ตอนที่ 31 — คำสารภาพของความผิดที่ปกปิด
คุณสมชายยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ดวงตาเหม่อลอยไปยังผนังห้องทำงานว่างเปล่า ภาพของมาร์ค ชายที่เขาไว้วางใจราวกับพี่น้อง กำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวไปปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงความคิด ความรู้สึกชาดุจน้ำแข็งกัดกินหัวใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้พบเจอการหักหลังที่เจ็บปวดถึงเพียงนี้ รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าของมาร์ค บัดนี้กลับกลายเป็นเงาดำมืดที่บิดเบี้ยวในความทรงจำ ความเชื่อมั่นทั้งหมดที่เคยมี พังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
“พ่อครับ” เสียงภาคินดังขึ้น แผ่วเบาแต่หนักแน่น ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ พลางวางมือลงบนไหล่ของบิดา คุณสมชายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หันมามองหน้าบุตรชาย แววตาที่เคยฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว บัดนี้กลับหม่นหมองและอ่อนล้า
“ภาคิน…” คุณสมชายเอ่ยชื่อบุตรชายออกมาอย่างยากลำบาก ราวกับคำพูดนั้นมีน้ำหนักมหาศาลเกินกว่าที่ริมฝีปากจะแบกรับไว้ได้ “พ่อ…พ่อไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปแล้ว”
ภาคินทรุดตัวลงนั่งบนพื้นข้างเก้าอี้บิดา เขาเอื้อมมือไปกุมมือของคุณสมชายไว้แน่น “ตอนนี้เราต้องตั้งสติก่อนครับพ่อ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราแก้ไขมันไม่ได้ แต่เรายังสามารถกำหนดอนาคตของเราได้”
“อนาคตของเรา?” คุณสมชายหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น “พ่อไม่แน่ใจว่าจะมีอนาคตให้เราอีกต่อไปหรือเปล่า ภาคิน พ่อเสียใจเหลือเกินที่พ่อไม่เคยเห็นอะไรเลย”
“พ่อไม่ได้ผิดครับ” ภาคินรีบกล่าว “มาร์คเป็นคนที่เก่ง ฉลาด และเจ้าเล่ห์กว่าที่เราคิด เราประมาทไปเอง”
“ประมาท?” คุณสมชายพยักหน้าช้าๆ “ใช่ พ่อประมาท…ประมาทในการเชื่อใจคนมากเกินไป พ่อคิดว่าเขาคือครอบครัว คือคนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพ่อ แต่สุดท้าย…เขากลับเป็นคนที่จะทำลายพ่อ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่ามีคนอื่นเข้ามาในห้อง คุณสมชายเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงเงาร่างของอรุณีที่ยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“ท่านคะ” อรุณีเอ่ยเสียงสั่นเครือ “มีข่าวค่ะ…”
คุณสมชายผงกศีรษะเป็นเชิงให้พูดต่อ “ข่าวอะไร?”
“ข่าวการจับกุมของคุณมาร์ค…มันแพร่สะพัดไปทั่วแล้วค่ะ มีนักข่าวหลายสำนักกำลังรออยู่ที่หน้าบ้าน” อรุณีรายงานด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้คงที่ที่สุด
หัวใจของคุณสมชายบีบรัดแน่น เขาไม่ได้กลัวข่าวที่จะแพร่ออกไป แต่กลัวว่ามันจะส่งผลกระทบต่อภาคินและครอบครัวมากกว่า “แล้ว…แล้วพ่อแม่ของภาคินล่ะ พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
“คุณหญิงอรทัยปลอดภัยดีค่ะท่าน แต่คุณท่าน…ท่านดูอ่อนแอลงมาก” อรุณีตอบ พลางมองภาคินด้วยความเป็นห่วง
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ผมจะไปหาท่านครับพ่อ”
“ไม่” คุณสมชายห้ามไว้ “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่พ่อจะออกไปเผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น พ่อต้องคิดให้รอบคอบก่อน”
“แต่พ่อครับ ถ้าเราไม่รีบออกไปแสดงความบริสุทธิ์…”
“พ่อรู้” คุณสมชายขัดขึ้น “แต่การรีบแสดงออกในตอนนี้อาจจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก พ่อต้องแน่ใจว่าพ่อมีข้อมูลครบถ้วนเสียก่อน”
อรุณีเดินเข้ามาใกล้คุณสมชายมากขึ้น “ท่านคะ ดิฉันเชื่อว่าท่านภาคินพูดถูกค่ะ ในสถานการณ์แบบนี้ การนิ่งเฉยอาจจะทำให้คนเข้าใจผิดไปกันใหญ่”
คุณสมชายครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ก็ได้…งั้นภาคินไปก่อนเถอะ ไปดูความเป็นอยู่ของคุณหญิงอรทัย แล้วก็…บอกท่านด้วยว่าพ่อขอโทษ”
