สัญญาหัวใจ...ที่ถูกสาป

ตอนที่ 14 / 48

ตอนที่ 14 — คำสาปที่ตามหลอกหลอน

แม้ว่าจะมีข่าวดีจากบันทึกของวิชัยที่ทำให้ธนาธรมีความหวังในการต่อสู้กับตระกูลมณีกาญจน์ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ไม่อาจสลัดทิ้งไปได้ ยิ่งเขาพยายามทำความเข้าใจเรื่องราวในอดีตมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกกว่าแค่การแย่งชิงธุรกิจ "คุณมั่นใจเหรอครับว่าบันทึกของคุณวิชัยจะช่วยเราได้จริง" ธนาธรถามทนายความผ่านทางโทรศัพท์ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ "จากมุมมองทางกฎหมายแล้ว ใช่ครับคุณธนาธร หลักฐานนี้จะทำให้ข้อกล่าวอ้างของฝ่ายตรงข้ามอ่อนกำลังลงอย่างมาก และอาจถึงขั้นทำให้แผนการของพวกเขาพังทลายได้เลยครับ" ทนายความตอบอย่างหนักแน่น "เพียงแต่ว่า... เราต้องระวังเรื่องเอกสารบางส่วนที่ดูเหมือนจะถูกทำลายหรือแก้ไขไปบางส่วน อาจจะเป็นความพยายามที่จะปกปิดบางสิ่งบางอย่าง" "ผมเข้าใจ" ธนาธรตอบ "แต่ผมก็ยังอดคิดไม่ได้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น" "คุณกำลังหมายถึงเรื่องที่คุณวิชัยพูดถึง 'คำสาป' หรือเปล่าครับ" ทนายความถามอย่างรู้ทัน ธนาธรเงียบไป เขาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ให้ใครฟังได้อย่างไร "ผมไม่รู้สิ ผมรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเข้าไปในกับดักบางอย่าง" "คุณไม่ต้องกังวลมากเกินไปนะครับคุณธนาธร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมในการจัดการเรื่องทางกฎหมาย ส่วนเรื่องอื่นๆ หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็แจ้งผมได้เสมอครับ" ธนาธรวางสายโทรศัพท์ เขารู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก เขาเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังห้องนั่งเล่น ที่ซึ่งลลินดากำลังนั่งรอเขาอยู่ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความเป็นห่วง "เป็นอะไรไปคะ ธนาธร" เธอถามพลางลุกขึ้นเดินเข้ามาหา "ดูคุณกังวลมากเลยนะคะ" "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันลลินดา" ธนาธรยอมรับ "ยิ่งผมได้หลักฐานชิ้นนั้นมา ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่คิด" "คุณหมายถึงเรื่องคำสาปที่วิชัยพูดถึงในบันทึกหรือคะ" ธนาธรพยักหน้า "ผมรู้สึกเหมือนเรากำลังถูกตามล่า โดยไม่ใช่แค่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่รวมถึงอดีตด้วย" ลลินดาค่อยๆ โอบกอดเขาไว้ "ฉันเข้าใจค่ะ ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน ฉันก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างผูกมัดเราไว้" "คุณก็รู้สึกเหมือนกันเหรอ" ธนาธรเอ่ยถามเสียงเบา "ค่ะ" ลลินดาตอบ "มันไม่ใช่แค่เรื่องที่เราต้องร่วมมือกัน มันเหมือนกับว่าโชคชะตาต้องการให้เรามาเจอกัน เพื่อแก้ไขอะไรบางอย่าง" "แต่เราจะแก้ไขมันได้อย่างไร ในเมื่อมันอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เหนือธรรมชาติแบบนี้" ธนาธรพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง "ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ" ลลินดาถอนหายใจ "แต่ฉันเชื่อว่าเราจะหาทางออกได้เสมอ ตราบใดที่เรายังอยู่ด้วยกัน" เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความหวังและความมุ่งมั่น "เราต้องพยายามนะคะ ธนาธร เพื่อคุณพ่อของคุณ เพื่อตัวเราเอง และเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไปในอดีต" ธนาธรสูดหายใจเข้าลึกๆ คำพูดของลลินดาปลุกเร้าความกล้าหาญในตัวเขาขึ้นมาอีกครั้ง "ใช่ คุณพูดถูก เราต้องสู้" ในขณะที่ธนาธรและลลินดาพยายามประคับประคองความหวังและให้กำลังใจกันและกัน ที่ตึกสูงของตระกูลมณีกาญจน์ ชายหนุ่มผู้เป็นประธานกำลังนั่งประชุมกับคณะกรรมการบริหาร "สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง" เขาถามเสียงเรียบ "ทางฝั่งคุณธนาธรได้หลักฐานบางอย่างมาครับท่านประธาน แต่เรามั่นใจว่ามันไม่เพียงพอที่จะพลิกเกมได้" หนึ่งในคณะกรรมการตอบ "ดีมาก" ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก "ดำเนินการตามแผนเดิมได้เลย เราต้องทำให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด" "แต่ท่านประธานครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบ" เลขาคนเดิมเอ่ยขึ้น "ผมสืบทราบมาว่า คุณวิชัยไม่ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุธรรมดาครับ" ชายหนุ่มเลิกคิ้ว "หมายความว่าอย่างไร" "มีผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์นั้นครับ และผู้ต้องสงสัยคนนั้น...มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับครอบครัวของคุณลลินดาครับ" สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย "มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร" "เขาเคยเป็นคนรักเก่าของคุณแม่ของเธอครับ และมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน" เลขาตอบ "ผมกำลังสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ" ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ความคิดของเขาเริ่มสับสน "ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม แผนการของเราต้องเดินหน้าต่อไป เราไม่มีเวลามาเสียแล้ว" "ครับท่านประธาน" กลับมาที่คฤหาสน์ ธนาธรตัดสินใจว่าจะไปพบกับคุณหญิงมารดาของเขาเพื่อสอบถามเรื่องราวในอดีตเพิ่มเติม เขาเดินเข้าไปในห้องรับแขก เห็นคุณหญิงกำลังนั่งจิบชาอยู่ตามลำพัง "คุณแม่ครับ" ธนาธรเรียก คุณหญิงหันมามองบุตรชายด้วยแววตาที่อ่อนโยน "ธนาธร มีอะไรหรือลูก" "ผมมีเรื่องอยากจะถามคุณแม่ครับ" ธนาธรนั่งลงข้างๆ "เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจของพ่อในอดีต เกี่ยวกับคุณวิชัย และ...เกี่ยวกับคุณลลินดา" คุณหญิงวางถ้วยชาลง สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้น "ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะลูก" "ผมเจอหลักฐานบางอย่างครับที่ทำให้ผมสงสัย และผมรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่" ธนาธรเล่าเรื่องที่เขาค้นพบ "ผมอยากรู้ว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นมาอย่างไรครับ" คุณหญิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว "เรื่องมันซับซ้อนกว่าที่ลูกคิดมากนักนะ ธนาธร" "ผมทราบครับ แต่ผมอยากให้คุณแม่เล่าให้ผมฟัง" คุณหญิงเล่าเรื่องราวในอดีตให้ธนาธรฟังอย่างละเอียด เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างบิดาของเขากับตระกูลมณีกาญจน์ เกี่ยวกับความพยายามของบิดาที่จะปกป้องธุรกิจ และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างวิชัยกับครอบครัวของลลินดา "วิชัยเป็นคนที่รักศักดิ์ศรีมากนะ" คุณหญิงกล่าว "แต่บางครั้ง ความพยายามที่จะรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ก็อาจนำมาซึ่งหายนะได้" "แล้วเรื่องคำสาปที่คุณวิชัยกล่าวถึงในบันทึกนั้นล่ะครับ มันคืออะไร" ธนาธรถาม คุณหญิงมองธนาธรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า "คำสาปนั้น...มันคือผลของการกระทำที่ผิดพลาดในอดีต เป็นผลจากความโลภและความแค้นที่ไม่อาจให้อภัย มันผูกมัดทุกคนที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน" "หมายความว่า...เราทุกคนกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างนั้นหรือครับ" ธนาธรถามเสียงสั่น "ใช่ลูก" คุณหญิงตอบ "และยิ่งเราพยายามจะแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมากเท่าไหร่ คำสาปนั้นก็ยิ่งจะยิ่งตามหลอกหลอนเรามากขึ้นเท่านั้น" ธนาธรรู้สึกหนาวไปถึงไขสันหลัง คำพูดของคุณแม่ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกไม่สบายใจของเขา เขาหันไปมองลลินดาที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอเองก็มีสีหน้าซีดเผือด "แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีครับคุณแม่" ธนาธรถาม "มีทางเดียวเท่านั้น" คุณหญิงตอบเสียงเครือ "คือการเผชิญหน้ากับมัน และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น" ธนาธรรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา เขาไม่รู้ว่าอนาคตของเขาและลลินดาจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจ คือเขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้เพื่อลลินดา เพื่อความยุติธรรม และเพื่อความถูกต้อง

5,350 ตัวอักษร