ตอนที่ 31 — ท่ามกลางความเงียบงันที่หนักอึ้ง
พิมลดามองภาพร่างภาพถ่ายที่รวินท์เคยให้เธอดูครั้งแรกก่อนจะเริ่มลงมือแก้ไข ทุกรายละเอียดบนกระดาษแผ่นนั้นคือความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขา ตั้งแต่การจัดองค์ประกอบ แสงเงา จนถึงอารมณ์ที่ต้องการจะสื่อออกมา เธอค่อยๆ ยกดินสอขึ้นจรดปลายกระดาษอีกครั้ง ภาพนั้นยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ เป็นภาพสะพานไม้เก่าๆ ทอดตัวยาวไปสู่ท้องฟ้าสีส้มยามเย็น มีเงาสะท้อนของต้นไม้ใหญ่ทาบทอลงบนผิวน้ำนิ่งสงบ ที่สำคัญที่สุดคือ “รอยยิ้ม” ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของผู้หญิงในภาพ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ความหวัง และการรอคอยบางสิ่งบางอย่าง
“ฉัน... ฉันยังคงนึกถึงมันได้เสมอเลยนะ” พิมลดากล่าว เสียงของเธอเบาและสั่นเครือเล็กน้อย “ภาพนั้นมันสวยงามจริงๆ แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกถึงความอบอุ่นที่มันส่งผ่านมา”
รวินท์นั่งมองเธออยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของเธอที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับภาพร่างนั้น เขาเห็นความมุ่งมั่นที่ฉายชัดออกมาจากแววตา แม้จะมีความเศร้าโศกและผิดหวังเคลือบคลุมอยู่ก็ตาม “ผมดีใจที่คุณยังจำมันได้” เขาตอบรับ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ทั้งหมด “ผมตั้งใจจะมอบภาพนั้นให้กับคุณเป็นของขวัญ แต่วันเวลาที่ผ่านมามันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป”
“มันไม่ใช่แค่ภาพถ่าย แต่มันคือความรู้สึกที่ฉันได้รับจากมัน” พิมลดายังคงวาดเส้นต่ออย่างใจเย็น “รอยยิ้มนั้น... มันทำให้ฉันเชื่อว่าโลกนี้ยังมีสิ่งสวยงามอยู่เสมอ แม้ในยามที่ฉันกำลังมืดมน” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “แต่เมื่อรู้ว่าภาพนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากความตั้งใจที่... ที่หลอกลวง มันก็เหมือนกับว่าความสวยงามทั้งหมดมันถูกแปดเปื้อนไปด้วย”
“ผมเข้าใจ” รวินท์พยักหน้าช้าๆ “ผมรู้ว่าคำขอโทษคงไม่เพียงพอ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมเสียใจจริงๆ พิมลดา ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ลงไป” เขาสูดหายใจลึก “ผมยอมรับความผิดทั้งหมด ผมจะชดใช้ในสิ่งที่ผมทำลงไป”
พิมลดาวางดินสอลง เธอหันไปเผชิญหน้ากับเขาอย่างเต็มที่ ดวงตาของทั้งสองประสานกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่หนักอึ้งมีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ที่ดังแผ่วเบา “การชดใช้... สำหรับฉันมันไม่ใช่แค่การพูดคำขอโทษ” เธอกล่าวอย่างชัดเจน “มันคือการพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าคุณสามารถกลับมาเป็นคนเดิมที่ฉันเคยเชื่อมั่นได้”
“ผมจะทำ” รวินท์ยืนยันหนักแน่น “ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็น ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณกลับมาเชื่อใจผมอีกครั้ง”
“พิสูจน์ยังไงล่ะ รวินท์?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครืออีกครั้ง “จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา มันยากมากที่จะเชื่อใจใครสักคน โดยเฉพาะคนที่เคยทำให้เราเจ็บปวด”
“ผมรู้” เขาตอบ “ผมจะไม่กดดันคุณ ผมจะให้เวลาคุณ ผมจะอยู่ที่นี่ คอยทำให้คุณเห็นว่าผมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงจริงๆ”
พิมลดามองออกไปนอกหน้าต่าง เมฆฝนเริ่มจางหายไป ท้องฟ้าเริ่มปรากฏแสงสีทองของอาทิตย์ยามเช้าที่กำลังจะขึ้น “เวลา...” เธอพึมพำ “บางทีเวลาก็เป็นยาวิเศษที่สามารถเยียวยาทุกสิ่งจริงๆ”
“ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” รวินท์กล่าว “ผมหวังว่าเวลาจะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้”
“แล้วภาพถ่ายนี้ล่ะ?” พิมลดากล่าว “ฉันควรจะทำอย่างไรกับมัน?”
