ตอนที่ 1 — คลื่นลมแรกพัดพาความผูกพัน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังผืนน้ำทะเลสีครามใสราวกับอัญมณี สะท้อนประกายระยิบระยับจนแสบตา อากาศอบอ้าวแต่ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายเค็มๆ ของทะเลและเสียงคลื่นซัดสาดเป็นบทเพลงที่คุ้นหู “ปิ่นมุก” หญิงสาวผู้มีดวงตาเฉลียวฉลาดภายใต้แว่นตากรอบหนา ปากกาในมือขีดเขียนลงบนสมุดบันทึกอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าของเธอฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างแรงกล้า ผมยาวสีดำขลับถูกรวบไว้เป็นหางม้าอย่างลวกๆ แต่ก็ยังคงมีปอยผมบางส่วนหลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าผากขณะที่เธอโน้มตัวลงสำรวจโครงสร้างหินใต้น้ำที่โผล่พ้นระดับน้ำขึ้นมา
“คุณปิ่นมุกคะ ใกล้จะได้เวลาเรือออกแล้วค่ะ” เสียงเรียกจาก “เมธา” ชายหนุ่มร่างสูง ผิวเข้ม แขนล่ำสัน เขาเป็นนักดำน้ำประจำหน่วยที่คอยอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่สำรวจของทีมโบราณคดี ชุดดำน้ำสีดำสนิทแนบไปกับเรือนร่างที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ผมสีดำตัดสั้นสะท้อนแดด ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอ พร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ดูอบอุ่น
ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้น ดวงตาใต้เลนส์แว่นจ้องมองเมธา “อีกนิดเดียวค่ะพี่เมธา ตรงนี้ดูน่าสนใจมาก เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอะไรบางอย่างที่ถูกกัดเซาะไปเยอะเลย” เธอชี้ไปยังก้อนหินใหญ่ที่เต็มไปด้วยรูพรุนและรอยขีดข่วนซึ่งเป็นผลมาจากการกัดเซาะของคลื่นและตะกอนที่ทับถมมานานหลายศตวรรษ
เมธาเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาช่วยประคองเธอให้ยืนขึ้น “เวลาสำคัญนะครับเรามีแผนดำน้ำสำรวจบริเวณซากเรือโบราณที่ค้นพบเมื่อสัปดาห์ก่อน ถ้าช้ากว่านี้คลื่นลมอาจจะแรงขึ้นจนเป็นอุปสรรคได้” น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความเป็นห่วง
“รู้แล้วค่ะ แต่คุณก็รู้ว่านี่คือโอกาสเดียวที่เราจะได้ศึกษาแหล่งโบราณคดีใต้น้ำแห่งนี้ ยิ่งเราเจอข้อมูลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใจประวัติศาสตร์ของมันได้มากขึ้นเท่านั้น” ปิ่นมุกตอบพร้อมกับเก็บสมุดบันทึกและปากกาอย่างรวดเร็ว “ไปกันค่ะ”
เธอเดินตามเมธาไปยังเรือยางลำเล็กที่จอดรออยู่ เรือลำนั้นถูกเตรียมพร้อมสำหรับการดำน้ำ มีถังอากาศ หน้ากากดำน้ำ ฟิน และอุปกรณ์อื่นๆ วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ “กัปตันสมชาย” ชายชราผู้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มและผิวกร้านแดด กำลังตรวจสอบเครื่องยนต์เรืออย่างขะมักเขม้น
“พร้อมแล้วหนูมุก” กัปตันสมชายเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ไปดำน้ำหาของเก่ากัน”
ปิ่นมุกยิ้มรับ “ค่ะลุงสมชาย” เธอหันไปหาเมธา “พร้อมแล้วค่ะ”
