รอยแผลบนแผ่นดิน

ตอนที่ 10 / 40

ตอนที่ 10 — ความจริงที่ถูกซ่อนเร้น

สุรชัยยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะทำงาน แสงแดดยามบ่ายที่สาดเข้ามาดูเหมือนจะขับเน้นความเงียบเหงาภายในห้องให้มากขึ้น เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ เป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังกลบเสียงความคิดอันสับสนของเขา ภาพของสุพจน์ที่เดินจากไปพร้อมกับคำพูดที่ทิ่มแทงใจยังคงวนเวียนอยู่ในหัว "พ่อได้ที่ดินแปลงริมน้ำมาด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง" คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในน้ำนิ่ง ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแห่งความสงสัยและความไม่สบายใจที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขารู้ดีว่าพ่อของเขามีวิธีจัดการเรื่องต่างๆ ที่อาจจะดูไม่โปร่งใสนักในสายตาคนทั่วไป แต่การจะบอกว่าเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์สินอย่างไม่ถูกต้องนั้น มันเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าที่เขาจะยอมรับได้ง่ายๆ "ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้" สุรชัยพึมพำกับตัวเอง มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบหน้าผากอย่างแรง เขาพยายามปัดเป่าความคิดที่ตีรวนอยู่ในหัวออกไป พ่อของเขาสร้างเนื้อสร้างตัวมาจากศูนย์ เขาเติบโตมาในยุคที่การทำมาหากินยังคงยากลำบาก การแข่งขันสูง และบางครั้งก็ต้องใช้วิธีการที่คนสมัยนี้อาจมองว่าเกินกว่าจะยอมรับได้ แต่ในยุคนั้น มันอาจเป็นเรื่องปกติ หรืออย่างน้อยที่สุด มันก็เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ครอบครัวอยู่รอดได้ แต่สุพจน์ก็ดูจริงจังเหลือเกิน สีหน้าของน้องชายที่ปกติจะดูอ่อนโยนและไม่เคยแสดงอารมณ์รุนแรงออกมา กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่น มันไม่ใช่การพูดเล่น หรือการพยายามปั่นหัวพี่ชายให้เสียสมาธิ สุพจน์มาพร้อมกับหลักฐานบางอย่างที่เขาถือไว้ในมือ แม้ว่าสุรชัยจะปฏิเสธที่จะรับฟังในตอนแรก แต่ภาพของเอกสารเหล่านั้นก็ยังคงติดตาเขาอยู่ "พ่อคงไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายขนาดนั้นหรอกน่า" สุรชัยพยายามปลอบใจตัวเองอีกครั้ง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วหมุนโทรหาทนายความประจำตระกูล "คุณสมชายครับ พอจะว่างคุยกันหน่อยได้ไหมครับ ผมมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่ดินของพ่อ" หลังจากวางสาย สุรชัยก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่างออก รับลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้า เขาพยายามรวบรวมสติและตั้งสมาธิให้มั่น การเผชิญหน้ากับความจริงบางอย่างที่อาจจะสั่นคลอนทุกสิ่งที่เขารู้สึกว่ามั่นคงมาตลอดชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่นานนัก ทนายสมชายก็มาถึง สุรชัยเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลง ก่อนจะเล่าเรื่องที่สุพจน์ได้บอกกับเขาเมื่อช่วงเช้าด้วยน้ำเสียงที่ยังคงติดขัดอยู่เล็กน้อย "คุณสมชายครับ ผมมีเรื่องอยากจะสอบถามให้แน่ใจ... เรื่องที่ดินแปลงริมน้ำของพ่อเราน่ะครับ สุพจน์บอกว่าพ่อได้ที่ดินแปลงนั้นมาด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง" ทนายสมชายซึ่งเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้เป็นพ่อมานานหลายสิบปี นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาเป็นคนเดียวที่น่าจะรู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ "คุณสุรชัยครับ เรื่องที่ดินแปลงริมน้ำนั้น..." ทนายสมชายลังเลที่จะพูดต่อ เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลง "เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนพอสมควรครับ สมัยนั้น คุณพ่อของคุณยังเป็นหนุ่ม และกำลังมีปัญหาทางการเงินอย่างหนัก เขาพยายามหาทางแก้ไข แต่ก็ไม่สำเร็จ..." สุรชัยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ทุกคำพูดของทนายสมชายคือชิ้นส่วนของปริศนาที่เขากำลังพยายามปะติดปะต่อ "แล้วยังไงต่อครับ?" "คุณพ่อของคุณ ได้รู้จักกับนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่งในสมัยนั้น ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในวงการที่ดิน เขาเสนอจะช่วยเหลือคุณพ่อของคุณ แต่มีข้อแม้..." ทนายสมชายหยุดเว้นจังหวะ มองไปที่สุรชัยที่กำลังรอคอยคำตอบด้วยใจจดใจจ่อ "ข้อแม้คือ คุณพ่อของคุณจะต้องยอมเซ็นมอบที่ดินบางส่วน รวมถึงที่ดินแปลงริมน้ำนั้น ให้กับนักธุรกิจคนนั้นไปก่อน โดยที่ยังไม่มีการตกลงเรื่องราคาที่แน่ชัด" สุรชัยรู้สึกเหมือนมีค้อนทุบเข้าที่กลางอก "หมายความว่า พ่อ... พ่อถูกหลอกให้เซ็นมอบที่ดินไปอย่างนั้นหรือครับ?" "ในทางเทคนิค อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการถูกหลอกลวงครับ" ทนายสมชายกล่าวอย่างระมัดระวัง "แต่คุณพ่อของคุณในตอนนั้น ไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ครับ เขาอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นมาก และเชื่อมั่นว่านักธุรกิจคนนั้นจะให้ความเป็นธรรมกับเขาในภายหลัง" "แล้วทำไมเราถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย?" สุรชัยถามเสียงสั่นเครือ "หลังจากเซ็นสัญญาไปแล้ว นักธุรกิจคนนั้นก็หายหน้าไปเลยครับ คุณพ่อของคุณพยายามตามหา แต่ก็ไม่สำเร็จ จนเวลาผ่านไปนานมาก จนคุณพ่อของคุณเริ่มมีฐานะดีขึ้น เขาก็กลับมาทวงถามเรื่องที่ดินอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นในนามของบริษัทที่เขาจัดตั้งขึ้นมาใหม่ และการทวงถามก็ดำเนินไปในรูปแบบของการฟ้องร้องทางกฎหมาย" "แล้วพ่อชนะคดีได้อย่างไรครับ?" สุรชัยถามด้วยความสงสัย "คุณพ่อของคุณไม่ได้ชนะคดีครับ" ทนายสมชายตอบ "จริงๆ แล้ว เขากำลังจะแพ้คดี แต่ในระหว่างที่การพิจารณาคดียังดำเนินอยู่ นักธุรกิจคนนั้นประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างกะทันหัน บริษัทของเขาก็ล้มละลาย และทายาทก็ไม่ได้สานต่อเรื่องนี้ ทำให้คดีความยุติลงโดยปริยาย และที่ดินก็ยังคงเป็นของคุณพ่อของคุณอยู่" สุรชัยนั่งนิ่ง เขากำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ มันช่างแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยรับรู้มาตลอดชีวิต ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นเบื้องหลังความมั่งคั่งของตระกูลนี้ มันช่างดำมืดและซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ "แล้วสุพจน์ไปรู้เรื่องนี้มาจากไหนครับ?" สุรชัยถาม "ผมคิดว่าสุพจน์น่าจะค้นเจอเอกสารเก่าๆ บางอย่างในห้องทำงานของคุณพ่อครับ" ทนายสมชายตอบ "ในเอกสารเหล่านั้น น่าจะมีบันทึก หรือสัญญาที่ระบุถึงข้อตกลงระหว่างคุณพ่อของคุณกับนักธุรกิจคนนั้น" สุรชัยหลับตาลง เขาเห็นภาพของพ่อที่เคยสอนให้เขาเป็นคนดี มีคุณธรรม ไม่เอาเปรียบผู้อื่น แต่ในขณะเดียวกัน พ่อของเขาก็เป็นนักธุรกิจที่แข็งแกร่ง เด็ดขาด และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวอยู่รอด คำพูดของสุพจน์เรื่อง "วิธีที่ไม่ถูกต้อง" มันมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เขาเคยคิดไว้มาก "ผมเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากครับคุณสมชาย" สุรชัยกล่าว เมื่อทนายสมชายกลับไปแล้ว สุรชัยก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขาหยิบเอกสารที่สุพจน์วางทิ้งไว้ให้เมื่อช่วงเช้าขึ้นมาดูอีกครั้ง คราวนี้เขามองเอกสารเหล่านั้นด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่แค่กระดาษเปล่าๆ แต่คือหลักฐานที่บ่งชี้ถึงอดีตอันซับซ้อนของครอบครัวเขา "พ่อครับ พ่อทำไปเพราะอะไรกันแน่" สุรชัยพึมพำกับตัวเอง เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะต้องหาความจริงทั้งหมดให้ได้ เขาจะไม่ยอมให้ความขัดแย้งเรื่องมรดกนี้มาทำลายครอบครัวของเขาไปมากกว่านี้ เขาต้องทำความเข้าใจอดีต เพื่อที่จะก้าวต่อไปในอนาคต

5,114 ตัวอักษร