้วยความไม่เชื่อ "เธอจะเข้าใจอะไรได้" "ผมเข้าใจว่าคุณหญิงเป็นห่วงลูกสาว" ภาคินกล่าวต่อ "แต่ผมอยากให้คุณหญิงลองเปิดใจมองดูสักครั้ง ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน มันไม่ใช่แค่ความหลงผิด" "ไร้สาระ" คุณหญิงอัญชนาสะบัดหน้าหนี "ฉันไม่มีวันยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างเธอสองคนเด็ดขาด" อรุณรัศมียืนนิ่ง เธอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า คำพูดของมารดาเหมือนคมมีดที่กรีดแทงหัวใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอหันไปมองภาคิน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ แต่ก็ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเธอ "อรุณรัศมี" คุณหญิงอัญชนาเอ่ยเสียงเย็นชา "แม่จะให้เวลาเธอคิดทบทวน แม่จะไม่ยอมให้เธอทำเรื่องโง่ๆ ที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของเรา" พูดจบ คุณหญิงอัญชนาหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้อรุณรัศมีกับภาคินยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของสวน รอยยิ้มที่เคยมีบนใบหน้าของอรุณรัศมีเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาที่ฉายความเศร้าสร้อยและหวาดหวั่น

5,833 ตัวอักษร