ตอนที่ 19 — ความจริงที่คลี่คลายในภาพวาด
คีรินหันมามองพิมพ์มาดา ดวงตาของเขาสะท้อนความรู้สึกมากมายที่ยากจะบรรยาย ทั้งความเศร้า ความสับสน และความเจ็บปวดที่เหมือนเพิ่งจะถูกขุดขึ้นมาใหม่ เขาเดินเข้ามาใกล้เธอ ก้าวย่างที่มั่นคงแต่แฝงไปด้วยความอ่อนล้า “ฉันไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นยังไงดี พิม… เรื่องทั้งหมดมันซับซ้อนเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจเองได้” เสียงของเขาแหบพร่า บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน
พิมพ์มาดายื่นมือออกไปแตะแขนเขาเบาๆ สัมผัสของเธออบอุ่นและปลอบประโลม “คุณไม่ต้องรีบร้อนนะคะ ค่อยๆ เล่า ค่อยๆ ทำความเข้าใจไปด้วยกัน ฉันจะอยู่ตรงนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามส่งความเข้มแข็งให้เขา
คีรินพยักหน้าช้าๆ เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวที่เก็บงำไว้ในใจมาตลอด “รูปภาพนั้น… ภาพวาดที่เธอเห็นในห้องทำงานของฉัน มันไม่ใช่ภาพของฉันกับแม่… มันคือภาพที่ฉันวาดตอนที่ฉันยังเด็กมาก” เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมสมาธิ “ตอนนั้นฉันยังเด็กจริงๆ ไม่เข้าใจอะไรมากนัก จำได้แค่ว่าฉันอยากวาดรูปแม่… รูปที่สวยที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะจินตนาการได้”
ดวงตาของคีรินทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนยังคงตกโปรยปรายไม่ขาดสาย สร้างเสียงกระเพื่อมเบาๆ ให้กับความเงียบ “แต่… ฉันจำหน้าแม่ไม่ได้เลย พิม ฉันจำอะไรเกี่ยวกับแม่ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย… มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่า… เหมือนมีอะไรบางอย่างหายไป” เขาเงียบไปอีกครั้ง น้ำเสียงที่สั่นเครือยิ่งทำให้พิมพ์มาดารู้สึกสงสารจับใจ
“ฉัน… ฉันเลยตัดสินใจที่จะวาด ‘แม่’ ในแบบที่ฉันอยากให้เป็น แม่ในอุดมคติของฉัน” คีรินพูดต่อ “ฉันวาดผู้หญิงคนหนึ่ง… ที่มีผมยาวสลวยเหมือนที่ฉันเคยเห็นในนิทาน… มีรอยยิ้มที่อบอุ่น… และดวงตาที่อ่อนโยน… ฉันใส่ทุกอย่างที่ฉันคิดว่า ‘แม่’ ควรจะเป็นลงไปในภาพนั้น… โดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างที่ขาดหายไป”
พิมพ์มาดากอดแขนคีรินแน่นขึ้น “แล้ว… ผู้หญิงในภาพนั้น… คือใครคะ” เธอถามอย่างแผ่วเบา
คีรินส่ายหน้าช้าๆ “ตอนแรกฉันก็ไม่รู้… ฉันวาดไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง… จนกระทั่งวันหนึ่ง… ฉันเจอรูปถ่ายเก่าๆ ของคุณป้า… คุณป้าที่เสียไปแล้ว” น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่น “ฉันจำได้ทันที… รูปนั้น… คือรูปของคุณป้า… รูปที่ฉันเห็นในตอนนั้น… มันคือรูปที่คุณป้าตอนสาวๆ… สวยมาก”
“คุณป้า… หมายถึงคุณป้าของฉันหรือคะ” พิมพ์มาดาเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
“ใช่… คุณป้าของเธอ… เขาชื่อ ‘อรสา’ ใช่ไหม” คีรินเอ่ยชื่อ พร้อมกับมองหน้าพิมพ์มาดาที่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันตกใจมาก… เหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง… ผู้หญิงที่ฉันวาด… ผู้หญิงที่ฉันคิดว่าเป็น ‘แม่’… กลับกลายเป็นคุณป้าของเธอ… คนที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน… แล้วทำไม… ทำไมฉันถึงวาดเขาได้เหมือนขนาดนั้น”
“ตอนเด็กๆ ฉันถูกสอนมาตลอดว่าแม่ฉันเสียไปตั้งแต่ฉันยังเล็ก… แต่ไม่เคยมีใครเล่าเรื่องราวของท่านให้ฟังเลย… ฉันไม่เคยเห็นรูปถ่ายของท่าน… ไม่เคยรู้เลยว่าท่านเป็นคนยังไง” คีรินเล่าต่อ “จนกระทั่งมาเจอรูปของคุณป้า… และพอได้เห็นรูปนั้น… ความรู้สึกบางอย่างมันก็ผุดขึ้นมา… ความรู้สึกคุ้นเคย… เหมือนเคยเห็น… แต่ก็ไม่แน่ใจ”
