ตอนที่ 1 — บ้านป่าล่าฝันที่เธอเลือก
เสียงกรีดร้องของรถยนต์ที่ดังระงมแทรกเข้ามาในห้วงความคิดของ “พิมพ์มาดา” เป็นครั้งคราว เธอยกมือขึ้นกอดอกแน่น มองออกไปนอกกระจกรถบัสด้วยแววตาเหนื่อยหน่าย กรุงเทพฯ ยังคงเป็นกรุงเทพฯ เสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี หรือเธอจะพยายามหนีมันไปไกลสักแค่ไหน เมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังคงอัดแน่นไปด้วยความเร่งรีบ วุ่นวาย และเสียงรบกวนที่พรากเอาความสงบสุขไปจากชีวิตเธอจนหมดสิ้น
“อีกไม่นานก็จะถึงแล้วค่ะคุณพิมพ์” เสียงทุ้มต่ำของคนขับรถบัสประจำทางที่ดูเหมือนจะรู้จักเธอดีดังขึ้น ทำให้พิมพ์มาดาต้องละสายตาจากวิวข้างทางกลับมา ใบหน้าของเธอฉายแววโล่งใจระคนตื่นเต้น “ป่าสนแห่งนั้น… หวังว่ามันจะมอบแรงบันดาลใจที่เธอตามหาได้นะ”
แรงบันดาลใจ… คำนี้ดูเหมือนจะลอยห่างออกไปเรื่อยๆ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นวนิยายเล่มล่าสุดของเธอถูกดองเค็ม ความคิดสร้างสรรค์เหือดหายไปจนหมดสิ้น ตัวละครที่เคยมีชีวิตชีวาในหัวกลับเงียบงันไปหมดสิ้น สองปีที่ผ่านมากับการทุ่มเทให้กับงานเขียน จนลืมดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ผลลัพธ์ที่ได้คืออาการหมดไฟอย่างรุนแรง จนเพื่อนสนิทของเธอ “รินลดา” แนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศ หันไปหาธรรมชาติบำบัด และนั่นคือที่มาของการเดินทางอันยาวนานสู่ “บ้านป่า” แห่งนี้
กระท่อมไม้หลังเล็กกลางป่าสนที่เธอเห็นจากรูปถ่ายนั้นดูงดงามราวกับภาพวาด แต่ในความเป็นจริง การเดินทางเข้ามานั้นไม่ง่ายเลย ถนนลูกรังที่ขรุขระและคดเคี้ยวราวกับงูเลื้อย ทำให้รถบัสต้องค่อยๆ ชะลอความเร็วลงจนแทบจะจอดสนิท พิมพ์มาดาใจหายวูบเมื่อเห็นว่าเธอจะต้องแบกสัมภาระทั้งหมดเดินเท้าเข้าไปอีกราวครึ่งกิโลเมตร
“นี่แหละค่ะคุณพิมพ์ จุดสุดท้ายที่รถจะไปถึง หลังจากนี้ต้องเดินเข้าไปเองนะ” คนขับพูดพลางเปิดประตูท้ายรถ พิมพ์มาดาพยักหน้า เธอสูดหายใจลึก พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ปะปนด้วยกลิ่นดิน กลิ่นสน และกลิ่นอายของป่าเข้าปอด
“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดพร้อมกับยกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นสะพายไหล่ และคว้ากระเป๋าเป้ใบเล็กที่บรรจุของจำเป็นติดตัวไว้ ภาพสุดท้ายที่เห็นคือรถบัสคันเก่าค่อยๆ แล่นจากไป ทิ้งเธอไว้กับความเงียบสงัดของผืนป่า มีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง และเสียงนกร้องที่ดังเป็นระยะ
การเดินเท้าเข้าป่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับสาวกรุงเทพฯ อย่างเธอ แม้ว่าเธอจะเตรียมใจมาแล้วก็ตาม สองปีแห่งการนั่งจมอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ร่างกายของเธอไม่คุ้นเคยกับการออกกำลังกายเท่าที่ควร เธอรู้สึกเหนื่อยหอบตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง แต่เมื่อนึกถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ เธอจึงกัดฟันเดินต่อไป
“อีกนิดเดียว… พิมพ์” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางมองไปยังทางเดินที่เริ่มเห็นเงาของกระท่อมไม้หลังเล็กอยู่ลิบๆ ความเหนื่อยล้าเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวัง
