ดาวตกในสวนดอกไม้

ตอนที่ 29 / 48

ตอนที่ 29 — ความลับที่ถูกเปิดเผยในคืนดาวตก

แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมายังสวนดอกไม้ 'บุปผาอาภา' สร้างเงาที่ทอดตัวยาวตามแนวต้นกุหลาบ และดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงาม แต่ความสวยงามภายนอกกลับไม่สามารถกลบความรู้สึกอึดอัดที่ปกคลุมภายในบ้านได้เลย แก้วตาเดินไปมาอยู่ในห้องนั่งเล่น สลับกับมองไปยังอาภาที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าของเขาซีดเผือดและดูเหนื่อยอ่อนกว่าเดิม “คุณอาภาคะ คุณยังคิดถึงเรื่องเมื่อคืนอยู่หรือเปล่า” แก้วตาเอ่ยถาม เสียงของเธอเจือไปด้วยความห่วงใย อาภาพยักหน้าช้าๆ “ผมพยายามจะไม่คิด แต่มันก็อดไม่ได้” เขาหันมามองเธอ “การที่ตำรวจมาสอบสวน ทำให้ผมต้องย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องหนีมาอยู่ที่นี่” “เรื่องในอดีตของคุณใช่ไหมคะ” แก้วตาค่อยๆ เดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ เขา “ฉันอยากให้คุณเล่าให้ฉันฟังนะคะ ถ้าคุณพร้อม” อาภาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า “มันนานมากแล้วนะแก้วตา” เขาเริ่มพูด เสียงแหบพร่า “นานจนผมคิดว่าตัวเองลืมมันไปหมดแล้ว” “ฉันพร้อมจะรับฟังค่ะ” แก้วตาจับมือเขาอย่างให้กำลังใจ “เมื่อสิบปีก่อน ผมเคยมีคนรักคนหนึ่ง ชื่อว่า ‘อรุณรัศมี’ หรือ ‘อร’ เขาเป็นผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต เราวางแผนที่จะสร้างครอบครัวด้วยกัน” ดวงตาของอาภาเหม่อลอยไปไกล ราวกับเห็นภาพในอดีต “แต่แล้ววันหนึ่ง...เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น” เขาหยุดไป หายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเล่าต่อ “คืนนั้นเป็นคืนที่ฝนตกหนักมาก ผมกับอรทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อย แต่สุดท้ายมันก็บานปลายจนเราพูดจาทำร้ายกัน ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมโกรธมาก ผมเดินออกจากบ้านไปโดยไม่คิดอะไร” “แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ” แก้วตาถามอย่างใจจดใจจ่อ “ผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่ง แล้วเราก็ดื่มกันจนเมา ผมกลับบ้านไปตอนใกล้สว่าง” อาภาเล่า น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “แต่พอผมกลับไป...บ้านก็ว่างเปล่า ผมตามหาอรไปทั่ว แต่ก็ไม่เจอ” “แล้วอรหายไปไหนคะ” “ผมได้รับแจ้งจากตำรวจว่าพบรถของอรคว่ำตกเหวข้างทาง” น้ำตาคลอเบ้าของอาภา “แต่ในรถ...ไม่มีร่องรอยของอรเลย แม้แต่น้อย” ความเงียบโรยตัวปกคลุมอีกครั้ง แก้วตารู้สึกใจหายวาบกับเรื่องราวที่อาภาเล่า มันช่างโหดร้ายและน่าเศร้าเหลือเกิน “ตำรวจสันนิษฐานว่ารถอาจจะเสียหลักเพราะถนนลื่น และอรอาจจะเดินออกจากรถไปแล้วประสบอุบัติเหตุ” อาภากลืนน้ำลาย “แต่ผมไม่เชื่อ ผมรู้สึกมาตลอดว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล” “แล้วคุณได้สืบหาความจริงหรือเปล่าคะ” “ผมพยายามนะครับแก้วตา ผมพยายามหาทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่พบอะไรเลย” เขาถอนหายใจ “เวลาผ่านไป ความสงสัยก็ยิ่งกัดกินหัวใจผม ยิ่งนานวันเข้า ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองผิดที่ปล่อยให้อรต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้นเพียงลำพัง” “คุณอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ” แก้วตาพูดปลอบ “คุณได้ทำดีที่สุดแล้ว” “ผมทนอยู่กับความรู้สึกผิดนั้นไม่ไหว” อาภาพูดเสียงเครือ “ผมตัดสินใจขายทุกอย่าง แล้วหนีมาอยู่ที่นี่ มาอยู่ที่ที่ไม่มีใครรู้จักผม มาอยู่ที่ที่ผมสามารถหลบซ่อนจากอดีตได้” “แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้...” แก้วตาเว้นวรรค “มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องของอรหรือเปล่าคะ” อาภาพยักหน้าช้าๆ “ผมคิดว่าใช่” เขาพูดเสียงเบา “เมื่อคืนนี้ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงปืน ผมเห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ริมสวนดอกไม้ มันเหมือนเงาของคนที่ผมเคยรู้จัก...คนที่เคยทำร้ายอร” ดวงตาของแก้วตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “คุณแน่ใจนะคะ” “ผมไม่แน่ใจ” อาภาตอบ “แต่ภาพมันติดตาผม มันทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัว และยิ่งสับสน” เขาหันมามองแก้วตา “ผมกลัวว่าคนที่ทำร้ายอร จะกลับมาอีกครั้ง หรือไม่ก็...อาจจะเป็นคนเดียวกับที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืนนี้” “แต่คุณบอกว่าคุณจำหน้าเขาไม่ได้” แก้วตาเอ่ยถาม “ผมจำได้ลางๆ ครับ” อาภาตอบ “มันเป็นเงาตะคุ่มๆ ในความมืด บวกกับความกลัวที่มันถาโถมเข้ามา ทำให้ผมสับสน” เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง “คืนนั้นที่ดาวตก...ผมเคยขอพรกับดวงดาว ขอให้ผมได้พบความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอร” แก้วตาเงียบไป เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมอาภาถึงได้หลงใหลในดวงดาว และทำไมเขาถึงดูเศร้าสร้อยอยู่เสมอ ความหลังอันเจ็บปวดและความปรารถนาที่จะค้นหาความจริง มันได้หล่อหลอมตัวตนของเขามาตลอด “อาภาคะ” แก้วตาพูดเสียงหนักแน่น “ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะคะ ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณ” เธอจับมือเขาอีกครั้ง “เราจะช่วยกันค้นหาความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอร และเราจะเผชิญหน้ากับคนที่ทำร้ายคุณ” อาภาบีบมือเธอตอบ “ขอบคุณนะแก้วตา” เขาพูด “การได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณฟัง มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลย” “คุณไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้วนะคะ” แก้วตาพยักหน้า “และบางที...การที่เราได้พบกันในคืนที่ดาวตก อาจจะเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง” คำพูดของแก้วตาทำให้หัวใจของอาภาเต้นแรงขึ้น เขารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในตัวเขา พลังแห่งความหวัง และพลังแห่งความรักที่แก้วตาหยิบยื่นให้ “คืนนี้...เราจะมองดูดาวด้วยกันอีกครั้งไหม” อาภาถาม เสียงของเขามีความหวังเจือปน “เผื่อว่า...ดวงดาวจะให้คำตอบแก่เรา” “แน่นอนค่ะ” แก้วตายิ้ม “คืนนี้...เราจะมองดูดาวด้วยกัน” ทั้งสองนั่งมองหน้ากัน สายตาที่สื่อถึงความเข้าใจ ความผูกพัน และความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับอดีตที่ตามหลอกหลอนไปด้วยกัน คืนนี้อาจจะเป็นคืนที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขา...คืนที่ความลับจะถูกเปิดเผย และความหวังจะกลับมาเบ่งบานอีกครั้งในสวนบุปผาอาภา

4,239 ตัวอักษร