ตอนที่ 19 — การเดินทางสู่เมืองหลวงอันหนักอึ้ง
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมายังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้อย่างอ่อนโยน แต่สำหรับบุษบา มันคือสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่ วันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความท้าทายครั้งใหญ่ นางสวมชุดสีเรียบง่าย แต่ใบหน้ากลับฉายแววแห่งความมุ่งมั่นที่เด็ดเดี่ยว หายไปแล้วซึ่งความหวาดกลัวที่เคยปรากