ตอนที่ 29 — รอยร้าวที่ถูกซ่อนในความทรงจำ
แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ของห้องใต้หลังคาเข้ามา ทำให้บรรยากาศที่เคยอึมครึมดูสดใสขึ้น พิมพ์มาดายังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้เก่าของคิรัน มือของเธอยังคงวางทาบอยู่บนสมุดบันทึกเล่มนั้น สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความทรงจำที่ถูกเก็บงำไว้ภายใน
"ฉัน...ไม่เคยรู้เลยว่าฉันเคยสนิทกับคิรันมากขนาดนี้" พิมพ์มาดากล่าว พลางพลิกหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยภาพวาดและตัวอักษรที่ดูเหมือนจะเลือนลางไปตามกาลเวลา "ถ้าฉันจำเขาได้...บางทีเรื่องราวทั้งหมดอาจจะไม่ซับซ้อนขนาดนี้"
"บางที...มันก็ดีแล้วที่พิมพ์จำไม่ได้" คีรินเอ่ยขึ้น พลางเดินไปหยิบภาพวาดใบหนึ่งที่วางพิงอยู่กับผนัง "อย่างน้อย...พิมพ์ก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความทรงจำที่เจ็บปวด"
เขาชูภาพวาดใบนั้นขึ้น ภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน คือภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกทานตะวัน ผมยาวสีดำสลวยปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มแจ่มใส แต่แววตาของเธอกลับแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยบางอย่าง
"นี่...แม่ของฉัน" คีรินบอก "เธอรักดอกทานตะวันมาก...เธอชอบบอกว่าดอกทานตะวันเหมือนกับคนที่มีความหวังเสมอ"
พิมพ์มาดาจ้องมองภาพวาดนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ใบหน้าของหญิงสาวในภาพมีความคล้ายคลึงกับเธออยู่บ้าง แต่ก็แตกต่างกันในรายละเอียด "สวยมากเลยค่ะ" เธอชม
"เธอจากไป...ตอนที่ฉันอายุเท่าพิมพ์ตอนนี้" คีรินกล่าว "เธอป่วย...เหมือนกับพ่อ"
"แล้ว...ทำไมคุณถึงไม่บอกความจริงทั้งหมดกับฉันตั้งแต่แรกคะ" พิมพ์มาดาถาม "ทำไมคุณถึงให้ฉันเข้าใจผิดว่า...ว่าคุณกำลังโกหกฉัน"
คีรินเดินเข้ามาใกล้พิมพ์มาดา เขาหยิบภาพวาดของเธอที่อยู่ในชุดสีขาว ยืนอยู่หน้าทะเลสาบขึ้นมาดู "เพราะฉันกลัว...กลัวว่าความจริงมันจะโหดร้ายเกินไปสำหรับพิมพ์" เขาตอบ "ฉันกลัวว่าพิมพ์จะรับไม่ได้...กับการที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปในเหตุการณ์เดียวกัน"
"แต่...การที่คุณปิดบังฉัน มันยิ่งทำให้ฉันเจ็บปวดมากกว่านะคะ" พิมพ์มาดากล่าว "ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกหลอกลวง...เหมือนกำลังถูกหักหลัง"
"ฉันขอโทษนะพิมพ์" คีรินเอ่ยเสียงเบา "ฉัน...ฉันไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ"
"คุณน่าจะบอกฉันตั้งแต่แรก" พิมพ์มาดาพูด "อย่างน้อย...ฉันก็จะได้เข้าใจ"
"ฉันรู้...ฉันผิดเอง" คีรินยอมรับ "แต่ฉันก็หวังว่า...พิมพ์จะให้อภัยฉันนะ"
พิมพ์มาดาเงียบไปชั่วครู่ เธอพิจารณาคำพูดของคีริน ความเจ็บปวดที่เธอได้รับจากการถูกปิดบัง มันเป็นเรื่องจริง แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่ดีของคีริน เขาไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงแต่เขาไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองและของเธอ
"ฉัน...ให้อภัยคุณค่ะ" พิมพ์มาดาตอบในที่สุด "แต่...เราต้องคุยกันให้เคลียร์ทุกอย่างนะ"
"แน่นอน" คีรินพยักหน้ารับ "ทุกอย่าง...จะถูกเปิดเผย"
ทั้งสองนั่งลงบนพื้นห้องใต้หลังคา บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเงียบที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน คีรินเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างละเอียด เขาเล่าถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุที่ทำให้พ่อแม่ของเขาเสียชีวิต และในเหตุการณ์เดียวกันนั้นเอง...พ่อแม่ของพิมพ์มาดาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพ่อแม่คีริน ก็เสียชีวิตไปด้วย
"พ่อกับแม่ของพิมพ์...กับพ่อกับแม่ของฉัน...เป็นเพื่อนรักกันมานานมาก" คีรินอธิบาย "เราสนิทกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน"
"แล้ว...ทำไมฉันถึงไม่เคยจำได้เลยคะ" พิมพ์มาดาถาม "ทำไมความทรงจำของฉันถึงได้เลือนรางขนาดนั้น"
