เสียงเพลงในร้านกาแฟ

ตอนที่ 10 / 40

ตอนที่ 10 — ความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินกว่าเพลง

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของร้านกาแฟเมล็ดรัก อบอุ่นละมุนละไมเหมือนกับความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของนทีและดาว วันเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันยิ่งทำให้ความผูกพันของทั้งคู่แน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน เสียงกีตาร์ของนทีที่บรรเลงในแต่ละเย็นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของดาวเช่นเดียวกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟที่ลอยอบอวลไปทั่วร้าน รอยยิ้มของดาว เพลงที่นทีแต่งให้เธอ กลายเป็นเพลงโปรดที่ดาวขอให้เขาเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมันแทบจะเป็นเพลงประจำตัวของเธอไปแล้ว ทุกครั้งที่นทีเกากีตาร์บรรเลงท่วงทำนองนั้น ดวงตาของดาวจะเปล่งประกายและมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่นทีไม่เคยเบื่อที่จะมอง “เพลงนี้อีกครั้งนะคะ นที” ดาวเอ่ยเสียงหวานขณะยกแก้วกาแฟลาเต้ร้อนมาเสิร์ฟให้นทีที่กำลังนั่งพักบนเก้าอี้ตัวโปรดของเขาหลังเวทีเล็กๆ ของร้าน “ฉันชอบเพลงนี้ที่สุดเลย มันทำให้ใจฉันรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้ดื่มกาแฟดีๆ สักแก้ว” นทีเงยหน้าขึ้นมองดาว เขายิ้มกว้าง ใบหน้าของเขาสดใสขึ้นทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ “ได้เลยครับดาว เพลงนี้ผมก็ตั้งใจแต่งให้เธอเหมือนกัน” เขากลับไปจับกีตาร์คู่ใจ นิ้วเรียวยาวบรรจงไล้สาย เสียงกีตาร์หวานใสบาดใจบรรเลงขึ้นมาอีกครั้ง ทำนองคุ้นหูที่ดาวรู้จักดีราวกับเสียงหัวใจของตัวเอง ทุกตัวโน้ต ทุกท่วงทำนอง ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกที่นทีมีต่อเธอ ดาวนั่งฟังอย่างมีความสุข เธอยกมือขึ้นปิดปากอย่างแผ่วเบา ไม่ให้เสียงของเธอไปรบกวนบรรยากาศที่สวยงามนี้ แต่ในใจของเธอกลับเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ “รู้ไหมครับดาว” นทีเอ่ยขึ้นหลังเล่นเพลงจบ “ก่อนที่จะเจอเธอ ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะสามารถแต่งเพลงรักที่มัน… อบอุ่นและมีความหมายขนาดนี้ได้ เพลงก่อนๆ ของผมมันออกจะเศร้าสร้อยไปบ้าง” ดาวหัวเราะเบาๆ “จริงๆ เหรอคะ ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะชอบเพลงรักได้มากขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน” เธอวางแก้วกาแฟลง แล้วเดินเข้ามาใกล้นทีมากขึ้น “แต่เพลงของนที มันมีอะไรบางอย่างที่พิเศษจริงๆ นะคะ มันไม่ใช่แค่เพลงรัก แต่มันเหมือนเป็นเสียงสะท้อนความรู้สึกที่อยู่ในใจของคนฟังด้วย” “อาจจะเป็นเพราะว่า ผมกำลังแต่งเพลงด้วยหัวใจที่… รู้สึกดีกับใครสักคนจริงๆ ก็ได้” นทีสบตากับดาว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขากล้าที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออยู่กับเธอ “ฉันก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ” ดาวตอบเสียงแผ่วเบา เธอหลบสายตาของนทีไปมองที่กีตาร์ในมือเขา “เวลาที่นทีเล่นเพลง ฉันรู้สึกเหมือนนทีกำลังคุยกับฉันอยู่เลย” “ก็ใช่ไงครับ” นทีพูดต่อ “ผมอยากจะบอกความรู้สึกของผมผ่านเสียงเพลง แล้วดาวก็ได้ยินมันจริงๆ” ลูกค้าในร้านหลายคนเริ่มสังเกตเห็นถึงความสนิทสนมที่เพิ่มขึ้นระหว่างบาริสต้าสาวกับนักดนตรีหนุ่ม พวกเขายิ้มให้กัน ส่งสายตาให้กันอย่างมีความสุข ไม่ได้มีเพียงเสียงเพลงเท่านั้นที่เชื่อมโยงพวกเขา แต่เป็นความเข้าใจและความรู้สึกดีๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ “เย็นนี้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษเลยนะคะ” ดาวสังเกตเห็นว่าโต๊ะหลายโต๊ะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาใช้บริการร้านกาแฟแห่งนี้ “สงสัยว่าเพลงของนทีจะดังไปทั่วจริงๆ” “ก็เพราะรอยยิ้มของดาวไงครับ” นทีพูดติดตลก “ผมว่าลูกค้ามาที่นี่เพราะอยากเจอหน้าดาวมากกว่าอยากฟังเพลงผมเสียอีก” ดาวหน้าแดงเล็กน้อย “อย่าพูดแบบนั้นสิคะ นที” เธอหัวเราะคิกคัก “ถ้าไม่มีเพลงของนที ฉันว่าร้านก็คงจะเงียบเหงาไปเยอะเหมือนกัน” “ไม่หรอกครับ” นทีปฏิเสธ “ร้านกาแฟแห่งนี้มีเสน่ห์ในตัวเองอยู่แล้ว และดาวก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร้านนี้มีชีวิตชีวา” บทสนทนาของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีสิ่งใดมาคั่นกลางระหว่างความรู้สึกดีๆ ที่กำลังเบ่งบาน จนกระทั่งลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์ “น้องครับ ขอกาแฟเย็นสักแก้ว แล้วก็… น้องนที ฝากเพลง ‘รอยยิ้มของดาว’ ให้ลูกค้าคนนั้นหน่อยได้ไหมครับ ผมเห็นเขาฟังเพลงนี้แล้วดูมีความสุขดี” ลูกค้าประจำคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ดาวหันไปมองลูกค้าคนนั้น เขาเป็นชายวัยกลางคน ดูเป็นคนใจดี เขาพยักหน้าให้ดาวเล็กน้อย ดาวรู้สึกดีใจที่เพลงของนทีสามารถส่งมอบความสุขให้กับคนอื่นๆ ได้ “ได้เลยค่ะ” ดาวหันไปบอกนที “นทีคะ ลูกค้าขอเพลง ‘รอยยิ้มของดาว’ ค่ะ” นทีพยักหน้า เขาหยิบกีตาร์ขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วของเขากดลงบนสายกีตาร์อย่างคล่องแคล่ว ท่วงทำนองที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมีความหมายมากกว่าเดิม เพราะมันไม่ใช่แค่เพลงที่เขาแต่งให้ดาว แต่มันคือเพลงที่เขามอบให้กับทุกคนที่เข้ามาในร้านนี้ เพลงที่บอกเล่าถึงความสุข ความหวัง และความงดงามของรอยยิ้ม ขณะที่นทีกำลังบรรเลงเพลง ดาวก็ก้มหน้าก้มตาชงกาแฟให้ลูกค้าคนนั้นอย่างตั้งใจ แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น เมื่อเธอได้ยินท่วงทำนองนั้นอีกครั้ง มันเหมือนกับว่านทีกำลังบอกเธอว่า “ผมรักคุณ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ขอบคุณมากครับน้อง” ลูกค้าคนนั้นรับกาแฟไป “เพลงเพราะมากจริงๆ” “ยินดีค่ะ” ดาวตอบด้วยรอยยิ้ม เมื่อลูกค้าคนนั้นเดินจากไป นทีก็หันมามองดาว เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่น “เพลงของผมคงจะช่วยทำให้วันของใครหลายๆ คนดีขึ้นได้นะครับ” “แน่นอนค่ะ” ดาวตอบรับ “และที่สำคัญที่สุด คือมันทำให้วันของฉันดีขึ้นที่สุดเลย” ทั้งคู่สบตากัน หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ราวกับว่ามีบทเพลงรักที่มองไม่เห็นกำลังบรรเลงอยู่รอบตัวพวกเขา ความรู้สึกผูกพันที่ลึกซึ้งกว่าแค่เสียงเพลงกำลังก่อตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้

4,341 ตัวอักษร