ตอนที่ 14 — ปริศนาที่ถูกถอดรหัส
บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการบนเรือสำรวจเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังเบาๆ และเสียงกระดาษเสียดสีกัน ปิ่นมุกนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน กองเอกสารและแผนที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัว เธอเพ่งสมาธิอยู่กับแผ่นจารึกโบราณที่เธอเพิ่งค้นพบ แผ่นหินสีเข้มนั้นสลักด้วยอักษรโบราณที่ปิ่นมุกคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแปลกใหม่แฝงอยู่
ภูผายืนพิงกรอบประตู มองปิ่นมุกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม เขาไม่เคยเห็นใครที่ทุ่มเทกับการทำงานได้มากเท่าเธอมาก่อน ดวงตาของเธอเป็นประกายเสมอเมื่ออยู่กับสิ่งที่รัก ดวงใจของเขาก็เริ่มหวั่นไหวไปกับแววตานั้น
"เป็นอย่างไรบ้างครับ" เขาเอ่ยถาม ทำลายความเงียบ "เจออะไรที่น่าสนใจบ้างไหม"
ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นจากแผ่นจารึก รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ค่ะ คุณภูผา" เธอตอบ "เหมือนจะเจอเบาะแสสำคัญค่ะ"
"เบาะแสอะไรครับ" ภูผาเดินเข้ามาใกล้ ยืนมองแผ่นจารึกกับเธอ "อักษรพวกนี้... ดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงกับภาษาสันสกฤตโบราณ แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่เหมือน"
"ถูกต้องค่ะ" ปิ่นมุกพยักหน้า "ฉันกำลังพยายามถอดรหัสส่วนที่แตกต่างออกไปอยู่ค่ะ คิดว่ามันน่าจะเป็นภาษาเฉพาะของชนเผ่าโบราณที่เคยอาศัยอยู่แถบนี้"
"แล้วคุณคิดว่ามันจะบอกอะไรเรา" ภูผาถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวัง
"จากที่ถอดความได้ในเบื้องต้น" ปิ่นมุกเริ่มอธิบาย "แผ่นจารึกนี้บอกเล่าเรื่องราวของ 'ผู้พิทักษ์แห่งสมุทร' ซึ่งเป็นกลุ่มคนโบราณที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล 'มงกุฎแห่งท้องทะเล' เพื่อปกป้องสมดุลของธรรมชาติ"
"ผู้พิทักษ์แห่งสมุทร..." ภูผาทวนคำ "น่าสนใจมาก"
"ค่ะ" ปิ่นมุกกล่าวต่อ "และที่สำคัญกว่านั้นคือ ในแผ่นจารึกนี้กล่าวถึงสถานที่ที่พวกเขาซ่อนมงกุฎไว้ ซึ่งไม่ใช่แค่ใต้ทะเลลึกอย่างที่เราคิด"
"แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะครับ" ภูผาถาม เสียงตื่นเต้น
"มันถูกซ่อนไว้ใน 'หุบเขาที่ถูกลืม'" ปิ่นมุกตอบ "ซึ่งเป็นถ้ำใต้ทะเลที่เข้าถึงได้ยากมาก และจะปรากฏขึ้นเฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น"
"น้ำลง..." ภูผาขมวดคิ้ว "แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่"
