เมื่อนิทานกลายเป็นความจริง

ตอนที่ 31 / 43

ตอนที่ 31 — วันวานอันแสนหวานย้อนคืน

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน ปลุกแพรไหมให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล เธอพบว่าตัวเองกำลังซบอยู่บนอกอุ่นของนลิน แขนแกร่งของเขาโอบกอดเธอไว้แนบแน่นราวกับจะปกป้องเธอจากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ใบหน้าของเธอซุกอยู่กับผ้าม่านนุ่มของเสื้อนอนของเขา ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมที่เธอคุ้นเคย มันเป็นกลิ่นที่ปลุกความทรงจำดีๆ ในวันวานให้กลับมาอีกครั้ง “อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงทุ้มต่ำของนลินดังขึ้นข้างหู เขาขยับตัวเล็กน้อย ทำให้แพรไหมเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่สวยของเธอมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักของเขา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ “อรุณสวัสดิ์ค่ะ” แพรไหมตอบเสียงหวาน พลางขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เธอปรับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง บรรยากาศในห้องนอนของนลินที่บ้านหลังนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบหรูแต่ดูอบอุ่น โทนสีที่สบายตา และกลิ่นอายของความเป็นศิลปินที่อบอวลอยู่ในทุกอณู “นอนหลับสบายไหมครับ” นลินถาม พลางยกมือขึ้นลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน “สบายมากค่ะ” แพรไหมตอบ “เหมือนได้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุด” นลินยิ้มกว้าง เขาโน้มตัวลงมาจุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา “ผมดีใจที่คุณรู้สึกอย่างนั้น” ทั้งสองนั่งคุยกันอีกสักพัก พูดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องราวในวัยเด็กของแพรไหมที่เธอได้มีโอกาสเล่าให้นลินฟังอย่างละเอียด ความทรงจำเหล่านั้นเหมือนถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งจากการบอกเล่าของเธอ “คุณจำได้ไหม ตอนที่เรายังเด็ก ฉันเคยเล่าเรื่องตุ๊กตาหมีที่แม่ทำให้เป็นพิเศษให้ฟัง” แพรไหมเอ่ยขึ้น พลางยิ้มขำ นลินพยักหน้า “จำได้สิ คุณบอกว่าตุ๊กตาหมีตัวนั้นมีหัวใจที่เต้นได้จริงๆ แล้วก็มีปีกที่พาคุณโบยบินไปได้ทุกที่” “ใช่ค่ะ” แพรไหมหัวเราะเบาๆ “ตอนนั้นฉันเชื่อจริงๆ นะว่ามันเป็นแบบนั้น” “แล้วตอนนี้ล่ะครับ ยังเชื่ออยู่หรือเปล่า” นลินถาม ดวงตาของเขามีประกายขี้เล่น แพรไหมมองนลินนิ่ง เธอรู้สึกได้ถึงความจริงใจที่ฉายออกมาจากแววตาคู่นั้น “ตอนนี้... ฉันเชื่อแล้วค่ะ ว่าหัวใจที่เต้นได้จริงๆ มันอยู่ที่นี่” เธอเอามือแตะที่อกของนลินเบาๆ “แล้วก็คนที่พาฉันโบยบินไปได้ทุกที่ ก็คือคุณ” นลินจับมือของแพรไหมไว้แน่น เขาบีบเบาๆ เป็นการตอบรับ “ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ” หลังจากนั้น ทั้งสองก็ลงไปทานอาหารเช้าด้วยกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความผ่อนคลาย ราวกับว่าปัญหาทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นได้เลือนหายไปกับสายลม “คุณพ่อคุณแม่ของคุณสบายดีไหมครับ” นลินถาม หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ “ท่านสบายดีค่ะ” แพรไหมตอบ “ท่านคิดถึงคุณมากนะคะ” “ผมก็คิดถึงท่านเหมือนกัน” นลินเอ่ย “ผมอยากจะไปเยี่ยมท่านสักครั้ง” “แน่นอนค่ะ ท่านคงจะดีใจมาก” แพรไหมยิ้ม ในช่วงบ่าย แพรไหมได้รับโทรศัพท์จากโรงเรียนแจ้งว่ามีเหตุขัดข้องบางอย่าง ทำให้เธอต้องรีบกลับไปจัดการ “มีเรื่องอะไรเหรอคะ” นลินถาม เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของแพรไหม “ที่โรงเรียนมีปัญหาเล็กน้อยค่ะ ต้องรีบกลับไปดู” แพรไหมตอบ พลางหยิบกระเป๋า “ผมไปด้วยนะครับ” นลินเสนอ “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแพรไหมจัดการเอง” แพรไหมปฏิเสธ “ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ผมอยากช่วย” นลินยืนกราน สุดท้าย แพรไหมก็ยอมให้นลินไปด้วย ทั้งสองรีบเดินทางไปยังโรงเรียนอนุบาลที่แพรไหมสอน เมื่อไปถึงโรงเรียน แพรไหมพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือการจัดกิจกรรมวันเด็กที่ใกล้จะถึงนี้ ซึ่งมีอุปสรรคบางอย่างที่ทีมงานยังไม่สามารถแก้ไขได้ “ครูแพรไหมคะ” คุณครูอีกคนหนึ่งรีบเข้ามาทักทาย “ดีใจจังที่คุณครูกลับมา” “มีอะไรเหรอคะ” แพรไหมถาม “คือเรื่องงานวันเด็กน่ะค่ะ เรามีปัญหาเรื่องเวทีการแสดง แล้วก็เรื่องการตกแต่งสถานที่นิดหน่อยค่ะ” คุณครูอธิบาย นลินมองไปรอบๆ บริเวณโรงเรียน เขาเห็นความมุ่งมั่นของเด็กๆ ที่กำลังซ้อมการแสดงอย่างตั้งใจ และเห็นความเหนื่อยล้าของคุณครูที่พยายามจัดการทุกอย่างให้ลงตัว “ไม่ต้องห่วงนะครับ” นลินพูดขึ้น “ผมจะช่วยจัดการเรื่องเวทีให้เอง ส่วนเรื่องการตกแต่ง ผมว่าเราลองมาช่วยกันคิดไอเดียใหม่ๆ ดูไหมครับ” แพรไหมมองนลินด้วยความซาบซึ้ง เธอไม่คิดว่าเขาจะเข้ามาช่วยเหลือได้ถึงขนาดนี้ “ขอบคุณมากนะคะคุณลิน” แพรไหมกล่าว “ไม่เป็นไรครับ” นลินยิ้ม “ผมอยากให้งานวันเด็กของเด็กๆ ที่นี่ออกมาดีที่สุด” ทั้งสองเริ่มทำงานร่วมกัน นลินใช้ความรู้ด้านการออกแบบของเขาช่วยวางแผนเรื่องเวทีและการจัดแสง ส่วนแพรไหมก็ระดมความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งสถานที่ เด็กๆ ที่เห็นความช่วยเหลือของนลิน ก็พากันเข้ามาช่วยอีกแรง บรรยากาศในโรงเรียนกลับมาคึกคักอีกครั้ง “คุณนี่เก่งจริงๆ เลยนะคะ” แพรไหมเอ่ยชมขณะที่กำลังช่วยกันตกแต่ง “คุณก็เหมือนกันนะครับ” นลินตอบ “ผมเห็นความรักและความทุ่มเทที่คุณมีให้กับเด็กๆ” “ก็อาชีพของแพรไหมนี่คะ” แพรไหมยิ้ม “แพรไหมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ” “ผมเข้าใจดีครับ” นลินกล่าว “การได้ทำในสิ่งที่รัก มันมีความสุขที่สุดแล้ว” เมื่อใกล้จะค่ำ งานส่วนใหญ่ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความสุข “ขอบคุณมากนะคะคุณลิน” แพรไหมกล่าว “ถ้าไม่มีคุณ ป่านนี้คงยังเครียดอยู่แน่ๆ” “ผมก็ดีใจที่ได้ช่วยนะครับ” นลินยิ้ม “แล้วก็ดีใจที่ได้เห็นคุณมีความสุข” เขาจับมือของแพรไหมไว้ “แพรไหมครับ ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” แพรไหมมองนลินอย่างรอคอย “คะ” “ผมอยากจะขอให้คุณกลับมาอยู่กับผมตลอดไป” นลินกล่าว “ผมไม่อยากให้คุณต้องห่างจากผมอีกแล้ว” แพรไหมน้ำตาคลอ เธอพยักหน้า “แพรไหมก็เหมือนกันค่ะ” ทั้งสองมองตากันด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม วันนี้เป็นอีกวันที่ยืนยันว่าความรักของพวกเขาสามารถเอาชนะทุกอุปสรรคได้

4,461 ตัวอักษร