“ผมให้สิทธิ์คุณเต็มที่” เขาตอบ “คุณจะทำลายมัน จะเก็บมันไว้ หรือจะแก้ไขมันใหม่... มันขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมด”
พิมลดากลับมามองภาพร่างอีกครั้ง เธอค่อยๆ ใช้ดินสอขีดเส้นบางๆ ทับลงไปบนรอยยิ้มเดิม “ฉันจะแก้ไขมันใหม่” เธอกล่าว “ฉันจะเติมเต็มความหวังที่หายไป และสร้างรอยยิ้มใหม่ที่มาจากความจริง”
“ผมจะรอชม” รวินท์กล่าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวัง “ผมจะรอชมภาพถ่ายใหม่ของคุณ”
“แต่... ฉันต้องการเวลา” เธอเสริม “และฉันก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวของฉันด้วย”
“เข้าใจครับ” เขาตอบรับ “ผมจะอยู่ห่างๆ แต่ผมจะคอยอยู่ตรงนี้เสมอ”
บรรยากาศในห้องเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ความตึงเครียดภายในใจของทั้งสองคนยังคงมีอยู่ การเดินทางของการเยียวยาและการให้อภัยเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ยังมีอีกหลายอุปสรรคที่รอพวกเขาอยู่ข้างหน้า
“รวินท์” พิมลดากล่าวขึ้นอีกครั้ง “ฉัน... ฉันยังไม่พร้อมจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมในทันที”
“ผมเข้าใจ” เขากล่าว “คุณอยากจะอยู่ที่นี่สักพักก่อนใช่ไหม?”
“ใช่” เธอพยักหน้า “ฉันอยากจะลองทบทวนเรื่องราวทั้งหมด และหาคำตอบให้กับตัวเอง”
“แล้วผมล่ะ?” เขาถาม “ผมควรจะทำอย่างไร?”
“คุณ... คุณกลับไปก่อนก็ได้” พิมลดากล่าว “แต่... อย่าเพิ่งหายไปไหนนะ”
รวินท์ยิ้มบางๆ “ผมไม่เคยคิดจะหายไปไหนอยู่แล้ว” เขาตอบ “ผมจะรอคุณเสมอ”
พิมลดามองไปที่รวินท์ด้วยแววตาที่ซับซ้อน เธอเห็นความจริงใจในดวงตาของเขา แต่เธอก็ยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ “ขอบคุณนะ รวินท์”
“ขอบคุณที่คุณให้โอกาสผมอีกครั้ง” เขากล่าว
เธอหันกลับมามองภาพร่างในมืออีกครั้ง เธอจดจำทุกรายละเอียดอย่างแม่นยำ รอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่เคยทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความเจ็บปวดไว้ภายใต้ความสวยงามที่ประดิษฐ์ขึ้น เธอตัดสินใจแล้ว เธอจะวาดรอยยิ้มใหม่ รอยยิ้มที่แท้จริง รอยยิ้มที่มาจากใจ
“ฉันจะเก็บภาพนี้ไว้” เธอกล่าว “แต่ฉันจะวาดมันขึ้นมาใหม่”
“ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ” รวินท์กล่าว “คุณทำได้แน่นอน”
พิมลดายิ้มบางๆ ให้กับเขา เป็นรอยยิ้มที่ยังคงมีความเศร้าปนอยู่ แต่ก็มีความหวังเจือจาง “ฉันก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
4,210 ตัวอักษร