เมธาพยักหน้า เขาช่วยปิ่นมุกสวมอุปกรณ์ดำน้ำอย่างคล่องแคล่ว หน้ากากที่แนบสนิทไปกับใบหน้า ปรับสายรัดให้พอดี และตรวจสอบวาล์วของถังอากาศ “ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ” เขาพูดพลางตรวจสอบอุปกรณ์ของตัวเอง “จำไว้นะครับ ถ้ามีอะไรผิดปกติ สัญญาณมือ” เขาชูมือขึ้นแล้วทำนิ้วโป้งลง “ให้รีบขึ้นมาทันที”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ปิ่นมุกตอบอย่างหนักแน่น เธอเคยดำน้ำมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะมันคือการสำรวจซากเรือโบราณที่อาจจะนำพาความลับของประวัติศาสตร์มาเปิดเผย
เรือยางแล่นออกจากฝั่งด้วยความเร็วพอประมาณ ทะเลสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตเข้มขึ้นเมื่อเรือเคลื่อนเข้าสู่บริเวณที่กำหนดไว้ เมธายืนอยู่ท้ายเรือ คอยมองทุ่นที่ลอยอยู่เหนือน้ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บอกตำแหน่งของซากเรือ
“ตรงนี้ครับ” เมธาชี้ไปยังทุ่นสีส้มสดที่ลอยเด่นอยู่กลางทะเล “ระดับน้ำลึกประมาณ 20 เมตร”
ปิ่นมุกพยักหน้า เธอสูดลมหายใจลึกๆ แล้วสวมหน้ากากดำน้ำ ตรวจสอบท่อหายใจอีกครั้ง ก่อนจะกระโดดลงสู่ผืนน้ำเย็นเยียบ การเปลี่ยนผ่านจากความร้อนภายนอกสู่ความเย็นใต้น้ำทำให้เธอรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด
ภายใต้น้ำ โลกทั้งใบเปลี่ยนไป ภาพเบื้องหน้าคือผืนทรายสีขาวละเอียดที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ฝูงปลาน้อยใหญ่ว่ายวนเวียนไปมาเป็นกลุ่มอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ปะการังหลากสีสันชูช่ออวดความงาม ท่ามกลางความเงียบสงบที่ถูกเจาะด้วยเสียงฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาจากการหายใจของนักดำน้ำ
เมธาว่ายนำหน้า ปิ่นมุกตามติดไปติดๆ เขาใช้ไฟฉายใต้น้ำส่องไปรอบๆ เพื่อสำรวจ ร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างสง่างามราวกับปลาฉลามที่คุ้นเคยกับถิ่นที่อยู่
“เห็นโครงสร้างนั่นไหมครับ” เมธาชี้ไปยังก้อนวัตถุขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากผืนทราย มันมีรูปร่างคล้ายกับแผ่นไม้ขนาดใหญ่ที่ผุพังไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเห็นเค้าโครงของความเก่าแก่ “น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรือ”
ปิ่นมุกพยักหน้า เธอว่ายเข้าไปใกล้ขึ้น สังเกตเห็นรอยสลักที่เลือนรางบนแผ่นไม้นั้น “เหมือนจะมีอักษรบางอย่างนะคะ” เธอใช้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ด้วยความระมัดระวัง
เมธาใช้ไฟฉายส่องเน้นไปที่รอยสลักนั้น “ใช่ครับ ดูเหมือนจะเป็นภาษาโบราณ” เขาหันมามองปิ่นมุก ดวงตาของเขาสุกประกายด้วยความตื่นเต้น “นี่อาจจะเป็นข้อมูลสำคัญมากเลยนะครับ”
“แน่นอนค่ะ” ปิ่นมุกตอบ เสียงของเธอขาดห้วงเล็กน้อยเพราะต้องพูดผ่านท่อหายใจ “ถ้าเราสามารถถอดความหมายของมันได้ มันอาจจะบอกเราได้ว่าเรือลำนี้มาจากไหน เดินทางไปที่ไหน และเกิดอะไรขึ้นกับมัน”
ทั้งสองคนใช้เวลาสำรวจบริเวณนั้นอย่างละเอียด เมธาคอยดูแลความปลอดภัย คอยชี้จุดที่น่าสนใจ และช่วยปิ่นมุกในการเก็บตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นส่วนประกอบของเรือ ส่วนปิ่นมุกก็จดบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด วาดภาพโครงสร้างต่างๆ และพยายามแกะรอยอักษรโบราณเหล่านั้น
“นี่มันเหมือนกับภาพวาดบนผนังถ้ำที่เราเคยเจอนะคะ” ปิ่นมุกพูดขึ้นมาขณะที่เธอกำลังสำรวจแผ่นไม้ที่ใหญ่ขึ้น “มีสัญลักษณ์บางอย่างที่คล้ายกันมาก”
