เมื่อนิทานกลายเป็นความจริง

ตอนที่ 25 / 43

ตอนที่ 25 — ความจริงที่บีบคั้นหัวใจ

นลินยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาของเขามองสลับไปมาระหว่างแพรไหมกับแม่ของเธอ ความจริงที่ถูกเปิดเผยในวันนี้ มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เขาจะคาดเดาได้ เขาคือพ่อของแพรไหม… ลูกสาวที่เขารักเหมือนดวงใจมาตลอด “นี่… นี่มันเป็นไปได้อย่างไร” นลินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง แม่ของแพรไหมมองนลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและยอมรับในชะตากรรม “มันเป็นเรื่องจริงค่ะคุณนลิน ฉัน… ฉันไม่ได้โกหก” น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจะจับใจความไม่ได้ แพรไหมมองดูพ่อของตนเองด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ทั้งตกใจ เสียใจ และสับสน เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องราวทั้งหมดจะพลิกผันได้ขนาดนี้ ความผูกพันที่เธอมีต่อนลินไม่ได้เป็นเพียงความรักในฐานะนักเขียนที่เธอชื่นชมอีกต่อไป แต่มันคือสายเลือดที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น “คุณแม่… นี่คุณแม่กำลังบอกว่า…” แพรไหมพยายามจะเอ่ยคำพูด แต่เสียงของเธอก็ขาดหายไปกลางคัน เธอหันไปมองหน้านลินอีกครั้ง เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่เข้าใจ “ใช่แล้ว แพรไหม… นลินคือพ่อของเธอ” แม่ของแพรไหมกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น แต่ก็ยังคงเจือไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย นลินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด มือหนาตะโบมใบหน้าของตัวเอง ราวกับต้องการจะปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝันร้าย ความคิดต่างๆ นานาถาโถมเข้ามาในหัวของเขา เขาจำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับคืนนั้น คืนที่เขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งในคืนที่ดาวเต็มฟ้า คืนที่เขาเผลอหลงลืมตัวปล่อยใจไปกับความงามและความอ่อนโยนของเธอ เขาคิดว่าเธอคือผู้หญิงในฝันที่เขาตามหา แต่สุดท้ายเธอก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันเลือนราง และสิ่งที่เขาคิดว่าคือความผิดพลาดในค่ำคืนหนึ่ง “ฉัน… ฉันไม่เคยรู้เลย… ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเธอ… ว่าเธอท้อง” นลินพูดเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำ “ฉัน… ฉันอยากจะบอกคุณนะลิน ฉันอยากจะบอกคุณตั้งแต่วันแรกที่เจอแพรไหม แต่… แต่ฉันกลัว” แม่ของแพรไหมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “กลัวว่าคุณจะไม่เชื่อ กลัวว่าคุณจะมองว่าฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่ดี กลัวว่าทุกอย่างจะพังไปมากกว่านี้… ฉันก็เลยเลือกที่จะเงียบ” “เงียบ… คุณเลือกที่จะเงียบ แล้วปล่อยให้ผม… ปล่อยให้ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมาเนี่ยนะ!” นลินตะโกนเสียงดัง มือทุบลงบนโต๊ะไม้ เสียงดังก้องไปทั่วห้อง ความเจ็บปวดและความผิดหวังประทั่งประโคมถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน แพรไหมรีบเดินเข้าไปหาบิดาของตนเอง “คุณพ่อคะ… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” เธอเอื้อมมือไปสัมผัสแขนของเขาอย่างแผ่วเบา นลินสะบัดแขนของแพรไหมออกอย่างแรง “อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ! ฉันไม่ใช่พ่อของเธอ!” คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของแพรไหม ราวกับมีใครเอาก้อนหินมาทุบลงไปกลางอก เธอทรุดตัวลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม “คุณนลินคะ… ได้โปรดอย่าพูดแบบนี้เลย” แม่ของแพรไหมรีบเข้าไปประคองแพรไหมไว้ “แพรไหมเป็นลูกของคุณจริงๆ นะคะ” “เป็นลูกของผม? งั้นทำไม… ทำไมคุณถึงหลอกผมมาตลอด!” นลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาที่เคยฉายแววอ่อนโยน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความโกรธและความสับสน “คุณคิดว่าผมจะยอมรับเรื่องนี้ได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ? การที่คุณปิดบังผมมาตลอดหลายปี… คุณทำร้ายผม และคุณก็ทำร้ายแพรไหมด้วย!” “ฉันไม่ได้หลอกใครเลยนะลิน ฉันแค่… ฉันแค่ไม่รู้จะทำอย่างไร ฉันอ่อนแอเกินไป… ฉันขอโทษ” แม่ของแพรไหมกล่าวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน “ขอโทษ? คำขอโทษของคุณมันจะมีความหมายอะไรในเมื่อทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว!” นลินถอยหลังไปสองสามก้าว “ผมต้องการเวลา… ผมต้องการเวลาคิด” เขาพูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้แพรไหมและแม่ของเธอยืนมองตามหลังด้วยความเสียใจ แพรไหมกอดแม่ของเธอไว้แน่น “แม่คะ… ฮือๆ… เขา… เขาไม่ยอมรับเราเลย” “ไม่เป็นไรนะลูก… ไม่เป็นไร” แม่ของแพรไหมกอดปลอบลูกสาวของเธอแน่น พลางลูบหัวของแพรไหมเบาๆ “ทุกอย่างจะดีขึ้นเองนะลูก… แม่เชื่ออย่างนั้น” ภายในใจของแม่ของแพรไหมนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอทั้งเสียใจที่นลินไม่สามารถยอมรับความจริงได้ในทันที แต่เธอก็เข้าใจในความรู้สึกของเขาเช่นกัน เธอรู้ดีว่าการเปิดเผยความจริงนี้มันหนักหนาสาหัสเพียงใดสำหรับเขา “ฉัน… ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้” แม่ของแพรไหมพึมพำกับตัวเอง “แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะแม่?” แพรไหมเงยหน้าขึ้นมองแม่ของเธอ ดวงตาแดงก่ำ “เรา… เราต้องให้เวลาเขาหน่อยนะลูก เขาเองก็คงต้องการเวลาในการทำความเข้าใจ” แม่ของแพรไหมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะเข้มแข็ง “แต่ไม่ว่ายังไง แม่ก็จะอยู่เคียงข้างแพรไหมเสมอ” แพรไหมพยักหน้า เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่ยังมีแม่คอยอยู่เคียงข้าง แต่ลึกๆ ในใจเธอก็ยังคงเจ็บปวดกับคำพูดของนลิน เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เธอรักมาตลอด คนที่เธอฝันใฝ่ว่าจะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ จะปฏิเสธเธออย่างเลือดเย็นเช่นนี้ “ฉัน… ฉันอยากจะเชื่อว่าเขาจะกลับมา” แพรไหมกล่าวอย่างมีความหวัง “แม่ก็หวังอย่างนั้นนะลูก” แม่ของแพรไหมตอบ “แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องเข้มแข็งเข้าไว้” ขณะเดียวกัน นลินก็ขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง ความคิดของเขาสับสนวุ่นวายไปหมด ภาพของแพรไหมและแม่ของเธอวนเวียนอยู่ในหัว เขาไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่เขาเคยรักและมอบหัวใจให้ไป จะสามารถโกหกเขาได้ถึงขนาดนี้ “ฉัน… ฉันผิดเอง… ฉันผิดเองที่หลงรักเธอ… ผิดเองที่เชื่อใจเธอ…” นลินพึมพำกับตัวเอง น้ำตาเริ่มไหลลงมา เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะเผชิญกับเรื่องราวที่ซับซ้อนและเจ็บปวดเช่นนี้ เขานึกถึงวันที่เขาพบกับแพรไหมครั้งแรก ความสดใส ความอ่อนโยน และรอยยิ้มของเธอ มันทำให้หัวใจของเขาอบอุ่น เขาคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่ฟ้าส่งมาให้ แต่แล้วความจริงที่ปรากฏขึ้นกลับตาลปัตร เขาคือพ่อของเธอ… ลูกสาวที่เขาเคยรักและทะนุถนอมมาตลอด “ทำไม… ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน… ทำไม…?” นลินถามกับตัวเองซ้ำๆ แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ เขาต้องการเวลา… เวลาที่จะประมวลผลความจริงที่ถาโถมเข้ามานี้ เขาต้องการเวลาที่จะทำความเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้น วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า นลินยังคงขับรถไปเรื่อยๆ เขาหยุดรถข้างทาง มองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างไม่ใส่ใจ ความวุ่นวายในใจของเขาเริ่มสงบลงบ้าง แต่ความสับสนและความเจ็บปวดก็ยังคงอยู่ “ฉันจะทำอย่างไรดี… ฉันจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้…?” เขาถามตัวเองซ้ำๆ เขาได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง เขาจะสามารถทำความเข้าใจทุกอย่างได้ และสามารถเผชิญหน้ากับความจริงที่แสนสาหัสนี้ได้

5,145 ตัวอักษร