“แล้วพ่อของคุณล่ะคะ ท่านเคยพูดถึงเรื่องนี้บ้างไหม” พิมพ์มาดากระตุ้นถาม
คีรินถอนหายใจอีกครั้ง “พ่อ… พ่อของฉัน… ท่านไม่เคยพูดถึงเรื่องแม่เลย… ท่านเลือกที่จะเก็บเงียบ… เหมือนไม่อยากให้เรื่องราวในอดีตกลับมาทำร้ายพวกเราอีก… แต่การเก็บเงียบ… มันกลับทำให้ฉันยิ่งสงสัย… ยิ่งอยากรู้… ยิ่งเจ็บปวด”
“จนกระทั่งฉันเจอรูปของคุณป้า… ฉันลองกลับไปคุ้ยของเก่าๆ ของพ่อ… ในห้องเก็บของ… แล้วฉันก็เจอ… ฉันเจอจดหมาย… เป็นจดหมายที่คุณป้าเขียนถึงพ่อของฉัน… เป็นจดหมายรัก…” น้ำเสียงของคีรินแผ่วลงไปอีก “ฉันอ่านมัน… แล้วฉันก็เข้าใจ… ฉันเข้าใจทุกอย่าง”
เขาหยุดพูด หายใจเข้าลึกๆ ราวกับกำลังรวบรวมกำลังใจที่จะพูดประโยคที่ยากที่สุด “คุณป้า… คุณป้าอรสา… คือผู้หญิงที่พ่อของฉันรัก… รักมาก… ก่อนที่จะเจอแม่ของฉัน”
พิมพ์มาดาอึ้งไป เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย… คุณป้าอรสา… ผู้หญิงที่เธอรักเหมือนแม่… เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพ่อของคีรินงั้นหรือ
“พ่อกับคุณป้า… เป็นรักแรกของกันและกัน… แต่แล้ว… ด้วยเหตุผลบางอย่าง… พวกเขาก็เลิกกัน… แล้วพ่อก็ไปเจอแม่ของฉัน… แล้วเขาก็แต่งงานกัน…” คีรินเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ส่วนคุณป้า… ท่านก็… ท่านก็เหมือนจะยังรักพ่อของฉันอยู่… ท่านยังเก็บจดหมายของพ่อไว้… แล้ว… แล้วฉันก็วาดรูปของท่าน… โดยไม่รู้ตัว… จากความทรงจำที่พ่ออาจจะเคยเล่าให้ฟัง… หรือ… หรือบางที… ฉันอาจจะรับรู้ถึงความรู้สึกของพ่อ… ที่มีต่อคุณป้า… ผ่านสายเลือด…”
“แล้ว… ทำไมรูปนั้นถึงไปอยู่ในห้องทำงานของพ่อคะ” พิมพ์มาดายังคงมีคำถามมากมาย
“หลังจากที่พ่อเสีย… ฉันกลับมาที่บ้าน… แล้วฉันก็พบว่า… ในห้องทำงานของพ่อ… มีรูปวาดรูปหนึ่ง… ซ่อนอยู่ในกล่องเก่าๆ… มันคือรูปที่ฉันวาดตอนเด็ก… รูปที่คุณป้า…” คีรินหยุดพูดอีกครั้ง เขาหลับตาลงช้าๆ ราวกับกำลังพยายามขับไล่ภาพในอดีตที่ตามหลอกหลอน “พ่อ… พ่อของฉัน… เก็บรูปนี้ไว้… เก็บรูปผู้หญิงที่เคยเป็นเหมือนรักแรก… เก็บมันไว้… เป็นความลับ… ที่เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟัง… แม้แต่กับฉัน…”
“เขาคงอยากเก็บความทรงจำบางอย่างไว้… แม้จะเป็นความทรงจำที่เจ็บปวด…” พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้น “และภาพวาดนั้น… มันก็เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจ… เตือนใจถึงความรัก… และความสูญเสีย…”
คีรินมองพิมพ์มาดา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจ “ฉันเข้าใจแล้ว… ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้… ทำไมถึงเก็บมันไว้… ท่านคงอยากจะลืม… แต่ลืมไม่ได้…”
“แล้ว… คุณจะทำยังไงต่อไปคะ” พิมพ์มาดาถามอย่างอ่อนโยน
คีรินมองไปที่พิมพ์มาดา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา “ฉัน… ฉันจะลองพูดคุยกับญาติผู้ใหญ่… ฉันอยากจะรู้เรื่องราวทั้งหมด… อยากจะเข้าใจ… แล้ว… แล้วฉันก็อยากจะ… จัดการกับเรื่องนี้ให้เรียบร้อย… ในแบบที่พ่อของฉันคงอยากให้เป็น…”
“ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณนะคะ” พิมพ์มาดาพูดพร้อมกับยื่นมือไปกุมมือของเขาไว้แน่น “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น… ฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ”
คีรินบีบมือเธอตอบ “ขอบคุณนะ… พิม… ขอบคุณจริงๆ”
4,856 ตัวอักษร