ตอนที่ 33 — บทสรุปแห่งรักและศิลปะ
เมษานั่งอยู่ท่ามกลางกองกระดาษและภาพร่างต่างๆ ในสตูดิโอของเธอ ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ภาพถ่ายของหญิงสาวในชุดสีเขียวสดใส ใบหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความงาม แต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้าอย่างลึกซึ้ง เธอคือทราวดี ศิลปินสาวผู้มีพรสวรรค์ที่สูญหายไปจากวงการศิลปะ
“สร้อยคอรูปดาว…” เมษาพึมพำ “คุณตาของธาม… ท่านคงมอบสร้อยคอนั้นให้กับทราวดี”
เธอหยิบจดหมายที่คุณปู่ของธามเขียนทิ้งไว้ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง จดหมายฉบับนั้นถูกเขียนด้วยลายมือที่อ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความเสียใจ
“ถึงธาม… หากลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้… พ่อคงไม่อยู่แล้ว… สิ่งที่พ่ออยากจะบอกลูกคือ… จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข… และอย่าลืมคนที่รักเรา… พ่อมีเรื่องในอดีตที่อยากจะเล่าให้ลูกฟัง… แต่พ่อไม่มีโอกาสแล้ว…”
เมษารู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นระหว่างคุณตาของธามและทราวดี “แรงบันดาลใจ” ที่คุณตาของธามพูดถึง… ไม่ใช่เพียงแค่แรงบันดาลใจในการวาดภาพ… แต่เป็นความรัก
เธอค่อยๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน คุณตาของธามน่าจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับทราวดี แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ต้องจบลงอย่างน่าเศร้า
“บางที… อาจจะมีใครบางคนพยายามกีดกันพวกเขา” เมษาสันนิษฐาน “หรือ… อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทราวดีต้องหายตัวไป”
เธอเริ่มค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทราวดี และครอบครัวของเธอ เธอใช้เวลาหลายวันในการค้นคว้าในหอจดหมายเหตุ และติดต่อสอบถามผู้รู้ในวงการศิลปะเก่าแก่
ในที่สุด เธอก็ได้พบกับบันทึกเก่าแก่ที่เล่าถึงเรื่องราวของทราวดีอย่างละเอียด ปรากฏว่าทราวดีเป็นลูกสาวของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ซึ่งไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของเธอที่มีต่อศิลปินอย่างคุณตาของธาม
“คุณพ่อของทราวดี… เขากีดกันเธอ” เมษาอ่านบันทึกนั้นอย่างใจจดใจจ่อ “เขาบังคับให้เธอแต่งงานกับนักธุรกิจที่เขาเลือก…”
“แต่ทราวดีปฏิเสธ” เธออ่านต่อ “เธอรักคุณตาของธามมาก… เธอพยายามจะหนีไปกับเขา…”
“แล้ว… เกิดอะไรขึ้น” เมษาถามเสียงสั่นเครือ
บันทึกนั้นเล่าต่อไปว่า ในคืนวันที่ทราวดีตั้งใจจะหนีไปกับคุณตาของธาม เธอได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย และคุณตาของธามก็เสียใจมาก เขาพยายามตามหาเธอ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ
“น่าเศร้าจริงๆ” เมษากล่าว “คุณตาของธามจึงวาดภาพนี้ขึ้นมา… เพื่อระลึกถึงทราวดี… และซ่อนความรักของเขาไว้ในลายเซ็น… เป็นเหมือนการประกาศว่า ‘ฉันยังรักเธอ’…”
เธอตัดสินใจที่จะนำความจริงทั้งหมดนี้ไปบอกกับธาม เธอรู้สึกว่าธามควรจะได้รู้เรื่องราวความรักอันลึกซึ้งของคุณตาของเขา
เมษานัดพบธามที่แกลเลอรี่ของเธอ เธอนำภาพถ่ายของทราวดี และบันทึกเก่าแก่มาให้เขาดู
“นี่คือทราวดีค่ะ” เมษากล่าว “เธอคือผู้หญิงในภาพวาดที่คุณตาของคุณวาดไว้”
ธามมองภาพถ่ายของทราวดีด้วยความตกใจ “นี่มัน… เหมือนกับผู้หญิงในภาพวาดของคุณตาเลย!”
เมษาก็อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ธามฟัง ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของคุณตาของธามกับทราวดี การกีดกันของครอบครัวทราวดี และการหายตัวไปอย่างลึกลับของเธอ
ธามฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขารู้สึกเสียใจที่คุณตาของเขาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเช่นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกชื่นชมในความรักที่มั่นคงของคุณตาที่มีต่อทราวดี
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะซับซ้อนขนาดนี้” ธามกล่าว “คุณตาของผม… ท่านมีความรักที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ”
“ใช่ค่ะ” เมษากล่าว “และภาพวาดนี้… มันคือหลักฐานของความรักนั้น”
ธามหยิบภาพวาดนั้นขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง เขาเห็นถึงความงามที่ซ่อนอยู่ และความเศร้าที่ปะปนอยู่ในทุกรายละเอียด
“ผมควรจะทำอย่างไรต่อไปดีครับเมษา” ธามถาม
“ฉันคิดว่า… คุณควรจะบอกเรื่องนี้กับคุณปรียานะคะ” เมษากล่าว “ท่านเองก็น่าจะได้รู้เรื่องราวของคุณตาของท่านเช่นกัน”
ธามเห็นด้วย เขาตัดสินใจที่จะพาเมษาไปพบคุณปรียาที่บ้าน เพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านฟัง
เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากเมษา คุณปรียาก็ถึงกับหลั่งน้ำตา ท่านเล่าว่าคุณตาของธามเคยพูดถึง “รักครั้งแรก” ที่ทำให้ท่านเสียใจอยู่บ่อยๆ แต่ท่านไม่เคยลงรายละเอียดใดๆ
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่า… มันจะเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าเช่นนี้” คุณปรียากล่าว “ฉันดีใจที่เมษาได้ค้นพบความจริงนี้”
หลังจากนั้น ไม่นาน ธามก็ตัดสินใจที่จะจัดแสดงภาพวาดของคุณตาของเขาอีกครั้ง โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับทราวดี และเรื่องราวความรักของทั้งคู่ประกอบ
การจัดแสดงครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ผู้คนต่างชื่นชมในผลงานศิลปะ และเรื่องราวความรักที่แสนเศร้าของทั้งสอง
เมษาและธาม… ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกเขามีความเข้าใจและความผูกพันที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
“ฉันดีใจที่เราได้พบกันนะคะ ธาม” เมษากล่าวในวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่นั่งมองภาพวาดของทราวดีอยู่ด้วยกัน
“ผมก็ดีใจเช่นกันครับ เมษา” ธามตอบ “ถ้าไม่มีคุณ… ผมคงไม่เคยได้รู้เรื่องราวที่สำคัญนี้เลย”
พวกเขามองหน้ากัน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่ ความรักของพวกเขา… กำลังเริ่มต้นขึ้นบนเส้นทางสายศิลปะ… ราวกับบทเพลงรักบทใหม่ที่กำลังจะถูกขับขาน…
“ผมรักคุณนะ เมษา” ธามกล่าว
“ฉันก็รักคุณค่ะ ธาม” เมษากล่าวตอบ
ทั้งสองโอบกอดกัน ท่ามกลางความงดงามของงานศิลปะ และเรื่องราวความรักในอดีตที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง… เส้นทางแห่งศิลปะ… ได้นำพาพวกเขามาพบกัน… และความรักของพวกเขาก็ได้ผลิบาน… เหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานท่ามกลางแสงแดดยามเช้า…
4,275 ตัวอักษร