ตอนที่ 4 — คลายความเศร้าด้วยเสียงหัวเราะ
แพรวาพบว่าตัวเองเดินไปโรงเก็บของเก่าบ่อยขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่เธอเปิดประตูเข้าไป กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ และกลิ่นอายของความสะอาดที่เกิดจากการซ่อมแซมจะโชยมาปะทะจมูกเสมอ ต้นจะทักทายเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง "ไงครับคุณแพรวา วันนี้มาดูผลงานชิ้นเอกของผมเหรอ" เขามักจะพูดพร้อมกับเช็ดมือไปกับผ้าขี้ริ้วที่เปื้อนน้ำมัน
"ก็ไม่เชิงค่ะ แค่แวะมาดูว่าจักรยานของฉันเป็นยังไงบ้าง" แพรวาตอบ พยายามเก็บอาการเขินอายที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า "ผลงานชิ้นเอก" เพราะเธอเองก็ไม่คิดว่าจักรยานคันเก่าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างสมบุกสมบัน จะสามารถกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้งขนาดนี้
"ดูสิครับ เกือบเสร็จแล้ว เกียร์นี่ผมต้องปรับตั้งใหม่หมดเลย โซ่ก็ต้องเปลี่ยน เส้นเก่ามันยืดจนยานไปแล้ว แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการให้เหมือนใหม่เลย" ต้นพูดพลางยกจักรยานขึ้นตั้งขาตั้งสองข้าง โชว์ให้แพรวาดูส่วนต่างๆ ที่เขาจัดการไปแล้ว
"ดูดีขึ้นมากเลยค่ะ" แพรวายอมรับ "ตอนแรกฉันคิดว่ามันคงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว"
"อะไรๆ ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ครับ ถ้าเราใส่ใจและลงมือทำ" ต้นตอบ ดวงตาเป็นประกาย "เหมือนเรื่องความรักนั่นแหละครับ บางทีมันอาจจะพังไปแล้ว แต่ถ้าเรายังรักมันอยู่ เราก็ซ่อมมันได้"
คำพูดของต้นทำให้แพรวาชะงักไป เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดเรื่องความรักได้ลึกซึ้งขนาดนี้ "คุณต้นพูดเหมือนเคยผ่านประสบการณ์มาเยอะเลยนะคะ" เธอถามอย่างอดไม่ได้
ต้นหัวเราะเบาๆ "ก็ไม่ถึงกับเยอะหรอกครับ แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างมันมีเหตุมีผลของมัน การซ่อมจักรยานก็เหมือนกัน ถ้าเรารู้ว่าตรงไหนเสีย เราก็ซ่อมได้ ถ้าไม่รู้ เราก็ต้องลองหาดู หาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอ" เขาหันมามองแพรวา "เหมือนกับความรู้สึกของคุณตอนนี้ ที่เหมือนจักรยานคันนี้ ใช่ไหมครับ"
แพรวาหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอไม่คิดว่าต้นจะมองออกได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ "ฉัน..." เธออึกอัก ไม่รู้จะตอบอย่างไร
"ไม่ต้องกังวลนะครับ" ต้นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ผมไม่ได้จะเซ้าซี้อะไร แค่อยากจะบอกว่า การที่จะซ่อมอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจักรยาน หรือหัวใจที่บอบช้ำ มันต้องใช้เวลา แล้วก็ต้องยอมรับสภาพมันก่อน"
"ยอมรับสภาพ..." แพรวาทวนคำเบาๆ "หมายความว่ายังไงคะ"
"ก็คือ ยอมรับว่ามันเคยพัง เคยเจ็บ เคยเสียใจมาก่อน" ต้นอธิบาย "แต่การยอมรับ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องจมปลักอยู่กับมันตลอดไปนะครับ เราแค่รับรู้ว่ามันเคยเกิดขึ้น แล้วเราก็ค่อยๆ หาทางเยียวยา ค่อยๆ ซ่อมแซมมันไปทีละนิด"
