ตอนที่ 5 — การเตรียมตัวและความทรงจำที่ยังคงอยู่
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องทำงานของเมษา เธอกำลังขะมักเขม้นกับการเตรียมงานสำหรับนิทรรศการครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า บนผนังห้องมีภาพวาดที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์หลายชิ้น แตกต่างกันไปตามสไตล์และเทคนิคที่เธอใช้ แต่ทั้งหมดล้วนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และอารมณ์ที่หลากหลายของเธอ
“อีกสองสัปดาห์สินะ” เมษาพึมพำกับตัวเอง ขณะที่มือก็ยังคงบรรจงลงสีบนผืนผ้าใบ “เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ”
เธอหันไปมองนาฬิกาแขวนผนัง เข็มสั้นชี้บอกเวลาเกือบจะเที่ยงแล้ว เธอยังคงต้องทำงานต่ออีกหลายชั่วโมงกว่าจะเสร็จ แต่วันนี้เธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องหาเวลาไปหาซื้ออุปกรณ์วาดภาพบางอย่างที่ร้านโปรดของเธอ
“คุณนนท์คงจะยุ่งมากแน่ๆ” เธอคิดขณะที่กำลังละเลงสีเขียวเข้มลงบนใบไม้ในภาพ “เขาคงต้องเตรียมเอกสาร จัดการเรื่องการเดินทาง แล้วก็คงต้องไปบอกลาเพื่อนๆ หรือคนที่เขาผูกพัน”
ความคิดเกี่ยวกับนนท์วนเวียนอยู่ในหัวของเธอตลอดเวลา เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับการเดินทางครั้งนี้ เขาเคยบอกว่าเขาไม่เคยคิดว่าจะรู้สึกใจหายกับการเดินทางแบบนี้ แต่นั่นเป็นเพราะเขาเจอเธอ หรือเพราะเขากำลังจะจากใครบางคนไป เธอไม่แน่ใจ
“ฉันควรจะขอให้เขาพาไปดูคอลเลคชั่นงานศิลปะที่เขาชื่นชอบหน่อยไหมนะ” เมษาคิด “หรือว่าฉันควรรอให้เขากลับมาแล้วค่อยชวนกันไปดู”
เธอถอนหายใจยาวๆ ความลังเลใจเข้าครอบงำ หญิงสาวผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคนนี้ กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความสัมพันธ์ที่กำลังงอกงามขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางโลกแห่งศิลปะที่ทั้งสองคนหลงใหล มันทำให้เธอรู้สึกสับสนปนเปไปกับความสุข
“ไม่สิ” เธอกลบความคิดเหล่านั้น “ฉันต้องมีสมาธิกับงานตรงหน้าก่อน”
เธอตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นสัญญาณเตือนให้เธอหยุดพักและตรวจสอบข้อความ
“สวัสดีค่ะ” เธอรับสาย
“เมษาคะ เป็นไงบ้างคะ” เสียงใสของอรทัย เพื่อนสนิทของเธอ ดังมาจากปลายสาย
“กำลังวุ่นอยู่กับการทำงานน่ะค่ะ” เมษาตอบ “แล้วอรล่ะ เป็นไงบ้าง”
“ก็เรื่อยๆ จ้ะ” อรทัยหัวเราะเบาๆ “ว่าแต่... ฉันได้ยินข่าวมานะ ว่าเธอไปเจอกับคุณนนท์นักสะสมงานศิลปะคนดังมา เป็นไงบ้างล่ะ”
เมษาหน้าแดงเล็กน้อย “ก็… ก็ดีนะ”
“แค่ดีเหรอ” อรทัยแกล้งแซว “ฉันว่าดูจากท่าทางเธอแล้ว มันต้องมากกว่าแค่ดีแน่ๆ”
“อร… อย่าแซวฉันเลย” เมษาประท้วง
“ไม่แซวก็ได้ๆ” อรทัยตอบ “แต่ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเป็นยังไงบ้าง เขาดูดีไหม มีเสน่ห์หรือเปล่า”
“เขามีเสน่ห์ค่ะ” เมษาตอบอย่างตรงไปตรงมา “แล้วก็… ดูเป็นคนอบอุ่น ใจดี”
“อืม… น่าสนใจ” อรทัยเว้นจังหวะ “แล้วเขาว่าไงบ้าง”
“เขาก็… ชวนฉันไปทานข้าว ไปเดินเล่น” เมษาเล่า “แล้วก็… เขาจะไปต่างประเทศเร็วๆ นี้”
“อ้าว… แล้วทีนี้จะเป็นยังไงต่อล่ะ” อรทัยถามอย่างเป็นห่วง
“นั่นสิคะ” เมษาถอนหายใจ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“อย่าเพิ่งคิดมากเลยเมษา” อรทัยปลอบ “ยังไงเวลาสองสัปดาห์นี้ เธอก็ยังมีโอกาสได้เจอเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ ลองใช้เวลานี้ให้เต็มที่ไปก่อน”
