ตอนที่ 8 — ความจริงของชนเผ่าที่ถูกลืม
หลังจากการรักษาเบื้องต้นจากหญิงชรา อาการคันยิบๆ ที่แขนซ้ายของแทนเริ่มทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด รอยแดงคล้ำยังคงอยู่ แต่ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ไม่ลุกลามไปมากกว่านี้ หญิงชราได้เตรียมยาอัญชันสีเข้มข้นและสมุนไพรแห้งบางชนิดให้เขา พร้อมคำแนะนำในการดูแลรักษาที่บ้าน
“เจ้าต้องทายานี้ทุกเช้าและก่อนนอน” เธอบอกแทนขณะยื่นถุงสมุนไพรให้ “และพยายามอย่าคิดถึงมันมากนัก ความกลัวจะยิ่งทำให้มันแข็งแรงขึ้น”
“แล้วเรื่องพิธีกรรมขอขมาล่ะครับ” ดร. วิมลถามขึ้น เขาดูโล่งใจที่เห็นอาการของแทนดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ
“เมื่อเจ้าพร้อม… เมื่อเจ้าสามารถนำสิ่งที่ได้มาคืนสู่ผืนป่าได้แล้ว… ข้าจะบอกเจ้าถึงพิธีกรรมที่ถูกต้อง” หญิงชราตอบ ดวงตาของเธอมองไปยังทิศของป่าต้องห้าม “แต่สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้… คือการให้ร่างกายของเจ้าฟื้นฟู และให้จิตใจของเจ้าสงบ”
คณะสำรวจขอบคุณหญิงชราด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะเดินทางออกจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้นอีกครั้ง คราวนี้บรรยากาศในรถดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความเครียดแฝงอยู่
“เราจะทำยังไงกันต่อดีครับพี่” สุรชัยถามขณะขับรถ “จะกลับไปที่ศูนย์วิจัยเลยไหม”
“ยัง” ดร. วิมลตอบ “เราต้องไปรายงานเรื่องนี้ให้กับผู้ใหญ่ที่กรมศิลปากรทราบก่อน”
“แต่… เราจะบอกเรื่องอัญมณีสีเลือดแล้วก็คำสาปได้ยังไงครับ” สุรชัยถามอย่างไม่แน่ใจ “ใครจะไปเชื่อเรื่องแบบนี้”
“เราจะรายงานตามข้อเท็จจริงที่เราพบ” ดร. วิมลกล่าว “เราพบวัตถุโบราณที่ไม่เคยมีบันทึกมาก่อน และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติขึ้น”
แทนเงียบไป เขากำลังคิดถึงคำพูดของหญิงชรา “เจ้าได้ปลุกบางสิ่งบางอย่างที่หลับใหลมานาน” และ “เจ้าต้องชดใช้ในสิ่งที่เจ้าทำ” เขาจะทำอย่างไร จะเอาอัญมณีสีเลือดกลับไปคืนได้อย่างไร ในเมื่อมันกำลังจะคร่าชีวิตเขา?
ตลอดการเดินทางกลับไปยังตัวเมืองแทนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเอง เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเหมือนตอนอยู่ในป่าอีกต่อไป แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ก่อตัวขึ้น มันเหมือนมีความเข้าใจในธรรมชาติและผืนป่าที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ คณะสำรวจได้เข้าพบอธิบดีกรมศิลปากรเพื่อรายงานความคืบหน้าและนำเสนอวัตถุโบราณที่ค้นพบ ดร. พงศธร หรือแทน นำเสนออัญมณีสีเลือดที่บรรจุอยู่ในกล่องนิรภัยอย่างระมัดระวัง
“นี่คือวัตถุโบราณที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบในประเทศไทย” ดร. วิมลกล่าว “เราเชื่อว่ามันอาจจะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งยวด”
ท่านอธิบดีมองอัญมณีด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย “น่าเหลือเชื่อจริงๆ! ไม่เคยมีบันทึกถึงวัตถุชิ้นนี้มาก่อนเลย”
“มีบางอย่างที่อยากจะเรียนให้ท่านทราบครับ” แทนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “วัตถุชิ้นนี้… น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคำสาปโบราณ”
ท่านอธิบดีเลิกคิ้ว “คำสาป? ดร. พงศธร คุณแน่ใจหรือ?”