"เพราะตอนนั้นพิมพ์ยังเด็กมาก" คีรินตอบ "อุบัติเหตุเกิดขึ้น...แล้วพ่อของฉันก็ตัดสินใจที่จะส่งพิมพ์ไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด เพื่อให้พิมพ์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่...โดยที่ไม่ต้องแบกรับความทรงจำอันโหดร้าย"
"แล้ว...คิรันล่ะคะ" พิมพ์มาดาถาม "เขา...เขาเสียชีวิตไปพร้อมกับพ่อแม่ของคุณเลยหรือคะ"
คีรินส่ายหน้า "ไม่...คิรันเสียชีวิตก่อนหน้านั้น...เพราะอาการป่วย" เขาตอบ "อุบัติเหตุ...มันเกิดขึ้นหลังจากคิรันจากไปแล้ว"
พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงในหัว ความสับสนและความเศร้าถาโถมเข้ามา ความทรงจำที่เธอพยายามจะปะติดปะต่อกลับยิ่งกระจัดกระจายออกไปอีก
"ฉัน...ฉันจำอะไรไม่ได้เลย" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ฉันจำไม่ได้ว่าเคยมีเพื่อนชื่อคิรัน...จำไม่ได้ว่าครอบครัวของเราสนิทกับครอบครัวของคุณขนาดไหน"
"ไม่เป็นไรนะพิมพ์" คีรินเอื้อมมือมาจับมือของเธอไว้แน่น "ฉันจะอยู่ตรงนี้...ฉันจะคอยช่วยพิมพ์เอง"
เขาเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของครอบครัวทั้งสองให้พิมพ์มาดาฟัง ตั้งแต่สมัยที่พ่อแม่ของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ความผูกพันที่แน่นแฟ้น เรื่องราวความสุขที่เคยมีร่วมกัน และความเศร้าโศกเมื่อต้องสูญเสียคนที่รักไป
"พ่อของฉัน...เขาเศร้ามากหลังจากที่แม่เสียชีวิต" คีรินเล่า "เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการวาดรูป...เพื่อที่จะระลึกถึงความทรงจำที่มีต่อแม่"
"แล้ว...ภาพวาดของฉันล่ะคะ" พิมพ์มาดาถาม "ทำไมพ่อของคุณถึงเลือกที่จะวาดฉัน"
"เพราะพิมพ์คือความหวังเดียวที่เหลืออยู่" คีรินตอบ "หลังจากที่ทุกอย่างพังทลาย...พิมพ์คือสิ่งเดียวที่ทำให้พ่อของฉันรู้สึกว่า...ยังมีอะไรบางอย่างที่สวยงามหลงเหลืออยู่"
พิมพ์มาดาหยิบสมุดบันทึกของคิรันขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอเปิดไปที่หน้าสุดท้าย ภายในหน้ากระดาษมีรูปวาดของเด็กชายสองคนกำลังจับมือกันอยู่ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส "นี่...คือพิมพ์กับคิรันใช่ไหมคะ" เธอถาม
คีรินพยักหน้า "ใช่...พวกเขาเป็นเพื่อนรักกันมาก"
"ฉัน...เสียใจด้วยนะคีริน" พิมพ์มาดาพูด "ที่ต้องผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาเพียงลำพัง"
"ฉันก็เสียใจ...ที่พิมพ์ต้องเจ็บปวด" คีรินตอบ "แต่ตอนนี้...เราอยู่ด้วยกันแล้วนะ"
เขาดึงพิมพ์มาดาเข้ามาใกล้ กอดเธอไว้แน่น ปล่อยให้ความอบอุ่นและความเข้าใจค่อยๆ เยียวยารอยร้าวในจิตใจของทั้งสองคน
"ฉัน...รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านจริงๆ" พิมพ์มาดาเอ่ยขณะที่ซบหน้าลงกับอกของคีริน "บ้านหลังนี้...ไม่ได้มีแค่ตัวอาคาร แต่มันคือที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ...ความทรงจำของความรัก"
คีรินลูบหัวพิมพ์มาดาเบาๆ "ใช่...ที่นี่คือบ้านของเรา" เขาตอบ "บ้านที่เต็มไปด้วยความรัก...และความหวัง"
เมื่อทั้งสองลงมาจากห้องใต้หลังคา แสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังจะลับขอบฟ้า สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและอ่อนโยนให้กับบ้านเก่าหลังนี้ พิมพ์มาดาเดินสำรวจส่วนต่างๆ ของบ้านอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้มองเห็นเพียงแค่ข้าวของเก่าๆ แต่เธอมองเห็นเรื่องราวเบื้องหลัง มองเห็นความรักที่ถูกเก็บงำไว้
"ฉัน...อยากจะเขียนเรื่องราวทั้งหมดนี้" พิมพ์มาดาบอก "ฉันอยากจะถ่ายทอดความรักที่พ่อแม่ของคุณมีให้กัน...และเรื่องราวความผูกพันของครอบครัวเรา"
"ฉัน...จะสนับสนุนพิมพ์เต็มที่" คีรินยิ้ม "และฉันจะช่วยพิมพ์...ในการค้นหาความทรงจำที่เหลืออยู่"
พิมพ์มาดาหันมายิ้มให้คีริน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น "ขอบคุณนะคะคีริน"
"ขอบคุณ...ที่ทำให้ฉันได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง" คีรินตอบ
ทั้งสองยืนมองหน้ากัน ความเข้าใจและความผูกพันก่อตัวขึ้นอย่างแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม รอยร้าวที่เคยมีในความสัมพันธ์ของพวกเขา เริ่มถูกเติมเต็มด้วยความรักและความจริงใจ
5,642 ตัวอักษร