“ค่ะ” เมษาตอบรับ
“แล้วเรื่องนิทรรศการล่ะ เป็นไงบ้าง” อรทัยเปลี่ยนเรื่อง
“กำลังเตรียมตัวอยู่ค่ะ” เมษาตอบ “คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่”
“ถ้าต้องการให้ฉันช่วยอะไร บอกได้เลยนะ” อรทัยเสนอ “ไม่ว่าจะช่วยจัดเตรียมงาน หรือเป็นกำลังใจให้”
“ขอบคุณมากนะอร” เมษารู้สึกซาบซึ้งในมิตรภาพของเพื่อน “ถ้ามีอะไร ฉันจะบอกนะ”
หลังจากวางสายโทรศัพท์จากอรทัย เมษาก็กลับมาทำงานต่อ แต่ความคิดของเธอก็ยังคงวกวนอยู่กับนนท์ เธอหยิบชุดสีน้ำมันที่ตั้งใจจะใช้สำหรับวาดภาพตามคำขอของนนท์ออกมา เธอเปิดฝาขวดสีเขียวสดใสขึ้นมา มองดูสีสันที่เข้มข้น ราวกับจะสะกดมนต์ให้เธอ
“ภาพวาดที่สะท้อนความรู้สึกในตอนนี้” เมษาทวนคำของนนท์ “ฉันจะวาดมันออกมาให้ดีที่สุด”
เธอเริ่มร่างภาพลงบนผืนผ้าใบขนาดกลาง ภาพของเธอกับนนท์ยืนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนนั้น แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ดวงตาที่มองกันและกัน ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาอย่างเงียบงัน เมษารู้ดีว่าภาพนี้จะต้องมีความหมายกับเธอและนนท์มาก เธอตั้งใจจะใส่ทุกความรู้สึก ทุกอารมณ์ ลงไปในภาพวาดนี้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมษาจมดิ่งอยู่กับโลกแห่งศิลปะของเธอ จนกระทั่งแสงแดดเริ่มอ่อนลง เธอลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย แล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปนอกห้อง
“หวังว่าเขาคงจะชอบนะ” เธอพูดกับตัวเอง
เธอตัดสินใจว่าในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เธอจะใช้เวลาทุกนาทีให้มีค่าที่สุด เธอจะทุ่มเทให้กับงานศิลปะของเธอ และเธอจะพยายามทำความรู้จักกับนนท์ให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขา
ในอีกด้านหนึ่ง ณ คฤหาสน์หรูใจกลางเมือง นนท์กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปยุโรปหลายฉบับ แต่สายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่รูปถ่ายใบเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นรูปของเมษาในวันที่เธอมาจัดแสดงผลงานที่แกลเลอรี่ รอยยิ้มของเธอในวันนั้น ดูสดใสและเป็นธรรมชาติ
“อีกสองสัปดาห์” เขาพึมพำ “เวลาที่เหลืออยู่ ฉันจะใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด”
เขายังคงคิดถึงบทสนทนาของพวกเขาทั้งคืนที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความรู้สึกที่เมษามีให้ มันดูจริงใจและบริสุทธิ์ จนทำให้เขาอดใจที่จะขอภาพวาดจากเธอไม่ได้ เขาอยากจะมีสิ่งที่เป็นเครื่องเตือนใจ ถึงช่วงเวลาที่เขาได้พบกับเธอ
“เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษจริงๆ” นนท์คิด “เป็นศิลปินที่เต็มไปด้วยแพสชั่น แล้วก็เป็นผู้หญิงที่ทำให้โลกของผมมีสีสันขึ้นมาอีกครั้ง”
เขาหยิบรูปถ่ายของเมษาขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือลูบไล้เบาๆ ไปที่ใบหน้าของเธอ
“ผมหวังว่าการเดินทางครั้งนี้ จะไม่ทำให้เราห่างไกลกันเกินไปนะ เมษา” เขากล่าวเสียงเบา
นนท์รู้ดีว่าการเดินทางไปยุโรปครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเดินทางเพื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการเดินทางที่จะทดสอบความสัมพันธ์ของเขากับเมษาด้วย เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคใดๆ ก็ตาม
4,636 ตัวอักษร