ตอนที่ 10 — จิตวิญญาณของผืนป่า
เสียงกระซิบนั้นยังคงดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของแทน แม้ว่าเขาจะพยายามสลัดมันออกไปเท่าไหร่ก็ตาม มันไม่ใช่เสียงพูดที่ชัดถ้อยชัดคำ แต่เป็นเหมือนเสียงเรียกจากส่วนลึกของจิตใจ เสียงที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความปรารถนาอันแรงกล้า “กลับมา… ที่นี่… ที่บ้าน…” คำพูดเหล่านั้นราวกับถูกสลักลงบนแผ่นศิลา ทำให้สมองของเขารู้สึกหนักอึ้งและสับสนยิ่งกว่าเดิม เขาละสายตาจากอัญมณีสีเลือดที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะทำงาน แสงสีแดงเรื่อๆ ที่ส่องออกมานั้นช่างน่าหลงใหลจนแทบจะหยุดหายใจ แสงนั้นไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนในตอนแรกๆ ที่เขาพบมันอีกแล้ว แต่มันกลับแฝงไปด้วยความลึกลับที่เชื้อเชิญให้เข้าไปค้นหา
“นี่มันอะไรกันแน่” แทนพึมพำกับตัวเอง เขาหยิบอัญมณีขึ้นมาสัมผัส ความเย็นเยียบที่ส่งผ่านปลายนิ้วนั้นช่างน่าประหลาด มันไม่เหมือนกับความเย็นของหินทั่วไป แต่เป็นความเย็นที่ราวกับมาจากโลกอื่น แสงสีแดงภายในอัญมณีสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ ราวกับจะตอบรับการสัมผัสของเขา
“หรือว่านี่คือประตูสู่… โลกอีกใบ?” ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีความเป็นไปได้สูง อัญมณีชิ้นนี้ไม่ใช่สิ่งธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน มันมีพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงแก่นแท้ของมัน
“แทน! ยังไม่ไปอีกเหรอ” เสียงของรินดา ดังขึ้นมาจากหน้าประตูห้องทำงานของเขา ทำให้แทนสะดุ้งเล็กน้อย เขารีบวางอัญมณีลงบนโต๊ะตามเดิม
“กำลังจะไปครับคุณรินดา” แทนตอบ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
รินดาเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “คุณดูไม่ค่อยสบายเลยนะ ยังปวดแผลอยู่หรือเปล่า”
แทนส่ายหน้า “ไม่แล้วครับ คุณป้าหมอพื้นเมืองแกเก่งจริงๆ” เขายิ้มบางๆ ให้รินดา
“จริงๆ ฉันก็อยากจะขอบคุณแกแทนนะ แต่แกไม่ยอมรับอะไรเลย บอกว่าแค่ได้ช่วยเหลือก็พอใจแล้ว” รินดาถอนหายใจเบาๆ “แต่คุณแทนคะ ฉันว่าเราควรจะระวังตัวมากกว่านี้ ระหว่างที่เราอยู่ที่นี่”
“หมายถึงเรื่องอะไรครับ” แทนถาม
“ก็เรื่องพวกนี้ไงคะ” รินดาชี้ไปที่รอยแดงคล้ำบนแขนของเขา “มันเป็นเรื่องแปลกนะที่จู่ๆ ก็มีรอยแบบนี้ขึ้นมา แล้วคุณก็รู้สึกไม่สบายเหมือนโดนอะไรกัด หรืออะไรบางอย่าง”
“ผมว่ามันคงแค่แมลงอะไรสักอย่างในป่าน่ะครับ” แทนพยายามพูดให้ดูเป็นเรื่องปกติ แต่ในใจกลับรู้สึกไม่สบายใจ
“แมลงอะไรจะกัดแล้วทิ้งรอยแบบนี้ แถมยังทำให้คุณเพ้อเจ้อเหมือนเรียกหาอะไรบางอย่าง” รินดาจ้องมองแทนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “ฉันไม่แน่ใจว่าเราควรจะอยู่ที่นี่ต่อไป หรือควรจะรีบกลับกรุงเทพฯ”
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” แทนยอมรับ เขาเหลือบมองอัญมณีอีกครั้ง “แต่ผมยังรู้สึกว่ายังมีอะไรบางอย่างที่นี่ที่ผมต้องค้นหาให้เจอ”
“คุณหมายถึง… อัญมณีชิ้นนั้น?” รินดาถาม เสียงของเธอแผ่วลง
“ผมคิดว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นครับ” แทนตอบ “และผมเชื่อว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น”
“แต่ถ้ามันอันตรายล่ะคะ” รินดาเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาสัมผัสแขนข้างที่ไม่มีรอยของแทน “คุณดูอ่อนเพลียมากนะ แทน”
“ผมจะระวังครับ” แทนพยายามยิ้มให้กำลังใจ “คุณไม่ต้องห่วงนะ”
“ฉันจะห่วงได้อย่างไร” รินดามองสบตาเขา “คุณกำลังพัวพันกับเรื่องที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนที่ดังมาจากภายนอก “ฉันจะไปเตรียมของสำหรับมื้อเย็นนะคะ” รินดาเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แทนอยู่ตามลำพังกับอัญมณีสีเลือด และเสียงกระซิบที่ยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัว
แทนกลับไปนั่งที่เก้าอี้ รู้สึกถึงแรงดึงดูดอย่างประหลาดที่ส่งออกมาจากอัญมณี เขาหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง แสงสีแดงอ่อนๆ ส่องสว่างขึ้นมาในความมืดของห้อง “กลับมา… ที่นี่… ที่บ้าน…” เสียงนั้นดังชัดเจนขึ้น ราวกับกำลังพูดอยู่ข้างหูของเขา
“บ้าน? ที่ไหนคือบ้านของฉัน” แทนพึมพำ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหลุดเข้าไปในภวังค์บางอย่าง ภาพต่างๆ เริ่มผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว เป็นภาพของป่าดึกดำบรรพ์ ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ สัตว์ป่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และ… ผู้คนกลุ่มหนึ่ง สวมชุดที่ทำจากหนังสัตว์ กำลังประกอบพิธีกรรมบางอย่างอยู่รอบกองไฟ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน
“พวกเขาคือใคร?” แทนถามกับตัวเอง ภาพนั้นชัดเจนจนเหมือนจริง ราวกับเขาเป็นส่วนหนึ่งของมัน ร่างกายของเขารู้สึกหนาวสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ
“พวกเขา… กำลังเรียกหาฉัน?” เขาไม่แน่ใจนัก แต่ความรู้สึกนั้นรุนแรงจนยากจะปฏิเสธ
ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงจากอัญมณีก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง จนทำให้แทนต้องหรี่ตาลง เมื่อแสงนั้นจางลง เขาก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนพื้นดินท่ามกลางป่าที่มืดมิด ต้นไม้สูงใหญ่รอบกายดูน่าเกรงขาม เสียงลมพัดหวีดหวิวราวกับเสียงคร่ำครวญ
“นี่มัน… เกิดอะไรขึ้น?” แทนลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง เขากวาดตามองไปรอบๆ ภาพที่เห็นนั้นเหมือนกับภาพที่ปรากฏขึ้นในหัวเขาเมื่อครู่ทุกประการ “ฉัน… กลับมาที่นี่… จริงๆ หรือ?”
เขาจำได้ถึงเสียงกระซิบนั้น “กลับมา… ที่นี่… ที่บ้าน…” บ้าน? หรือนี่คือบ้านที่อัญมณีพูดถึง? บ้านของใคร?
แทนเริ่มเดินสำรวจไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง หัวใจของเขายังคงเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน แสงจันทร์สาดส่องลงมาผ่านกิ่งไม้ ทำให้เกิดเงาทะมึนที่ขยับไปมาบนพื้นดิน ราวกับมีสิ่งมีชีวิตกำลังเฝ้าดูเขาอยู่
“มีใครอยู่ไหมครับ” เขาตะโกนถาม แต่ก็มีเพียงเสียงสะท้อนกลับมาเป็นเสียงลม และเสียงของธรรมชาติที่ดังระงม
ขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้และหาทางกลับไปยังที่พัก อาการคันยิบๆ บนแขนซ้ายก็กลับมาอีกครั้ง มันรุนแรงกว่าเดิมมาก ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังพยายามจะเจาะทะลุกผิวหนังของเขาออกมา
“โอ๊ย!” แทนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขารีบยกแขนซ้ายขึ้นมาดู ใต้แสงจันทร์ที่สลัวๆ เขาเห็นรอยแดงคล้ำนั้นกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ… มันกำลังมีเส้นสีดำคล้ายเส้นเลือด ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาตามรอยแดงนั้น
“นี่มัน… ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว” แทนพูดเสียงสั่นเครือ เขาจำคำพูดของหญิงชราได้ “ถ้ามันลุกลาม… จะไม่สามารถรักษาได้”
ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจของเขาอย่างสมบูรณ์ เขาต้องหาทางกลับไปที่บ้านพักให้เร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป แต่ทิศทางที่เขามานั้นเลือนรางไปหมดแล้วในความมืดมิดของผืนป่าแห่งนี้
“ผมต้องกลับไป… ผมต้องกลับไปหาคุณรินดา” เขาพยายามตั้งสติ และเริ่มวิ่งไปในทิศทางที่เขาคิดว่าน่าจะถูกต้อง หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก
5,086 ตัวอักษร