ตอนที่ 32 — ความจริงที่ซ่อนเร้นในอดีต
ความผิดหวังและความหวาดกลัวปกคลุมบรรยากาศหลังจากการเผชิญหน้ากับวิญญาณของคุณอรุณรัศมี พิธีขอขมาที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดเปลื้องกลับกลายเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงพลังอำนาจอันมหาศาลของคำสาป วิชัยนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนริมบึง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวล เขาพยายามทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ค้นพบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตระกูลมณีกาญจน์และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีต
"เราต้องมีอะไรที่มองข้ามไปแน่ๆ" วิชัยพึมพำกับตัวเอง "จดหมายฉบับนั้น... บันทึกเก่าแก่... มันต้องมีความหมายมากกว่าแค่การขอโทษ"
รินดาเดินเข้ามานั่งข้างๆ เธอวางมือลงบนแขนของวิชัยอย่างปลอบโยน "ท่านวิชัยคะ อย่าเพิ่งท้อนะคะ เรายังไม่ถึงทางตัน"
"แต่คุณรินดา" วิชัยเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขามีแววเหนื่อยล้า "เราทำทุกอย่างตามที่ควรจะทำแล้ว เราพยายามขอขมาอย่างจริงใจ แต่ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง"
ธนาธรเดินเข้ามาสมทบ "ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านวิชัยครับ แต่บางครั้ง... สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นทางออก อาจจะไม่ใช่ทางออกที่แท้จริงก็ได้" เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ "ผมลองกลับไปคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ตอนที่คุณอรุณรัศมีปรากฏตัว เธอพูดถึง 'ความแค้นที่ยังไม่ถูกชำระล้าง' และ 'การลงโทษทุกคนที่ก้าวเข้ามาในตระกูลนี้' มันอาจจะหมายถึงว่า... แค่การขอโทษมันไม่เพียงพอ"
"แล้วเราจะชำระล้างความแค้นของเธอได้อย่างไร" วิชัยถามด้วยความสิ้นหวัง
"ผมคิดว่าเราต้องย้อนกลับไปดูที่ต้นตอของปัญหาจริงๆ" ธนาธรกล่าว "เรื่องที่ดินผืนนั้น... มันมีความสำคัญกับครอบครัวของคุณอรุณรัศมีมากแค่ไหน ทำไมบิดาของท่านหญิงมณีกาญจน์ถึงอยากได้ที่ดินผืนนั้นนักหนา"
วิชัยครุ่นคิดตามคำพูดของธนาธร "บันทึกเก่าแก่บางส่วนที่ผมเจอ... มันกล่าวถึงที่ดินผืนนั้นว่าเป็นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ และมีแร่ธาตุบางอย่างที่มีค่า แต่ผมไม่แน่ใจว่าคือแร่ธาตุอะไร"
"บางที... เราอาจจะต้องกลับไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในคฤหาสน์เก่าอีกครั้ง" รินดาเสนอ "อาจจะมีเอกสารอื่นๆ ที่เรายังไม่ได้สังเกตเห็น"
ทั้งสามคนตัดสินใจเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์มณีกาญจน์ที่ถูกทิ้งร้าง บรรยากาศภายในคฤหาสน์ยังคงวังเวงและอึมครึม แสงแดดส่องลอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างที่แตกร้าว ทำให้เห็นฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งอยู่ที่นี่มานานแสนนาน
พวกเขาเริ่มค้นหาในห้องสมุดเก่าอีกครั้ง โดยเน้นไปที่เอกสารเกี่ยวกับที่ดินและทรัพย์สินของตระกูล วิชัยใช้เวลาหลายชั่วโมงในการไล่ดูเอกสารแต่ละฉบับอย่างละเอียด เขาพบเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินที่ถูกบิดเบือน การปลอมแปลงเอกสาร และการใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ นานา เพื่อครอบครองที่ดินผืนนั้น
"นี่ไง!" วิชัยอุทานขึ้นมา เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา มันเป็นบันทึกส่วนตัวของบิดาของท่านหญิงมณีกาญจน์ "ดูนี่สิ... เขาบันทึกไว้ว่า ที่ดินผืนนั้นไม่ได้มีเพียงแร่ธาตุที่มีค่าเท่านั้น แต่ยังมี... สมุนไพรบางชนิดที่มีสรรพคุณทางยาอย่างเหลือเชื่อ"
"สมุนไพรอย่างนั้นหรือคะ" รินดาเอียงคออย่างสงสัย
"ใช่" วิชัยพยักหน้า "สมุนไพรชนิดนี้มีมูลค่าสูงมากในสมัยนั้น และเป็นที่ต้องการของราชสำนักด้วย เขาเขียนไว้ว่า... การได้ครอบครองสมุนไพรชนิดนี้ จะทำให้ตระกูลของเขาร่ำรวยและมีอำนาจมากขึ้นอย่างรวดเร็ว"
ธนาธรขมวดคิ้ว "แสดงว่า... ที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญมากกว่าที่เราคิด"
"ไม่เพียงเท่านั้น" วิชัยอ่านต่อไป "เขาบันทึกไว้ว่า... บิดาของคุณอรุณรัศมีเป็นผู้ที่รู้เรื่องสมุนไพรชนิดนี้เป็นอย่างดี และเป็นผู้ดูแลที่ดินผืนนั้นมาโดยตลอด การที่เขาพยายามคัดค้านการซื้อขายที่ดิน ก็เพราะเขาไม่ต้องการให้สมุนไพรนี้ตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่คู่ควร"
"แล้วทำไม... ท่านหญิงมณีกาญจน์ถึงยอมทำตามคำขอของบิดา" รินดาถาม
"ในบันทึกบอกว่า... บิดาของท่านหญิงมณีกาญจน์มีอิทธิพลมาก และใช้การข่มขู่ รวมถึงการให้สินบน เพื่อให้ท่านหญิงยอมทำตาม" วิชัยกล่าวเสียงเครียด "และที่ร้ายไปกว่านั้น... เขาได้สั่งให้คนไปทำร้ายบิดาของคุณอรุณรัศมี จนเสียชีวิตในที่สุด และบังคับให้ครอบครัวของคุณอรุณรัศมียอมขายที่ดินในราคาที่ถูกกว่าความเป็นจริงอย่างมาก"
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ ปรากฏขึ้น ราวกับชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่ต่อกันจนเป็นภาพที่สมบูรณ์ ความแค้นของคุณอรุณรัศมีไม่ได้เกิดจากการสูญเสียที่ดินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสูญเสียบิดาอันเป็นที่รัก การถูกข่มเหงรังแก และการถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างไม่เป็นธรรม
"นี่มัน... เลวร้ายเกินกว่าที่ผมจะจินตนาการได้" ธนาธรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ผมเข้าใจแล้ว" วิชัยลุกขึ้นยืนอย่างเด็ดเดี่ยว "การขอขมามันไม่เพียงพอจริงๆ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การแย่งชิงทรัพย์สิน แต่มันคือการพรากชีวิต และการทำลายครอบครัว"
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ" รินดาถาม
"เราต้องหาทาง... ชดเชยในสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้พรากไป" วิชัยกล่าว "เราต้องแสดงให้เห็นว่าเราสำนึกผิดอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะแก้ไขความผิดพลาดในอดีต"
เขาเดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปยังทุ่งหญ้าที่ทอดไกลสุดลูกตา "ครั้งนี้... เราต้องทำอะไรที่มากกว่าการพูด"
4,094 ตัวอักษร