ตอนที่ 3 — เมล็ดฝนที่โปรยปราย
เสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังมาแต่ไกล เป็นสัญญาณเตือนถึงการมาเยือนของฤดูฝน พิมพ์มาดาหันกลับไปมองกระท่อมของเธอที่อยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะรีบเก็บนกฮูกไม้ที่คีรินมอบให้ใส่กระเป๋า แล้วเร่งฝีเท้ากลับ
ไม่นานนัก เม็ดฝนเม็ดแรกก็หล่นลงมาบนใบหน้าของเธอ เย็นชื่นใจ พิมพ์มาดาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เธอไม่ต้องการเปียกฝน
“ฝนมาเร็วกว่าที่คิดแฮะ” เธอพึมพำกับตัวเอง
เมื่อเธอถึงกระท่อม เธอก็รีบปิดประตูหน้าต่างทันที เสียงฝนที่ตกกระทบหลังคากระท่อมดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงเพลงที่ไพเราะ พิมพ์มาดาเดินไปที่เตาผิง เธอจุดไฟให้ลุกโชน ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วกระท่อม
เธอหยิบสมุดบันทึกและปากกาออกมาวางไว้บนโต๊ะ แต่คราวนี้ ความรู้สึกกดดันที่เคยมีได้หายไปแล้ว เธอหยิบนกฮูกไม้ที่คีรินให้ขึ้นมา มองดูมันอย่างพิจารณา
“ชีวิต… ความอดทน… การเปลี่ยนแปลง…” เธอพึมพำตามคำพูดของคีริน “เรื่องราวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ…”
เธอเริ่มจินตนาการถึงนกฮูกตัวนี้ มันอาศัยอยู่ที่ไหน? มันได้เห็นอะไรมาบ้าง? มันมีครอบครัวหรือเปล่า? ความคิดเริ่มไหลลื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอก้มหน้าลง ปากกาก็เริ่มบรรจงจรดลงบนหน้ากระดาษ
“ผืนป่าสนอันเงียบสงบแห่งนี้… ซ่อนเรื่องราวมากมายไว้ภายใต้ความสงัด…” เธอเริ่มบรรยาย “เหมือนกับนกฮูกไม้ตัวน้อยในมือของฉัน… ที่เปรียบเสมือนผู้เฝ้ามอง… ผู้เก็บงำความลับ… และเรื่องเล่าจากกาลเวลา…”
เธอเขียนอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้ง คำพูดไหลออกมาจากปากกา ราวกับสายน้ำที่ถูกกั้นไว้มานาน บัดนี้ได้ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว เธอเขียนถึงเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคา เขียนถึงกลิ่นดินที่ลอยมากับสายลม เขียนถึงความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากเตาผิง
เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด จนกระทั่งเสียงฝนเริ่มซาลง และแสงแดดยามบ่ายเริ่มส่องลอดม่านเมฆเข้ามา
พิมพ์มาดามองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอรู้สึกว่าตัวเองได้ “เขียน” อะไรบางอย่างจริงๆ แม้จะเป็นเพียงไม่กี่หน้ากระดาษ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงพลังงานที่กลับคืนมา
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
“ใครน่ะ?” เธอถาม
“ผมเองครับ คีริน” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากนอกประตู “ฝนหยุดแล้ว ผมเอาของมาส่งให้”
พิมพ์มาดาผุดลุกขึ้นไปเปิดประตู เธอเห็นคีรินยืนถือตะกร้าผลไม้ป่าอยู่
“สวัสดีค่ะคุณคีริน” เธอพูด “พอดีฉันกำลังจะออกไปหาคุณพอดีเลย”
“มาส่งผลไม้ครับ” เขาบอก พลางยื่นตะกร้าให้เธอ “เห็นว่าคุณพิมพ์มาดาชอบทานผลไม้ป่า ผมเลยเก็บมาให้”
“ขอบคุณมากนะคะ” เธอรับตะกร้าผลไม้มา “กำลังอยากได้พอดีเลยค่ะ”
“เป็นไงบ้างครับ” คีรินถาม พลางมองเข้าไปในกระท่อม “ดูเหมือนคุณพิมพ์มาดาจะเจอเรื่องราวแล้วนะครับ”
พิมพ์มาดาหน้าแดงเล็กน้อย “นิดหน่อยค่ะ” เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ “ฉัน… เขียนอะไรบางอย่างได้แล้วค่ะ”
คีรินยิ้ม “ผมดีใจด้วยครับ” เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า “ท้องฟ้าเริ่มสดใสแล้ว ผมต้องกลับแล้วนะครับ ถ้าต้องการอะไรอีก บอกได้เลย”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พิมพ์มาดาตอบ “เดี๋ยววันหลังฉันจะเอาขนมที่ฉันทำไปให้ค่ะ”
“ดีเลยครับ” คีรินตอบ “แล้วเจอกันครับ”
เขาก้าวถอยหลัง แล้วเดินจากไป ทิ้งพิมพ์มาดาไว้กับตะกร้าผลไม้ และความรู้สึกอบอุ่นที่เอ่อล้นในใจ
เธอหันกลับมามองกระท่อมของเธออีกครั้ง คราวนี้มันดูอบอุ่นและเป็นที่พักพิงที่แท้จริง เสียงฝนที่เคยฟังดูเศร้าหมอง ตอนนี้กลับกลายเป็นเสียงแห่งการเริ่มต้นใหม่
เธอมองดูตะกร้าผลไม้ป่า แล้วหยิบผลเบอร์รี่สีแดงสดขึ้นมาลองชิม รสชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น แผ่ซ่านไปทั่วปาก
“ขอบคุณนะ คีริน” เธอพึมพำ “ขอบคุณสำหรับผลไม้… และขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจ”
บางที… การหลีกหนีความวุ่นวายมาที่นี่ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้วก็ได้ เธอยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในกระท่อม ปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา.
2,997 ตัวอักษร