ดาวตกในสวนดอกไม้

ตอนที่ 1 / 48

ตอนที่ 1 — คืนดาวตกกลางสวนดอกไม้

สายลมเย็นพัดเอื่อยพาเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาพันธุ์โชยมาแตะจมูก มนัสวีสูดอากาศเข้าเต็มปอดอย่างสุขใจ แสงจันทร์คืนนี้สาดสว่างจับต้องหมู่ดาวบนท้องฟ้าที่ดำมืดราวกับผ้ากำมะหยี่ชั้นดี เธอเอนกายลงบนผืนหญ้านุ่มในสวนดอกไม้กว้างที่คุ้นเคย แววตาเป็นประกายฉายภาพกลุ่มดาวต่างๆ ที่เรียงรายอยู่เบื้องบน นาฬิกาข้อมือบ่งบอกเวลาเที่ยงคืนเศษอีกไม่กี่อึดใจก็จะเข้าสู่วันที่ 13 เดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่เธอตั้งตารอคอยเป็นพิเศษ เพราะเป็นคืนที่คาดว่าฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์จะตกมากที่สุดในรอบปี "วันนี้ดาวต้องสวยแน่ๆ เลย" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงเบาหวิวแทบกลืนไปกับเสียงใบไม้ไหว มนัสวี หรือ "ดาว" ตามที่เพื่อนสนิทเรียก เธอเป็นนักศึกษาดาราศาสตร์ปีสุดท้าย ความหลงใหลในดวงดาวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อพ่อของเธอซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์สมัครเล่น มักจะพาเธอออกไปชี้ชวนชมความงามของจักรวาลในคืนที่ฟ้าโปร่ง แม้ว่าตอนนี้พ่อจะจากไปแล้ว แต่ความรักในดวงดาวกลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้นในใจของเธอ มันเป็นเหมือนมรดกทางใจที่พ่อมอบให้ และเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับพ่อได้เสมอ เธอตั้งกล้องโทรทรรศน์คู่ใจที่นำติดตัวมาเพื่อรอคอยช่วงเวลาสำคัญนี้ กล้องตัวนี้เป็นของพ่อ เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 18 ปีที่พ่อตั้งใจมอบให้ก่อนจากไป "กล้องตัวนี้จะพาหนูไปได้ไกลกว่าที่ตาเห็นนะลูก" คำพูดของพ่อยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ทันใดนั้นเอง เธอก็เห็นแสงสีขาวสว่างวาบพาดผ่านท้องฟ้า ตามมาด้วยอีกเส้นหนึ่ง และอีกเส้นหนึ่ง แสงเหล่านั้นวิ่งเป็นสายยาว บางดวงสว่างจ้า บางดวงก็ค่อยๆ จางหายไปในความมืด "โอ้โห... สวยจัง" เธออุทานด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับการชมปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าทึ่งนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เสียงนั้นดังมาจากทางด้านหลังของสวน ดึกป่านนี้ใครกันจะมาเดินเล่นในสวนดอกไม้ของเขา? "สวัสดีครับ" เสียงทุ้ม นุ่มลึก ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้มนัสวีสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมองตามเสียง และพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาดูสูงโปร่ง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวที่พับแขนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนที่แข็งแรง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าหล่อเหลาดูเหมือนจะสะท้อนแสงจันทร์ระยิบระยับ เขากำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "เอ่อ... สวัสดีค่ะ" มนัสวีตอบรับอย่างงงๆ เธอไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน แต่สถานที่แห่งนี้คือสวนดอกไม้ชื่อดังของอำเภอที่รู้จักกันในนาม "สวนบุปผาอาภา" ซึ่งเป็นของนักธุรกิจหนุ่มผู้ลึกลับนามว่า "อาภา" ที่ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะเท่าไหร่นัก "คุณมาทำอะไรที่นี่ดึกๆ ครับ?" ชายหนุ่มถามต่อ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่แววตาฉายแววสงสัยระคนอ่อนโยน "ฉัน... ฉันมาดูดาวตกค่ะ คืนนี้ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ตกเยอะมาก" มนัสวีตอบ พลางยกมือขึ้นชี้ไปยังท้องฟ้า "คุณไม่เห็นเหรอคะ สวยมากๆ เลย" ชายหนุ่มเงยหน้ามองตามที่เธอชี้ ปากของเขาขยับเล็กน้อย ราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เงียบไป เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วหันกลับมามองมนัสวีอีกครั้ง "ครับ ผมเห็น" เขาตอบเสียงแผ่ว "ผมก็ชอบดูดาวเหมือนกัน" คำพูดของเขาทำเอามนัสวีแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เธอคิดว่าคงมีแต่เธอที่บ้าบิ่นมานั่งดูดาวกลางสวนของคนอื่นในยามวิกาลเช่นนี้ "จริงเหรอคะ! คุณก็ชอบดาราศาสตร์เหรอคะ" ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความยินดี "นิดหน่อยครับ" เขาตอบเลี่ยงๆ "ผมชอบมองดูความสงบของท้องฟ้า" "แต่มันไม่สงบเลยนะคะ มันมีดาวตกเยอะแยะไปหมดเลย! วิ่งไปวิ่งมาเหมือนมีใครกำลังโปรยเพชรอยู่บนนั้น" มนัสวีอธิบายอย่างกระตือรือร้น "คุณไม่รู้สึกตื่นเต้นบ้างเหรอคะ?" ชายหนุ่มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีความเศร้าซ่อนอยู่ "ผมเคยรู้สึกครับ" คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวมนัสวีเงียบสงัดลง เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ผิดปกติจากคำพูดของเขา "เคยรู้สึก?" เธอทวนคำ "ครับ" เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย "ผมชื่ออาภาครับ เป็นเจ้าของที่นี่" "อาภา?" มนัสวีเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา "คุณคือคุณอาภา เจ้าของสวนบุปผาอาภาเหรอคะ! ฉันนึกว่าคุณจะ..." "จะเป็นคนแก่ๆ หน่อย?" อาภาพูดเสริมให้เธอ "เปล่าครับ ผมยังไม่แก่ขนาดนั้น" เขาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นฟังดูอบอุ่น แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้คิดถึง "ฉันมนัสวีค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าดาวก็ได้" เธอแนะนำตัว "ฉันขอโทษด้วยนะคะที่เข้ามาในสวนของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต คือฉันเห็นว่ามันสวยดี เลยแอบเข้ามา แต่ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่" "ไม่เป็นไรหรอกครับ" อาภาโบกมือ "ผมเองก็กำลังจะออกมาเดินดูดอกไม้เหมือนกัน พอดีได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง" เขามองไปยังกล้องโทรทรรศน์ของเธอ "กล้องตัวใหญ่เชียวครับ" "เป็นกล้องของพ่อฉันค่ะ" มนัสวีพูดขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ "เขาเสียไปแล้ว แต่ฉันก็ยังเก็บไว้ใช้เสมอ" "เสียใจด้วยนะครับ" อาภาพูดอย่างนุ่มนวล "คุณพ่อคงภูมิใจในตัวคุณมากนะครับ ที่ยังคงสานต่อความฝันของท่าน" "ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ" มนัสวีตอบ "คุณอาภาเองก็ชอบดาราศาสตร์เหมือนกันใช่ไหมคะ" อาภายิ้มอีกครั้ง แต่คราวนี้รอยยิ้มนั้นดูเศร้าสร้อยกว่าเดิม "ผมเคยชอบครับ... ชอบมากด้วย" เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่งราวกับกำลังรวบรวมสติ "แต่พักหลังๆ มานี้ ผมไม่ค่อยได้มองฟ้าเท่าไหร่แล้ว" "ทำไมล่ะคะ?" มนัสวีอดถามไม่ได้ "ท้องฟ้ามันสวยงามขนาดนี้ มันมีเรื่องราวมากมายให้ค้นหา" "บางเรื่องราว... มันก็เจ็บปวดเกินกว่าจะมองเห็นนะครับ" อาภาตอบเสียงแผ่วเบา สายตาของเขาทอดมองไปยังความมืดเบื้องบนราวกับกำลังมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เธอไม่เห็น มนัสวีรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ความสดใสของค่ำคืนนี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอึมครึมบางอย่าง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงพูดถึงดวงดาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้า "ฉัน... ฉันขอโทษนะคะ ถ้าฉันพูดอะไรผิดไป" มนัสวีรีบกล่าวขอโทษ อาภาส่ายหน้าเบาๆ "ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ" เขาหันมาสบตาเธออีกครั้ง "ผมต่างหากที่บังอาจเข้ามาขัดจังหวะความสุขของคุณ" "ไม่เลยค่ะ" มนัสวีรีบปฏิเสธ "ฉันเองก็รู้สึกผิดที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลของคุณ" "ถ้าอย่างนั้น... เราก็ถือว่าได้เจอกันโดยบังเอิญนะครับ" อาภาพูด พลางก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น "คุณชอบดอกไม้ไหมครับ?" "ชอบค่ะ" มนัสวีตอบ "แต่ฉันชอบดวงดาวมากกว่า" อาภาหัวเราะเบาๆ "ผมก็เหมือนกันครับ" เขาหันไปมองรอบๆ สวน "แต่สวนแห่งนี้ก็มีความงามในแบบของมันนะ" "จริงค่ะ" มนัสวีเห็นด้วย "ดอกไม้ที่นี่สวยมากจริงๆ โดยเฉพาะกุหลาบมอญแดงต้นนั้น" เธอชี้ไปยังดอกกุหลาบสีแดงเข้มที่เบ่งบานอยู่ไม่ไกล "นั่นคือความทรงจำของผม" อาภาพูดเสียงเบา "ดอกกุหลาบมอญแดง... ผมเคยปลูกมันไว้กับใครคนหนึ่ง" คำพูดของเขาทิ้งปริศนาไว้ให้มนัสวีอีกครั้ง หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงด้วยความอยากรู้ แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าไม่ควรถามอะไรมากเกินไปในตอนนี้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นแววตาของเขาที่กำลังสะท้อนถึงความเจ็บปวดบางอย่าง "ฉัน... ฉันควรกลับแล้วค่ะ" มนัสวีตัดสินใจ "ยังก่อนสิครับ" อาภาเอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้เบาๆ "คืนนี้เป็นคืนที่ดาวตกสวยที่สุด ผมไม่อยากให้คุณกลับไปมือเปล่า" เขามองไปที่ต้นกุหลาบมอญแดง "คุณชอบดอกกุหลาบมอญแดงนี่ใช่ไหมครับ?" "ค่ะ" มนัสวีตอบพลางพยักหน้า "งั้นผมขอเด็ดดอกนี้ให้คุณสักดอกนะครับ" อาภาพูด พลางหมุนตัวเดินไปยังต้นกุหลาบมอญแดงอย่างรวดเร็ว เขาบรรจงเด็ดดอกที่สวยที่สุดออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วยื่นให้กับมนัสวี "ขอบคุณค่ะ" มนัสวีรับดอกกุหลาบมาอย่างนุ่มนวล กลิ่นหอมของมันอบอวลไปทั่วใบหน้าของเธอ "คืนนี้... คงเป็นคืนที่น่าจดจำสำหรับคุณนะครับ" อาภาพูด พลางมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เธอไม่เข้าใจ "หวังว่าคุณจะมีความสุขกับการชมดาวนะครับ... ดาว" คำว่า "ดาว" ที่เขาเรียกชื่อเล่นของเธออย่างไม่ตั้งใจนั้น ทำให้มนัสวีรู้สึกแปลกๆ เธอรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าหาชายหนุ่มลึกลับคนนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก "ฉัน... ฉันก็หวังว่าคุณจะมีความสุขเช่นกันนะคะ คุณอาภา" มนัสวีตอบพลางส่งยิ้มให้เขา "ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" เธอหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้อาภายืนมองอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ และแสงดาวที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ในใจของมนัสวีเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนปนเป ทั้งความประทับใจในความงามของดาวตก ความตื่นเต้นที่ได้พบเจ้าของสวน และความรู้สึกสงสัยในปมปริศนาที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเขา

6,613 ตัวอักษร