“จริงด้วยครับ” เมธาตอบ เขาชี้ไปที่อีกส่วนหนึ่งของโครงสร้าง “ตรงนั้นก็มีลักษณะคล้ายกัน”
พวกเขาดำน้ำต่อไปเรื่อยๆ ความรู้สึกตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้ทั้งสองคนลืมเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งระดับอากาศในถังเริ่มลดน้อยลง
“เราต้องขึ้นแล้วครับ” เมธาบอกเป็นสัญญาณ เขาผายมือขึ้นเป็นสัญลักษณ์ “อากาศใกล้หมดแล้ว”
ปิ่นมุกมองระดับอากาศในถังของเธอ “ค่ะ” เธอตอบรับอย่างเสียดาย “แต่วันนี้เราได้ข้อมูลเยอะมากเลยนะคะ”
“ใช่ครับ” เมธาเห็นด้วย “ผมไม่เคยเห็นซากเรือที่มีสภาพสมบูรณ์ขนาดนี้มาก่อนเลย”
ทั้งสองคนว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย เมธาช่วยปิ่นมุกขึ้นจากน้ำก่อน แล้วจึงขึ้นตามมา กัปตันสมชายยื่นมือมาช่วยดึงอุปกรณ์ให้
“เป็นไงบ้างหนูมุก ได้ของดีมาเยอะไหม” กัปตันสมชายถามด้วยรอยยิ้ม
“มีอะไรน่าสนใจเยอะเลยค่ะลุง” ปิ่นมุกตอบ หายใจหอบเล็กน้อย “โครงสร้างเรือยังคงสภาพดีมาก แล้วก็เจออักษรโบราณด้วยค่ะ”
“โอ้โห ยอดไปเลย” กัปตันสมชายเอ่ยชม “ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องรีบกลับไปที่สถานีวิจัยแล้ว”
ขณะที่เรือกำลังแล่นกลับฝั่ง ปิ่นมุกหันไปมองเมธาที่กำลังเช็ดอุปกรณ์ดำน้ำ “ขอบคุณนะคะพี่เมธา ถ้าไม่ได้พี่คอยดูแลความปลอดภัย หนูคงจะสำรวจได้ไม่เต็มที่ขนาดนี้”
เมธายิ้ม “ผมก็ขอบคุณคุณปิ่นมุกเหมือนกันครับ ที่ทำให้การทำงานของผมมีความหมายมากขึ้น” เขาหยุดเช็ดอุปกรณ์ชั่วครู่แล้วหันมาสบตาเธอ “คุณนี่เก่งจริงๆ นะครับ”
คำชมนั้นทำให้แก้มของปิ่นมุกขึ้นสีระเรื่อ “หนูก็แค่ทำในสิ่งที่รักค่ะ” เธอตอบเบาๆ
“ผมเข้าใจดี” เมธาพูด “ผมเองก็รักทะเล รักการดำน้ำ การได้อยู่ใต้น้ำมันเหมือนได้อยู่ในอีกโลกหนึ่ง”
บทสนทนาของทั้งสองคนดำเนินไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเลที่พัดโชยมา ปิ่นมุกรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เธอไม่เคยรู้สึกสบายใจและเป็นตัวเองกับใครได้มากเท่านี้มาก่อน
“วันพรุ่งนี้เราจะลงสำรวจอีกครั้งใช่ไหมคะ” ปิ่นมุกถาม
“แน่นอนครับ” เมธาตอบ “ผมจะเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเต็มที่”
“ดีเลยค่ะ” ปิ่นมุกยิ้ม “หนูมีแผนจะลองขุดค้นบริเวณใกล้เคียงดูค่ะ อาจจะมีชิ้นส่วนอื่นๆ ของเรือจมอยู่”
“ผมจะคอยสนับสนุนเต็มที่ครับ” เมธาตอบ “ขอแค่บอกมา”
เมื่อเรือจอดเทียบท่าที่สถานีวิจัย ปิ่นมุกและเมธาก็ช่วยกันขนอุปกรณ์ลงจากเรือ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกพึงพอใจและกระตือรือร้นที่จะสำรวจต่อในวันรุ่งขึ้น
“วันนี้สนุกมากเลยค่ะ” ปิ่นมุกเอ่ยขณะที่กำลังจัดเก็บอุปกรณ์ “หวังว่าวันพรุ่งนี้จะได้เจออะไรดีๆ อีกนะคะ”
“ผมก็หวังอย่างนั้นครับ” เมธาตอบ “แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับคุณปิ่นมุก”
“ค่ะ พี่เมธา” ปิ่นมุกตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสกว่าเดิม เธอเดินกลับไปยังที่พักของเธอ รู้สึกได้ถึงความสุขเล็กๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นในหัวใจ ทะเลแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะมอบความรู้ทางโบราณคดีให้แก่เธอ แต่ยังอาจจะมอบความรู้สึกที่มากกว่านั้นให้กับเธอด้วย.
6,554 ตัวอักษร