"นั่นคือส่วนที่ยากที่สุดค่ะ" ปิ่นมุกถอนหายใจ "แผ่นจารึกไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน แต่มีคำใบ้บางอย่างซ่อนอยู่" เธอชี้ไปยังสัญลักษณ์เล็กๆ สองสามอันที่สลักอยู่ด้านล่างของแผ่นจารึก "ฉันเชื่อว่านี่คือปฏิทินดาราศาสตร์โบราณค่ะ มันอาจจะบอกถึงช่วงเวลาที่ดวงดาวโคจรมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งเป็นสัญญาณว่า 'หุบเขาที่ถูกลืม' จะปรากฏขึ้น"
ภูผาจ้องมองสัญลักษณ์เหล่านั้น "คุณแน่ใจนะว่ามันคือปฏิทิน"
"ฉันมั่นใจค่ะ" ปิ่นมุกตอบอย่างหนักแน่น "ฉันได้เปรียบเทียบกับบันทึกการโคจรของดวงดาวโบราณที่ฉันเคยศึกษามา มันมีความสอดคล้องกันอย่างน่าทึ่ง"
"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง" ภูผาพูดพลางคิด "เราอาจจะต้องรีบแล้วนะครับ เพราะช่วงเวลาที่ดวงดาวจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งนั้นอีกครั้ง อาจจะอีกไม่นาน"
"ค่ะ" ปิ่นมุกพยักหน้า "ตามการคำนวณของฉัน น่าจะอยู่ในอีกสองถึงสามวันนี้"
"เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม" ภูผาตัดสินใจ "ต้องสำรวจเส้นทางเข้าถึง 'หุบเขาที่ถูกลืม' ให้ดีที่สุดก่อน"
"แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า 'หุบเขาที่ถูกลืม' นั้นมีอยู่จริง" ภูผาถามอีกครั้ง "เรื่องราวในตำนานอาจจะแต่งเติมขึ้นมาก็ได้"
"ฉันเข้าใจความกังวลของคุณค่ะ" ปิ่นมุกตอบ "แต่ข้อมูลที่ได้จากแผ่นจารึกนี้ มันมีความละเอียดและซับซ้อนมากเกินกว่าที่จะเป็นเพียงตำนานที่แต่งขึ้นมาลอยๆ ยิ่งไปกว่านั้น ตำแหน่งของซากเรือที่พบ และจี้รูปปลาฉลามที่อยู่ในกล่องไม้ มันก็สอดคล้องกับเรื่องราวที่สลักไว้ในแผ่นจารึกอย่างไม่น่าเชื่อ"
"ก็จริงของคุณ" ภูผายอมรับ "แต่ถึงอย่างนั้น การเข้าไปสำรวจในถ้ำใต้ทะเลที่เข้าถึงยาก และอาจจะปรากฏขึ้นเฉพาะช่วงเวลาสั้นๆ มันก็มีความเสี่ยงสูง"
"ฉันรู้ค่ะ" ปิ่นมุกกล่าว "แต่เพื่อตามหามงกุฎแห่งท้องทะเลที่อาจจะช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลของเราได้ ฉันคิดว่าความเสี่ยงนี้คุ้มค่า"
"คุณนี่มัน..." ภูผาอมยิ้ม "ไม่เคยยอมแพ้เลยจริงๆ"
"แล้วคุณล่ะคะ" ปิ่นมุกหันไปมองเขา "คุณจะเลือกอะไร ระหว่างหน้าที่ในการอนุรักษ์ทะเล กับความปลอดภัยของทีม"
ภูผาเงียบไปครู่หนึ่ง เขาถอนหายใจเบาๆ "ผมเชื่อในสิ่งที่คุณกำลังทำครับ ปิ่นมุก" เขาตอบ "ผมจะสนับสนุนคุณเต็มที่ แต่เราต้องวางแผนให้รอบคอบที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด"
"ขอบคุณค่ะ" ปิ่นมุกกล่าวด้วยความซาบซึ้ง "ฉันรู้ว่าคุณเป็นห่วง แต่ฉันก็ห่วงคุณและทีมงานทุกคนเหมือนกัน"
"เราจะผ่านมันไปด้วยกัน" ภูผาพูดพลางยื่นมือมาแตะมือเธอเบาๆ "เราจะหา 'หุบเขาที่ถูกลืม' ให้เจอ และนำ 'มงกุฎแห่งท้องทะเล' กลับมาได้อย่างปลอดภัย"
ความอบอุ่นจากมือของเขาแผ่ซ่านมาถึงหัวใจของปิ่นมุก เธอสบตาเขา ยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความลึกลับของท้องทะเล และปริศนาแห่งอดีตที่กำลังจะถูกไข
3,834 ตัวอักษร