ตอนที่ 3 — รอยร้าวในความสัมพันธ์
แสงอาทิตย์ยามเย็นทาบทาไปทั่วท้องฟ้า สร้างสีสันอันงดงามราวกับภาพวาด “ปิ่นมุก” นั่งอยู่เพียงลำพังในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกองเอกสารและวัตถุโบราณเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการสำรวจ เธอถือแผ่นจารึกที่ทำจากวัสดุคล้ายหนังไว้ในมือ พยายามเพ่งมองตัวอักษรโบราณที่สลักอยู่บนนั้นอย่างตั้งใจ
“ยากจริงๆ” เธอพึมพำกับตัวเอง “สัญลักษณ์พวกนี้มีความซับซ้อนมาก และเชื่อมโยงกับตำนานต่างๆ ที่เคยได้ยินมา”
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น “เข้ามาได้ค่ะ” เธอตอบรับโดยไม่ละสายตาจากแผ่นจารึก
“ยังทำงานอยู่หรือครับ” “เมธา” เดินเข้ามาในห้อง แววตาของเขาฉายแววเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น “ผมเห็นไฟในห้องนี้เปิดอยู่”
ปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นมอง “ค่ะ กำลังพยายามถอดความหมายของแผ่นจารึกพวกนี้อยู่ค่ะ” เธอชี้ไปที่แผ่นจารึก “มันน่าทึ่งมากเลยนะคะพี่เมธา ดูเหมือนว่านี่จะเป็นบันทึกของอารยธรรมโบราณที่สาบสูญไปแล้ว ซึ่งมีความผูกพันกับทะเลอย่างลึกซึ้ง”
เมธาเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาสัมผัสแผ่นจารึกเบาๆ “ผมเองก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างจากมันนะครับ” เขาพูด “แต่มันก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ดี”
“ฉันกำลังจะลองเปรียบเทียบสัญลักษณ์พวกนี้กับแผนที่ดาวโบราณที่ฉันเคยศึกษาค่ะ” ปิ่นมุกบอก “ฉันรู้สึกว่ามันมีความเชื่อมโยงกันบางอย่าง”
“คุณปิ่นมุกนี่เก่งจริงๆ เลยนะครับ” เมธาเอ่ยชมด้วยความชื่นชม “ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าทะเลจะมีความลับซ่อนอยู่มากมายขนาดนี้”
“ก็เพราะพี่เมธาคอยสนับสนุนอยู่ตลอด หนูถึงทำได้ค่ะ” ปิ่นมุกตอบพร้อมกับรอยยิ้ม “ขอบคุณนะคะ”
เมธายิ้มตอบ “หน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ” เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “ว่าแต่… คุณปิ่นมุกมีแผนจะลงสำรวจอีกเมื่อไหร่ครับ”
“พรุ่งนี้เช้าค่ะ” ปิ่นมุกตอบ “ฉันอยากจะลองสำรวจบริเวณที่ใกล้เคียงกับที่พบกล่องไม้ดูอีกครั้ง เผื่อจะมีอะไรหลงเหลืออยู่”
“ผมจะเตรียมเรือและอุปกรณ์ให้พร้อมครับ” เมธาตอบ “แต่… ผมอยากจะขอคุยเรื่องบางอย่างกับคุณปิ่นมุกเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ”
คำพูดของเมธาทำให้ปิ่นมุกประหลาดใจเล็กน้อย “ได้ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เมธาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ “คือ… ช่วงนี้ผมรู้สึกว่าคุณปิ่นมุกดูเหมือนจะทุ่มเทให้กับงานมากเกินไป จนบางทีก็ละเลยเรื่องอื่นๆ”
ปิ่นมุกขมวดคิ้วเล็กน้อย “หมายความว่ายังไงคะ”
“ผมหมายถึง… เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนะครับ” เมธาพูด “แต่ผมรู้สึกว่าช่วงหลังมานี้ คุณปิ่นมุกดูเหมือนจะห่างเหินออกไป”
“ห่างเหิน?” ปิ่นมุกทวนคำ “หนูแค่กำลังจดจ่ออยู่กับงานค่ะพี่เมธา งานนี้มันสำคัญมากจริงๆ”
“ผมเข้าใจครับ” เมธาตอบ “แต่งานก็คืองานนะครับ คุณปิ่นมุกก็มีผมอยู่ตรงนี้”
ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของปิ่นมุก “พี่เมธาคะ หนูรู้ว่าพี่เป็นห่วงหนู แต่หนูต้องทำให้สำเร็จ”
“ผมก็เป็นห่วงคุณปิ่นมุกจริงๆ ครับ” เมธาพูด “ผมไม่อยากให้คุณปิ่นมุกต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว”
“หนูก็ไม่ได้แบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเสียหน่อย” ปิ่นมุกเริ่มรู้สึกหงุดหงิด “พี่เมธาก็อยู่ตรงนี้เสมอ”
“แต่ผมรู้สึกว่าคุณปิ่นมุกไม่ได้มองผมในฐานะอื่นเลยนอกจากเป็นนักดำน้ำที่คอยช่วยเหลือ” เมธาพูดเสียงเบาลง “คุณปิ่นมุกเห็นผมเป็นแค่เครื่องมือในการทำงานเท่านั้น”
คำพูดนั้นทำให้ปิ่นมุกรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่เธอก็ยังยืนยันในสิ่งที่คิด “หนูมองพี่ในฐานะเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ค่ะ”
“เพื่อนร่วมงาน?” เมธาถามเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “แค่นั้นเองหรือครับ”
“แล้วพี่เมธาอยากให้หนูมองพี่ในฐานะอะไรคะ” ปิ่นมุกถามกลับอย่างตรงไปตรงมา
เมธาเงียบไป เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปนอกห้องทำงานที่มืดมิด “ผม… ผมคิดว่าผมเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กับคุณปิ่นมุกแล้ว” เขาพูดเสียงอ้อมแอ้ม “แต่ผมไม่แน่ใจว่าคุณปิ่นมุกจะรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า”
ปิ่นมุกอึ้งไปกับคำพูดนั้น เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน “พี่เมธาคะ… หนู… หนูไม่รู้จะตอบยังไง”
