ตอนที่ 2 — เสียงหัวเราะผ่านสายโทรศัพท์
การพูดคุยผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของรวินท์และพิมลดา พวกเขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ่ายทอดเรื่องราว และแบ่งปันความรู้สึกกันอยู่เสมอจนแทบจะเรียกได้ว่ารู้จักกันดีกว่าเพื่อนสนิทบางคนเสียอีก รวินท์ค้นพบว่าพิมลดาเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง มองโลกในแง่ดี และมีอารมณ์ขันที่ทำให้เขายิ้มได้ตลอดเวลา ส่วนพิมลดาก็ชื่นชมในความละเอียดอ่อน ช่างสังเกต และมุมมองชีวิตที่สวยงามของรวินท์
"วันนี้ลองทำเค้กสูตรใหม่ค่ะ ออกมาหน้าตาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่รสชาติพอได้อยู่" พิมลดาพิมพ์ข้อความมาพร้อมกับรูปเค้กที่ดูเหมือนจะไหม้ไปนิดหน่อย
รวินท์เห็นแล้วหัวเราะเบาๆ "โห คุณพิมลดาเก่งจังครับ ผมทำไข่เจียวก็ยังไหม้เลย"
"แหม ไม่ขนาดนั้นค่ะ แค่ลองทำเล่นๆ สนุกๆ" พิมลดาส่งสติกเกอร์รูปหน้ายิ้มกว้างมาให้ "แต่รับรองว่ารสชาติอร่อยนะ ถ้ามีโอกาสอยากให้คุณรวินท์ได้ลองชิม"
"ถ้ามีโอกาสจริงๆ ผมไม่พลาดแน่ครับ" รวินท์ตอบกลับด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เขาเริ่มรู้สึกว่าการพูดคุยผ่านตัวอักษรอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เขาอยากจะได้ยินเสียงของเธอ อยากจะมองเห็นรอยยิ้มของเธอในยามที่เธอหัวเราะ
"คุณพิมลดาครับ" รวินท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพิมพ์ข้อความต่อไป "ผม... ผมอยากลองโทรหาคุณพิมลดาได้ไหมครับ"
มีช่วงเวลาเงียบไปพักหนึ่ง รวินท์ลุ้นระทึก กลัวว่าเธอจะปฏิเสธ หรือรู้สึกอึดอัด จนกระทั่งข้อความตอบกลับปรากฏขึ้น
"ได้สิคะคุณรวินท์"
รวินท์แทบจะกระโดดโลดเต้น เขาจดเบอร์โทรศัพท์ของพิมลดาที่เธอเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วกดโทรออก เสียงสัญญาณที่ดังขึ้นทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงกว่าเดิม
"สวัสดีค่ะ" เสียงหวานใสของพิมลดาดังขึ้น ทำให้รวินท์รู้สึกผ่อนคลายลงไปบ้าง
"สวัสดีครับคุณพิมลดา ผมรวินท์นะครับ"
"ทราบค่ะ" เธอหัวเราะเบาๆ "นึกว่าคุณรวินท์จะเปลี่ยนใจซะแล้ว"
"ไม่เปลี่ยนใจแน่นอนครับ แค่... ตื่นเต้นนิดหน่อย" รวินท์สารภาพตามตรง
"เหมือนกันเลยค่ะ" พิมลดากล่าว "ไม่เคยคิดว่าการคุยโทรศัพท์กับคนที่รู้จักกันทางโซเชียลมีเดีย จะทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้ขนาดนี้"
บทสนทนาเริ่มขึ้นอย่างตะกุกตะกักในตอนแรก แต่ไม่นานทั้งสองก็เริ่มปรับตัวเข้าหากันได้ พวกเขาพูดคุยกันเรื่องต่างๆ คล้ายกับการพิมพ์ข้อความ แต่การได้ยินเสียงกันและกัน ทำให้ความรู้สึกที่ส่งผ่านกันนั้นชัดเจนและอบอุ่นกว่าเดิม รวินท์ชอบเสียงหัวเราะของพิมลดา เธอหัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติและสดใส มันเป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้โลกของเขาสว่างไสวขึ้น
"แล้วคุณรวินท์ล่ะคะ วันนี้ไปถ่ายรูปที่ไหนมาบ้าง" พิมลดาถาม
"วันนี้ไปแถวตลาดเก่ามาครับ เจอคุณลุงคุณป้ากำลังนั่งขายของกันอยู่ เลยแอบเก็บภาพบรรยากาศมานิดหน่อย" รวินท์เล่าพลางจินตนาการถึงภาพที่เขาถ่าย "ผู้คนดูมีชีวิตชีวาดีครับ"
"ชอบภาพถ่ายแนวนี้ของคุณรวินท์จังเลยค่ะ ดูแล้วมีความสุขไปด้วย"
"จริงๆ ผมก็อยากให้คนดูภาพแล้วรู้สึกแบบนั้นนะครับ" รวินท์ตอบ "อยากให้เห็นว่าแม้ในสิ่งธรรมดาก็มีความสวยงามซ่อนอยู่"
"นั่นสิคะ เหมือนกับเราสองคนเลยเนอะ" พิมลดาพูดขึ้นมาลอยๆ