แพรวานิ่งไป เธอพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่ต้นพูด มันช่างตรงกับความรู้สึกของเธอเหลือเกิน เธอรู้ว่าตัวเองยังจมอยู่กับความผิดหวังครั้งเก่า แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างไร
"แล้ว...ถ้าซ่อมไม่ได้ล่ะคะ" แพรวาถามเสียงแผ่ว
"ถ้าซ่อมไม่ได้จริงๆ" ต้นหยุดคิดไปครู่หนึ่ง "ก็อาจจะต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ หรือไม่ก็...อาจจะต้องยอมรับว่ามันถึงเวลาที่จะต้องปล่อยมันไป แล้วหาคันใหม่" เขาพูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย "แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเรายังอยากให้มันกลับมาใช้งานได้ เราก็มักจะหาทางจนได้แหละครับ"
บทสนทนาของทั้งสองดำเนินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงเครื่องมือที่ดังเป็นระยะๆ แพรวารู้สึกสบายใจอย่างประหลาดที่ได้พูดคุยกับต้น เธอไม่ต้องเสแสร้ง ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน เขามองเธอด้วยสายตาที่เข้าใจและไม่ตัดสิน ราวกับว่าความเศร้าของเธอเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็เคยเจอ
"พรุ่งนี้ผมว่าจะลองทดสอบระบบเบรกดูครับ" ต้นพูดขึ้นมาหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง "คุณแพรวาอยากลองขี่ดูหน่อยไหมครับ จะได้รู้ว่ามันแน่นหนาดีหรือยัง"
แพรวาตาโต "จริงเหรอคะ"
"จริงสิครับ" ต้นยิ้ม "ผมอยากให้คุณได้สัมผัสกับจักรยานคันนี้ในสภาพที่ดีที่สุด"
"แต่...ฉันยังไม่แน่ใจเลยค่ะ" แพรวาเกือบจะปฏิเสธ แต่ก็ลังเล
"ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะอยู่ข้างๆ ตลอด" ต้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้แพรวารู้สึกอุ่นใจ "เราจะค่อยๆ ไปกันทีละนิด ถ้าคุณไม่ไหว ก็บอกผมได้เลย เราจะหยุด"
แพรวาพยักหน้าช้าๆ เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปภายในใจ จากความรู้สึกหดหู่และสิ้นหวัง ตอนนี้กลับมีความหวังเล็กๆ ผุดขึ้นมา เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับตอนนี้ การได้อยู่ใกล้ๆ ต้น การได้ยินเสียงหัวเราะของเขา การได้มองเห็นความตั้งใจของเขาในการซ่อมจักรยานคันเก่า มันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
"ตกลงค่ะ" แพรวาตอบอย่างแน่วแน่ "พรุ่งนี้เช้า ฉันจะมาลองขี่ดูนะคะ"
ต้นยิ้มกว้างขึ้นไปอีก "เยี่ยมเลยครับ" เขาหยิบเครื่องมืออีกชิ้นขึ้นมา "งั้นวันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ จะได้รีบปั่นงานให้เสร็จ"
"ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณต้น" แพรวารีบกล่าวลา เธอรู้สึกว่าการได้พูดคุยกับต้นในวันนี้ ช่วยคลายปมในใจของเธอไปได้มากจริงๆ
ขณะที่แพรวากำลังจะเดินออกจากโรงเก็บของ ต้นก็ตะโกนเรียกเธอขึ้นมา "คุณแพรวา!"
แพรวาหันกลับไปมอง "คะ?"
"พรุ่งนี้...ผมจะเตรียมน้ำเย็นไว้ให้ด้วยนะครับ" ต้นพูดพร้อมกับโบกมือเล็กน้อย
รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแพรวาอีกครั้ง "ขอบคุณค่ะ" เธอกล่าวตอบ แล้วจึงเดินจากไป ทิ้งให้ต้นยืนยิ้มอยู่เพียงลำพังกับจักรยานคันเก่าที่ใกล้จะสมบูรณ์
4,034 ตัวอักษร