“ผมแน่ใจครับ” แทนยืนยัน “หลังจากที่ผมได้สัมผัสกับมัน ผมก็เริ่มมีอาการป่วยประหลาด” เขาถกแขนเสื้อขึ้นโชว์รอยแดงคล้ำที่ยังคงอยู่ ถึงแม้จะดูดีขึ้นแล้วก็ตาม “เราได้ไปขอคำแนะนำจากหมอพื้นเมืองที่อยู่ใกล้บริเวณที่ค้นพบ เขาบอกว่านี่คือผลจากคำสาปของชนเผ่าโบราณที่ถูกลืม”
ท่านอธิบดีมองรอยแดงนั้นอย่างพิจารณา สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “เรื่องนี้… ค่อนข้างละเอียดอ่อนนะ ดร. พงศธร”
“ผมทราบครับท่าน” แทนกล่าว “แต่ผมคิดว่าเราควรจะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง”
“แล้วไงต่อ” ท่านอธิบดีถาม
“ผมเชื่อว่ายังมีชนเผ่าโบราณที่ยังคงอาศัยอยู่ในป่าแห่งนั้น” แทนอธิบาย “และพวกเขาน่าจะเป็นผู้เก็บรักษาความลับของอัญมณีชิ้นนี้เอาไว้”
“คุณกำลังจะบอกว่า เราควรจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง?”
“ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องทำครับท่าน” แทนตอบ “เพื่อทำความเข้าใจที่มาของวัตถุชิ้นนี้ และเพื่อหาทางแก้ไขคำสาปที่ผมได้รับ”
ท่านอธิบดีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เอาล่ะ… กรมศิลปากรจะสนับสนุนการเดินทางครั้งใหม่ของคุณ ดร. พงศธร และทีมของคุณ แต่ขอให้ระมัดระวังให้ถึงที่สุด”
“ขอบคุณครับท่าน”
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แทนใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาตำนานและประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชนเผ่าโบราณในแถบนั้น เขาค้นพบเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “ชนเผ่าเงา” ซึ่งเป็นชนเผ่าที่เชื่อกันว่าอาศัยอยู่ในผืนป่าลึก และมีพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องดินแดนของตนเอง
“ชนเผ่าเงา… ฟังดูน่ากลัว” ดร. วิมลกล่าวขณะที่เขาทั้งสองกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องสมุด “ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะใช้คำสาปเพื่อปกป้องสิ่งที่พวกเขาหวงแหน”
“หญิงชราคนนั้น… เธอเป็นส่วนหนึ่งของชนเผ่าเงาหรือเปล่า” แทนสงสัย
“อาจจะเป็นไปได้” ดร. วิมลตอบ “ดูจากความรู้และความสามารถในการรักษาของเธอแล้ว”
“แล้วเราจะหาพวกเขาเจอได้อย่างไร”
“นั่นคือความท้าทายที่แท้จริง” ดร. วิมลถอนหายใจ “เราแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาเลย”
“แต่ผมเชื่อว่าผู้หญิงคนนั้น… เธอจะนำทางเรา” แทนกล่าว “เธออยากให้ผมนำอัญมณีกลับไปคืน”
“แล้วคุณแน่ใจหรือว่าจะทำแบบนั้น” ดร. วิมลถาม “ถ้าการคืนวัตถุนั้นไปแล้ว คำสาปจะหายไปจริงๆ”
“ผมไม่แน่ใจ” แทนยอมรับ “แต่ผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ผมต้องทำ”
ในช่วงเวลานั้นเองที่แทนเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของอัญมณีสีเลือดที่อยู่ในกล่องนิรภัย มันเริ่มเปล่งแสงสีแดงเรื่อๆ จางๆ ในยามค่ำคืน และบางครั้งเขาก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาดังออกมาจากมัน
“พี่วิมล… พี่เคยได้ยินอะไรแปลกๆ จากกล่องนี้บ้างไหม” เขาถาม ดร. วิมล
“ไม่เคยนะ” ดร. วิมลตอบ “ทำไมเหรอ”
“เปล่า… แค่รู้สึกเหมือนได้ยินเสียง” แทนตอบ เขาพยายามไม่ให้ตัวเองคิดมากเกินไป
ในคืนหนึ่ง ขณะที่แทนกำลังนั่งทำงานอยู่ตามลำพังในห้อง เขาเห็นเงาประหลาดเคลื่อนไหวอยู่บริเวณหน้าต่าง เงาที่ดูเหมือนจะสูงและผอมกว่ามนุษย์ปกติเล็กน้อย หัวใจของเขาเต้นแรง เขารีบลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง แต่เมื่อเขาไปถึง เงาก็หายไปแล้ว
“คิดไปเองหรือเปล่า” เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ความรู้สึกไม่สบายใจก็ยังคงอยู่
เขามองไปที่อัญมณีสีเลือดที่วางอยู่บนโต๊ะ มันยังคงเปล่งแสงสีแดงเรื่อๆ และครั้งนี้ เสียงกระซิบนั้นดังชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
“กลับมา… ที่นี่… ที่บ้าน…”
4,798 ตัวอักษร