“ผมเข้าใจครับ” เมธาถอนหายใจ “ผมคงจะรีบร้อนไปหน่อย”
บรรยากาศในห้องทำงานเต็มไปด้วยความอึดอัด ทั้งสองคนต่างเงียบไปครู่หนึ่ง
“หนูขอโทษนะคะพี่เมธา” ปิ่นมุกพูดขึ้นมา “หนูแค่… หนูแค่ต้องการจะทำให้การค้นพบครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปให้ได้”
“ผมรู้ครับ” เมธาตอบ “แต่คุณปิ่นมุกก็ควรจะแบ่งเวลาให้กับเรื่องอื่นๆ ด้วย”
“หนูจะพยายามค่ะ” ปิ่นมุกตอบ “แต่ตอนนี้… หนูขอเวลาทำความเข้าใจเรื่องนี้ก่อนนะคะ”
เมธาพยักหน้า “ก็ได้ครับ” เขาเดินไปที่ประตู “ถ้าต้องการอะไร เรียกผมได้เสมอ”
เมื่อเมธาเดินออกจากห้องไป ปิ่นมุกก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เธอรู้สึกสับสนและหนักใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าความสัมพันธ์ของเธอและเมธาจะพัฒนาไปถึงจุดนี้
เธอหันกลับมามองแผ่นจารึกโบราณอีกครั้ง สัญลักษณ์ที่เคยดูน่าตื่นเต้น บัดนี้กลับดูซับซ้อนและยากจะเข้าใจยิ่งกว่าเดิม ความจริงใจและความรู้สึกที่เมธามีให้ ทำให้เธอต้องกลับมาทบทวนตัวเอง
“ฉันทำอะไรลงไปนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง “ฉันอาจจะกำลังทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีต้องพังทลายลงก็ได้”
เธอหยิบกล่องไม้โบราณขึ้นมา มองดูวัตถุที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ ข้างใน มันคือสิ่งที่เธอตามหามาตลอด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าความสำเร็จที่ได้มา กำลังสร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์ที่สำคัญ
ปิ่นมุกถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่าการค้นพบครั้งนี้มีความหมายต่อเธอมากเพียงใด แต่มันก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าความรู้สึกของคนที่อยู่ข้างๆ เธอ
“ฉันต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้” เธอพูดกับตัวเองอย่างแน่วแน่ “ฉันต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้น”
เธอตัดสินใจที่จะพักการทำงานชั่วคราว เธอเดินออกจากห้องทำงาน มุ่งหน้าไปยังชายหาดที่เงียบสงัด ยืนมองทะเลที่กว้างใหญ่ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา
“บางที… ความลับที่แท้จริงของท้องทะเล อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในบันทึกโบราณ แต่อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของเราเอง” เธอคิดในใจ
คืนนั้น ปิ่นมุกใช้เวลาอยู่กับความคิดของตัวเอง เธอทบทวนทุกอย่างที่ผ่านมา และตระหนักว่าการค้นคว้าเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถเติมเต็มชีวิตของเธอได้ เธอต้องการใครสักคนที่จะแบ่งปันความสำเร็จและความสุข
เช้าวันรุ่งขึ้น ปิ่นมุกตัดสินใจเดินไปหาเมธาที่ท่าเรือ เขาและทีมงานกำลังเตรียมเรือสำหรับการสำรวจ
“พี่เมธาคะ” ปิ่นมุกเรียก “หนูขอคุยกับพี่อีกครั้งได้ไหมคะ”
เมธาหันมามองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “ได้ครับ”
ทั้งสองคนเดินออกห่างจากกลุ่มคน ไปยังบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ “หนูขอโทษนะคะพี่เมธา” ปิ่นมุกเริ่มต้น “เมื่อคืนหนูคิดทบทวนเรื่องที่เราคุยกันแล้ว”
เมธามองเธออย่างตั้งใจ “ครับ”
“หนู… หนูไม่เคยคิดเลยว่าพี่จะรู้สึกแบบนั้น” ปิ่นมุกพูด “และหนูก็… หนูไม่แน่ใจว่าหนูรู้สึกเหมือนพี่หรือเปล่า”
เมธาดูผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังคงพยักหน้า “ผมเข้าใจครับ”
“แต่หนูอยากให้พี่รู้ว่า… หนูเห็นพี่เป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงานค่ะ” ปิ่นมุกพูดต่อ “พี่เมธาคือคนที่หนูไว้ใจที่สุด และเป็นคนที่คอยให้กำลังใจหนูเสมอ”
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “หนูอาจจะยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ แต่หนูอยากจะให้โอกาสเราได้เรียนรู้กันและกันให้มากขึ้น”
เมธาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความหวัง “จริงหรือครับ”
“ค่ะ” ปิ่นมุกตอบพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ “เรามาลองดูกันนะคะ”
เมธาเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาจับมือของเธอไว้ “ขอบคุณนะครับคุณปิ่นมุก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ผมดีใจมากจริงๆ”
ปิ่นมุกบีบมือของเมธาเบาๆ “หนูก็ดีใจค่ะ”
ทั้งสองคนมองตากัน ความเข้าใจและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เริ่มแข็งแกร่งขึ้น ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเลที่พัดพาเข้ามา ราวกับเป็นพยานแห่งความรู้สึกที่กำลังจะเบ่งบาน.
5,970 ตัวอักษร