เมื่อนิทานกลายเป็นความจริง

ตอนที่ 23 / 43

ตอนที่ 23 — การกลับมาของเงาในอดีต

วันเวลาผ่านไปราวกับสายลมพัด แพรไหมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดคุยกับนลิน เพื่อทำความเข้าใจอดีตของแม่เธอให้มากขึ้น พวกเขาค่อยๆ ถักทอเรื่องราวที่เคยขาดหายไปให้สมบูรณ์ทีละน้อย ความสัมพันธ์ระหว่างแพรไหมกับนลินแน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน จากคนแปลกหน้าที่เคยเข้าใจผิด กลายเป็นคนรักที่พร้อมจะเดินเคียงข้างกัน “ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ” แพรไหมเอ่ยขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังนั่งจิบชาอยู่ริมระเบียงบ้านของนลิน นลินเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่าน “ตัดสินใจเรื่องอะไรครับ” “ฉันจะไปหาแม่ค่ะ” แพรไหมตอบ ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันจะไปคุยกับท่านตรงๆ” นลินวางหนังสือลง เขามองแพรไหมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ดีมากแพรไหม ฉันสนับสนุนเธอเต็มที่” “แต่ฉันก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้” แพรไหมถอนหายใจ “กลัวว่าท่านจะยังไม่พร้อมที่จะเปิดใจ” “เธอไม่ต้องกลัว” นลินยื่นมือมาจับมือแพรไหม “ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ” “ขอบคุณนะคะ” แพรไหมยิ้ม “คุณคือแรงใจที่สำคัญที่สุดของฉัน” การเดินทางไปบ้านเกิดของแพรไหมในครั้งนี้ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า และหวังว่าทุกอย่างจะออกมาดี เมื่อแพรไหมไปถึงบ้าน แม่ของเธอดูแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นลูกสาวปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน “มาทำไมไม่บอกล่วงหน้า” แม่เอ่ยถาม พยายามเก็บอาการประหลาดใจไว้ “แพรไหมแค่อยากจะมาหาเฉยๆ ค่ะ” แพรไหมตอบ พยายามยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด บรรยากาศในบ้านดูอึมครึมกว่าที่แพรไหมจำได้ เธอรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดบางอย่างที่แฝงอยู่ “แม่คะ แพรไหมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยค่ะ” แพรไหมเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง แม่ของแพรไหมวางถ้วยชาลง “เรื่องอะไร” “เรื่องคุณนลินค่ะ” แพรไหมกล่าว “แพรไหมรู้ทุกอย่างแล้วค่ะ” สีหน้าของแม่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย และริมฝีปากเม้มแน่น “เธอรู้… รู้เรื่องอะไร” เสียงของแม่สั่นเครือ “แพรไหมรู้ว่าแม่ไม่ได้เกลียดคุณนลิน” แพรไหมพูดอย่างใจเย็น “แพรไหมรู้ว่าแม่รักท่าน แต่แม่แค่… กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับอดีต” น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาของแม่แพรไหม “เธอ… เข้าใจผิดไปหมดแล้ว” “ไม่ค่ะแม่ แพรไหมไม่ได้เข้าใจผิด” แพรไหมพยายามสื่อสารอย่างนุ่มนวล “แพรไหมได้คุยกับคุณนลินแล้ว ท่านก็เข้าใจทุกอย่างค่ะ” “เขา… เขามาบอกอะไรเธอ” แม่ถามเสียงแข็งขึ้น “เขามาปั่นหัวเธอใช่ไหม” “ไม่ค่ะแม่” แพรไหมส่ายหน้า “คุณนลินไม่เคยทำร้ายความรู้สึกใครเลย ท่านรักแม่นะคะ” “รัก… มันเป็นแค่อดีตไปแล้ว” แม่กล่าว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เรื่องมันผ่านมานานแล้ว” “แต่ความรู้สึกมันยังอยู่กับแม่นะคะ” แพรไหมจับมือแม่ของเธอไว้ “แพรไหมเห็นความเศร้าในดวงตาของแม่มาตลอด แพรไหมอยากให้แม่มีความสุขเสียที” แม่ของแพรไหมสะบัดมือออก น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลลงมาอาบแก้ม “เธอไม่เข้าใจหรอกแพรไหม” แม่กล่าวเสียงสะอื้น “มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย” “แพรไหมอยากเข้าใจค่ะแม่” แพรไหมกุมมือแม่ไว้แน่นขึ้น “โปรดเล่าให้แพรไหมฟังอีกครั้งนะคะ” แม่ของแพรไหมมองหน้าลูกสาว พยายามรวบรวมสติ “ตอนนั้น… ตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก” แม่เริ่มเล่า “พ่อของเธอเพิ่งจากไป ฉันต้องเลี้ยงดูเธอคนเดียว ไหนจะต้องทำงานหาเงินประทังชีวิต” “คุณนลินเป็นคนเดียวที่เข้ามาในชีวิตฉันในช่วงเวลานั้น เขาคอยปลอบโยน ให้กำลังใจฉัน” แม่เล่าต่อ “ฉันรู้สึกดีกับเขามากจริงๆ” “แต่แล้ว… สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น” แม่เงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า “ฉันท้อง” แพรไหมอึ้งไปเล็กน้อย เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน “ท้อง… ท้องกับใครคะแม่” แพรไหมถามอย่างตะกุกตะกัก แม่ของแพรไหมมองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำตาไหลพราก “กับคุณนลิน… เขาคือพ่อของเธอ” โลกทั้งใบของแพรไหมเหมือนจะหยุดหมุน เธอแทบลืมหายใจ ภาพใบหน้าของแม่ที่ดูเศร้าสร้อยมาตลอดชีวิต ราวกับถูกตีแผ่ด้วยแสงสว่างอันเจิดจ้า แต่แสงนั้นก็เจ็บปวดจนเธอแทบจะทนไม่ไหว “อะไรนะคะแม่” แพรไหมเอ่ยเสียงสั่นเครือ “แม่… แม่หมายความว่ายังไงคะ” “ใช่… เขาคือพ่อของเธอ” แม่ย้ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนล้า “แต่ในตอนนั้น… ฉันกลัว” “กลัวอะไรคะแม่” แพรไหมถาม พยายามรวบรวมสติ “ฉันกลัวว่าเขาจะไม่ต้องการเด็กคนนี้” แม่กล่าว “ฉันกลัวว่าเขาจะทิ้งฉันไปอีกคน ฉันรับไม่ได้อีกแล้ว” “ตอนนั้นฉันคุยกับเขาแล้ว” แม่เล่าต่อ “เขาบอกว่า… เขายังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว เขาอยากจะมุ่งมั่นกับงานเขียนของเขาก่อน” “คำพูดนั้น… มันทำลายฉัน” แม่ของแพรไหมร้องไห้ออกมาอย่างหนัก “ฉันจึงตัดสินใจ… ตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาไปเลย” แพรไหมอึ้ง เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี ภาพของนลินที่เธอรู้จัก ผู้ชายที่อบอุ่น ใจดี และรักเธอเสมอ มันขัดแย้งกับสิ่งที่แม่กำลังเล่าอย่างสิ้นเชิง “แล้ว… แล้วคุณนลินรู้เรื่องนี้หรือเปล่าคะ” แพรไหมถาม “ฉัน… ฉันไม่ได้บอกเขา” แม่ตอบ “ฉันปล่อยให้เขาคิดไปเองว่าฉันเกลียดเขา” “ทำไมแม่ถึงทำแบบนั้นคะ” แพรไหมถามอย่างไม่เข้าใจ “ฉัน… ฉันแค่อยากปกป้องตัวเอง” แม่กล่าว “ฉันไม่อยากให้ความหวังลมๆ แล้งๆ ฉันไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว” แพรไหมได้แต่กุมมือแม่ไว้แน่น เธอเข้าใจความเจ็บปวดของแม่ แต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม นลินถึงไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย “แม่คะ… คุณนลิน… ท่าน… ท่านเป็นคนดีนะคะ” แพรไหมพยายามจะแก้ต่าง “ท่านรักแม่นะคะ” “ฉันรู้” แม่ตอบเสียงแผ่ว “แต่… มันสายเกินไปแล้ว” “ไม่ค่ะแม่” แพรไหมเขย่ามือแม่เบาๆ “ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปสำหรับความรัก” ทันใดนั้น ประตูบ้านก็เปิดออก นลินปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ใบหน้าของเขาฉายแววความเป็นห่วง “แพรไหม… เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถาม แพรไหมหันไปมองนลิน น้ำตาไหลอาบแก้ม “คุณนลิน…” แพรไหมเอ่ยเสียงสั่น นลินมองเห็นแม่ของแพรไหมนั่งร้องไห้อยู่ เขามองไปยังแพรไหมด้วยความสงสัย “เธอ… รู้ความจริงแล้วสินะ” นลินเอ่ยถาม แพรไหมพยักหน้าช้าๆ “ใช่ค่ะ… ฉันรู้แล้ว” แพรไหมตอบ “ฉันรู้ว่าคุณคือ… พ่อของฉัน” คำพูดนั้นทำให้นลินถึงกับตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าความจริงจะเป็นเช่นนี้

4,754 ตัวอักษร