“ครับพ่อ” ภาคินตอบรับ แล้วหันไปทางอรุณี “คุณอรุณี ช่วยดูแลพ่อด้วยนะครับ”
“ค่ะ ท่านภาคิน” อรุณีตอบรับ
ภาคินก้าวออกจากห้องทำงานของคุณสมชายไป ทิ้งไว้เพียงสองพ่อลูกที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายและอนาคตที่ไม่แน่นอน
เมื่อภาคินเดินออกมาจากห้องทำงานของคุณสมชาย เขาเห็นคุณหญิงอรทัยนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขก ใบหน้าของท่านซีดเซียวและเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวล เมื่อเห็นภาคิน คุณหญิงอรทัยก็ลุกขึ้นยืนทันที
“ภาคิน ลูกมาแล้ว” คุณหญิงอรทัยกล่าวเสียงสั่น
“ครับแม่” ภาคินเดินเข้าไปหา แล้วโอบประคองร่างของมารดา “แม่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“แม่ไม่เป็นไรลูก แต่แม่เป็นห่วงพ่อกับพ่อของลูกเหลือเกิน” คุณหญิงอรทัยตอบ พลางน้ำตาคลอ
“ผมทราบครับแม่” ภาคินถอนหายใจ “แต่ตอนนี้เราต้องเข้มแข็งนะครับ”
“เข้มแข็งได้อย่างไรภาคิน เมื่อทุกอย่างกำลังจะพังทลายลง” คุณหญิงอรทัยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “พ่อของลูก…เขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”
“ผมจะอยู่ตรงนี้กับพ่อกับแม่เสมอครับแม่” ภาคินกล่าวด้วยความมั่นคง “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
“ลูกพูดจริงนะภาคิน” คุณหญิงอรทัยมองหน้าบุตรชายด้วยแววตาที่พยายามจะเชื่อมั่น
“จริงครับแม่” ภาคินตอบรับ “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัวของเรา”
พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหญิงอรทัยก็ดังขึ้น เธอหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะเผชิญหน้ากับความตกใจอีกครั้ง
“ใครโทรมาคะแม่” ภาคินถาม
“เป็น…เป็นคุณสมชายค่ะ” คุณหญิงอรทัยตอบเสียงแผ่ว
ภาคินผงกศีรษะเป็นเชิงให้รับสาย “รับเลยครับแม่”
คุณหญิงอรทัยกดรับสาย “ค่ะ สมชาย…”
เสียงของคุณสมชายดังเล็ดลอดออกมาจากโทรศัพท์ “อรทัย…พ่อกำลังจะบอกความจริงทั้งหมดให้เธอฟัง”
“ความจริงอะไรคะ” คุณหญิงอรทัยถามด้วยความสงสัย
“เรื่องมาร์ค…เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น…มันเป็นความผิดของพ่อเอง พ่อเชื่อใจเขาผิดคน พ่อไม่เคยระแวงเลยว่าเขาจะร้ายกาจถึงเพียงนี้” เสียงของคุณสมชายสั่นเครือ
“ท่านคะ…” คุณหญิงอรทัยเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
“พ่อรู้ว่ามันสายเกินไปแล้ว แต่พ่อก็อยากให้เธอรู้ว่าพ่อเสียใจแค่ไหน พ่อไม่เคยอยากให้เรื่องมันบานปลายถึงเพียงนี้” คุณสมชายพูดต่อ “พ่อกำลังจะบอกความจริงกับตำรวจ แต่…พ่อกลัวว่ามันจะสายเกินไป”
“สมชายคะ” คุณหญิงอรทัยเอ่ยเสียงแผ่ว “คุณกำลังจะทำอะไรคะ”
“พ่อกำลังจะมอบตัว” คุณสมชายตอบเสียงหนักแน่น “พ่อจะเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างเอง”
“ไม่ค่ะ สมชาย! อย่าทำแบบนั้นนะคะ!” คุณหญิงอรทัยร้องห้ามเสียงดัง “ท่านยังไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านแค่ถูกหักหลัง”
“แต่มันคือความผิดของพ่อที่ประมาท อรทัย พ่อต้องรับผิดชอบ” คุณสมชายยืนยัน “ลูกของเรา…ภาคิน…ฝากดูแลลูกของเราด้วยนะ”
“สมชายคะ!”
ปลายสายเงียบไป เหลือเพียงเสียงสัญญาณตัดสายที่ดังขึ้นในโทรศัพท์ คุณหญิงอรทัยทรุดตัวลงบนโซฟา ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
“แม่ครับ!” ภาคินรีบเข้าไปประคอง “เกิดอะไรขึ้นครับ”
“พ่อ…พ่อของลูก…เขาจะไปมอบตัว” คุณหญิงอรทัยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แทบจะขาดใจ
“อะไรนะครับ!” ภาคินตกใจอย่างรุนแรง “พ่อจะไปมอบตัวได้อย่างไร! เขาไม่ได้ทำผิดอะไร!”
“เขาบอกว่าเขาต้องรับผิดชอบที่ประมาท” คุณหญิงอรทัยตอบ พลางกุมมือภาคินไว้แน่น “ภาคิน…เราต้องรีบไปห้ามเขา!”
ภาคินพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เขาไม่สามารถยอมให้บิดาของตนต้องมารับผิดในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อได้ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง และต่อสู้เพื่อครอบครัวของเขาให้ถึงที่สุด
5,375 ตัวอักษร