ตอนที่ 11 — แสงสว่างจากก้นทะเล
ปิ่นมุกใช้เวลาทั้งวันไปกับการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสำรวจใต้น้ำล่าสุด และการตีความแผ่นจารึกแผ่นสุดท้ายที่เธอเชื่อว่าจะเป็นกุญแจสำคัญของการค้นพบทั้งหมด เธอได้พบข้อมูลที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับวิธีการสำรวจที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอจะนำไปเสนอภูผาอย่างแน่นอน
ในขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับการแปลลายเส้นที่ซับซ้อน ภูผาก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของเธอ เขามีสีหน้าที่ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่แววตายังคงมีความกังวลแฝงอยู่
"เป็นยังไงบ้างครับคุณปิ่น" เขาถาม พลางเดินเข้ามาใกล้ ยืนมองแผ่นจารึกที่วางอยู่บนโต๊ะ
"ใกล้เสร็จแล้วค่ะ" ปิ่นมุกตอบ ยิ้มเล็กน้อย "ฉันคิดว่าฉันเข้าใจมันเกือบทั้งหมดแล้ว"
"ยอดเยี่ยมเลย" ภูผากล่าว "ผมเองก็คุยกับทีมแล้วนะ พวกเขาก็มีความกังวลเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจว่าข้อมูลที่เราจะได้รับมันสำคัญมาก"
"แล้ว... มีทางออกไหมคะ" ปิ่นมุกถามอย่างมีความหวัง
ภูผาพยักหน้า "ทีมอนุรักษ์เสนอแนวทางที่เป็นไปได้นะปิ่น" เขาหยุดไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังเลือกคำพูด "พวกเขาบอกว่า ถ้าเราสามารถใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลที่แม่นยำมากๆ ได้ เช่น การใช้โซนาร์สามมิติความละเอียดสูง ควบคู่ไปกับการใช้ ROV ที่ควบคุมจากระยะไกลเพื่อบันทึกภาพและเก็บตัวอย่างขนาดเล็กโดยไม่รบกวนสิ่งมีชีวิตใต้น้ำเลย"
ดวงตาของปิ่นมุกเป็นประกาย "นั่นแหละค่ะ! ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" เธอรีบหยิบข้อมูลที่เธอหามาได้ขึ้นมา "ฉันเจอข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการสร้างแบบจำลอง 3 มิติใต้น้ำได้อย่างแม่นยำสูงมาก แทบจะไม่มีการรบกวนเลย"
ภูผายิ้มกว้าง "เยี่ยมเลย เรามีความคิดตรงกัน" เขาจับมือปิ่นมุกไว้ "ถ้าเราทำแบบนี้ได้ เราก็สามารถศึกษาซากเรือได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม"
"แต่เราก็ยังต้องลงไปสำรวจจริงๆ บ้างนะคะ" ปิ่นมุกกล่าว "เพื่อยืนยันข้อมูล และอาจจะค้นพบสิ่งที่เทคโนโลยียังตรวจจับไม่ได้"
"แน่นอน" ภูผาเห็นด้วย "แต่การลงไปสำรวจของเรา จะต้องมีการวางแผนที่รัดกุมมากๆ เราจะจำกัดขอบเขตพื้นที่การสำรวจให้แคบที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจะใช้เวลาใต้น้ำให้น้อยที่สุด"
"และต้องมีการเตรียมอุปกรณ์พิเศษด้วย" ปิ่นมุกเสริม "อุปกรณ์ที่ช่วยลดการฟุ้งกระจายของตะกอน และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยไม่ให้เราไปสัมผัสกับปะการังโดยไม่ตั้งใจ"
"ถูกต้อง" ภูผายิ้มให้กับเธอ "ผมว่าเราหาทางออกได้แล้วนะปิ่น"
ความสบายใจไหลบ่าเข้ามาแทนที่ความกังวล ปิ่นมุกรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เธอหันไปกอดภูผาแน่น
"ขอบคุณนะคะภูผา" เธอพูดเสียงสั่นเครือ "ขอบคุณที่รับฟังฉัน"
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ" ภูผากอดตอบ "ที่ทำให้ผมได้มองเห็นอีกมุมหนึ่ง"
ทั้งสองคนยืนกอดกันอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้อง ความขัดแย้งที่เกือบจะทำให้พวกเขาต้องแยกจากกัน บัดนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว
"เอาล่ะ" ภูผาผละออก "ทีนี้เรามาดูแผ่นจารึกแผ่นสุดท้ายกันดีกว่า"
ปิ่นมุกหยิบแผ่นจารึกขึ้นมา เธอมองลายเส้นสุดท้ายอย่างตั้งใจ "ฉันเชื่อว่านี่คือพิกัดของตำแหน่งที่แน่นอนของซากเรือลำนี้" เธอกล่าว "และน่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่บรรทุกมาด้วย"
ภูผายกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพแผ่นจารึก "ดูสิ ลายเส้นพวกนี้มันดูเหมือนสัญลักษณ์การเดินเรือโบราณนะ"
"ใช่ค่ะ" ปิ่นมุกเห็นด้วย "และดูเหมือนจะมีการระบุถึง 'สมบัติแห่งท้องทะเล' ด้วย"
"สมบัติแห่งท้องทะเล?" ภูผาเลิกคิ้ว "หมายถึงอะไรกันนะ"
"ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ" ปิ่นมุกส่ายหน้า "แต่ดูจากบริบทแล้ว น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อาจจะเป็นวัตถุโบราณที่มีคุณค่า หรืออาจจะเป็น... บางอย่างที่เกี่ยวกับตำนาน"
"ตำนาน?" ภูผาทวนคำ "คุณกำลังบอกว่าซากเรือลำนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับตำนานบางอย่างอย่างนั้นเหรอ"
"ก็เป็นไปได้นะคะ" ปิ่นมุกพยักหน้า "ลายเส้นพวกนี้มันมีความลึกลับเกินกว่าจะเป็นแค่แผนที่เดินเรือธรรมดา"
ทั้งสองคนใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการตีความแผ่นจารึกแผ่นสุดท้ายจนสำเร็จ พวกเขาพบว่ามันเป็นบันทึกของกัปตันเรือลำนั้น ซึ่งได้อธิบายถึงเส้นทางการเดินทางที่ยาวนาน และการเผชิญหน้ากับพายุครั้งใหญ่ จนทำให้เรืออับปาง
"นี่ไง" ปิ่นมุกชี้ไปที่ลายเส้นหนึ่ง "เขาเขียนถึง 'ไข่มุกแห่งท้องทะเล' ที่เขาตั้งใจจะนำไปมอบให้กับราชวงศ์"
"ไข่มุกแห่งท้องทะเล?" ภูผาอุทาน "หมายถึงไข่มุกเม็ดใหญ่มาก หรือเป็นไข่มุกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์"
"ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ" ปิ่นมุกตอบ "แต่จากที่เขาบรรยายไว้ มันฟังดูมีค่ามากทีเดียว"
"ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องดำน้ำลงไปสำรวจซากเรือลำนี้ให้เร็วกว่าเดิม" ภูผากล่าวอย่างกระตือรือร้น "เพื่อค้นหา 'ไข่มุกแห่งท้องทะเล' นี้"
"แต่เราก็ยังต้องทำตามขั้นตอนการสำรวจอย่างระมัดระวังนะคะ" ปิ่นมุกเตือน "เราต้องไม่ลืมข้อตกลงของเรา"
"แน่นอน" ภูผายิ้ม "ผมจะไม่ลืมเด็ดขาด"
ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม พวกเขารู้ดีว่าภารกิจข้างหน้ายังคงท้าทาย แต่ด้วยความเข้าใจและความร่วมมือ พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค
"พรุ่งนี้เราจะเริ่มเตรียมการสำรวจกันเลยไหมคะ" ปิ่นมุกถาม
"ได้เลย" ภูผาตอบรับ "ผมจะประสานงานกับทีมงาน และเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมด"
ทั้งสองคนออกจากการทำงานในวันนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ความขัดแย้งได้คลี่คลายลง ความหวังได้กลับคืนมา และความรักของพวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
ปิ่นมุกกลับไปที่ห้องพักของเธอ เธอเปิดหน้าต่างออกไปมองท้องทะเลในยามค่ำคืน ที่มีแสงดาวระยิบระยับ เธอสัมผัสได้ถึงความสงบและความสุขที่แท้จริง
"ในที่สุดเราก็หาทางออกร่วมกันได้นะภูผา" เธอพึมพำกับตัวเอง "ไม่ว่าสิ่งที่อยู่ใต้ทะเลจะเป็นอะไร เราจะเผชิญหน้ากับมันไปด้วยกัน"
แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนใบหน้าของเธอ เธอยิ้มอย่างมีความสุข ความรู้สึกผูกพันกับภูผา และความตื่นเต้นที่จะได้ค้นพบความลับแห่งท้องทะเล ทำให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่พิเศษอย่างยิ่ง
4,620 ตัวอักษร