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ขึ้น พิมพ์มาดาก็เห็นกระท่อมหลังนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น มันเป็นกระท่อมไม้สักทองหลังคาทรงปั้นหยาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง มีระเบียงไม้ทอดยาวรอบตัวบ้าน ดูอบอุ่นและน่าอยู่สมกับที่เธอเห็นในรูป แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ มีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนพิงเสาบ้านอยู่ เขาใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว และมีผ้าโพกหัวสีเข้มปิดผมยาวบางส่วน ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาเรียวรี จมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่เม้มเล็กน้อย เขากำลังมองมาทางเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“สวัสดีค่ะ” พิมพ์มาดาเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ เธอยิ้มบางๆ ให้กับเขา “ฉันพิมพ์มาดา ผู้เช่ากระท่อมค่ะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบทันที เขายืดตัวตรง เดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาดูมั่นคงและเงียบเชียบ ราวกับสัตว์ป่าที่เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง
“สวัสดีครับ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำ ฟังดูแหบพร่าเล็กน้อย “ผม ‘คีริน’ เจ้าของกระท่อม”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณคีริน” พิมพ์มาดายื่นมือออกไปหาเขาอย่างเป็นมิตร “ฉันหวังว่าการพักอยู่ที่นี่จะรบกวนคุณมากนะคะ”
คีรินมองมือของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจับมือเธอไว้แน่น เขาไม่ได้ยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ คุณพิมพ์มาดา คงมาถึงแล้วสินะครับ ผมเห็นรถบัสจอดอยู่ไกลๆ”
“ค่ะ ฉันเพิ่งลงมาเมื่อสักครู่” เธอรู้สึกถึงความเย็นเฉียบที่ปลายนิ้วของเขา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร “ที่นี่เงียบสงบมากเลยค่ะ ฉันชอบมาก”
“ใช่ครับ ที่นี่ไม่มีอะไรนอกจากความเงียบ” คีรินปล่อยมือเธอ “เชิญข้างในก่อนครับ เดี๋ยวผมจะช่วยยกของให้”
พิมพ์มาดาเดินตามคีรินเข้าไปในกระท่อม ทันทีที่ก้าวเข้ามา กลิ่นอายของไม้เก่าและสมุนไพรลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่อบอุ่น ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ภายในกระท่อมตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ดูอบอุ่น มีโซฟานุ่มๆ หนึ่งตัว โต๊ะกลางไม้ และชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าๆ หน้าต่างบานใหญ่เปิดโล่ง มองออกไปเห็นวิวป่าสนที่สวยงาม
“ห้องนอนอยู่ทางขวามือครับ ส่วนห้องน้ำอยู่ด้านหลัง” คีรินบอกพลางวางกระเป๋าของเธอลงบนพื้น “ผมเตรียมน้ำสะอาดไว้ให้แล้ว ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม บอกได้เลยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์มาดากล่าว “ฉันไม่รู้ว่าจะต้องรบกวนคุณอีกบ่อยแค่ไหน”
คีรินหันมามองเธอ ดวงตาของเขาดูอ่อนลงเล็กน้อย “ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ที่นี่แหละ แถวนี้ผมรู้จักดี ถ้ามีปัญหาอะไรก็เดินมาบอกผมได้ที่กระท่อมหลังเล็กโน้น” เขาชี้ไปยังกระท่อมอีกหลังที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “แต่มักจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกครับ ที่นี่มีแต่เรื่องของธรรมชาติ”
“เรื่องของธรรมชาติ…” พิมพ์มาดาทวนคำนั้น เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังผืนป่าสนสีเขียวเข้มที่ทอดไกลสุดลูกตา “ฉันหวังว่ามันจะช่วยให้ฉันกลับมามีแรงบันดาลใจได้อีกครั้งนะคะ”
“แรงบันดาลใจ…” คีรินพึมพำเบาๆ “บางทีคุณอาจจะพบมันในที่ที่คุณคาดไม่ถึงก็ได้นะครับ”
เขาพูดจบก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งพิมพ์มาดาไว้กับกระท่อมหลังใหม่ และความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เธอหันกลับมามองร่างสูงของคีรินที่กำลังเดินจากไป เขามีบางอย่างที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ และความเงียบสงบของป่าแห่งนี้ อาจจะไม่ได้เงียบสงบอย่างที่เธอคิดก็ได้
4,634 ตัวอักษร