รวินท์อึ้งไปเล็กน้อยกับคำพูดนั้น "คุณพิมลดาหมายความว่ายังไงครับ"
"ก็... เราก็แค่คุยกันผ่านหน้าจอ ผ่านตัวอักษร แต่ความรู้สึกที่ได้รับมันก็จริงใจและมีความหมายเหมือนกันใช่ไหมคะ" เธอถามกลับ
รวินท์ยิ้มกว้าง "ใช่ครับ คุณพิมลดาพูดถูกเลย"
การสนทนาลากยาวไปหลายชั่วโมง พวกเขาเล่าเรื่องตลก แชร์ความฝัน และพูดคุยถึงอุปสรรคต่างๆ ในชีวิต โดยไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปเร็วเพียงใด โทรศัพท์ในมือของรวินท์เริ่มร้อนขึ้น แต่เขาก็ยังไม่อยากวางสาย
"ดึกแล้วค่ะคุณรวินท์" พิมลดาเอ่ยขึ้นมาอย่างเสียดาย "พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปทำงาน"
"ครับผม" รวินท์ตอบเสียงอ่อย "แต่ผมดีใจมากเลยนะครับที่ได้คุยกับคุณพิมลดา"
"ฉันก็ดีใจค่ะ" เสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่คล้ายคลึงกัน "คุยกับคุณรวินท์แล้วรู้สึกสบายใจ เหมือนได้เพื่อนสนิทเพิ่มอีกคน"
"เพื่อนสนิท... ผมหวังว่าเราจะเป็นมากกว่านั้นได้ในอนาคตนะครับ" รวินท์พูดออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด
ความเงียบเข้าปกคลุมไปชั่วขณะ รวินท์กลัวว่าจะพูดอะไรที่ไม่ควรออกไป แต่แล้วเสียงหัวเราะของพิมลดาก็ดังขึ้นมา
"ใครจะรู้คะคุณรวินท์" เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม "บางทีความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นจากการมองภาพถ่าย อาจจะนำพาเราไปไกลกว่าที่คิดก็ได้"
บทสนทนาจบลงด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยม รวินท์วางสายโทรศัพท์ลงพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการกดไลค์และคอมเมนต์ จะพัฒนามาถึงจุดนี้ได้ การได้ยินเสียงของพิมลดา ทำให้ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอชัดเจนยิ่งขึ้น มันไม่ใช่แค่ความชอบพอธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นความรู้สึกที่เขาอยากจะทะนุถนอมและพัฒนาต่อไป
วันรุ่งขึ้น รวินท์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว มองหาข้อความจากพิมลดา และเมื่อเห็นข้อความที่เธอส่งมาตั้งแต่เช้า "อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณรวินท์ ฝันดีนะคะ" เขาก็ยิ่งมีความสุข
"อรุณสวัสดิ์ครับคุณพิมลดา" เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว "เมื่อคืนผมนอนหลับฝันดีมากเลยครับ"
"จริงเหรอคะ"
"จริงสิครับ ฝันเห็นภาพถ่ายสวยๆ ที่มีคุณพิมลดาอยู่ข้างๆ ด้วย" เขาพิมพ์ไปพลางก็แอบเขินตัวเอง
"แหม... คุณรวินท์นี่ขี้แกล้งจังเลย" พิมลดาส่งสติกเกอร์หน้าแดงมาให้ "แต่ฉันก็แอบดีใจนะ"
รวินท์ยิ้มกว้าง เขาตัดสินใจในใจว่าเขาจะต้องพยายามทำความรู้จักกับพิมลดาให้มากกว่านี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าระยะทางที่ห่างไกล จะไม่ใช่กำแพงที่ขวางกั้นความรู้สึกดีๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้ได้
"คุณพิมลดาครับ" รวินท์พิมพ์ข้อความต่อไป "ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ"
"ว่ามาเลยค่ะ"
"ผมอยากจะลองหาโอกาสไปหาคุณพิมลดาที่จังหวัดของคุณดูครับ คิดว่าพอจะมีเวลาว่างไหมครับ"
เขาพิมพ์ข้อความนั้นออกไปแล้วก็ลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ เขาอยากจะเจอเธอตัวเป็นๆ อยากจะเห็นรอยยิ้มของเธอด้วยตาตัวเอง และอยากจะสัมผัสถึงความรู้สึกที่แท้จริงนอกเหนือไปจากโลกออนไลน์
4,810 ตัวอักษร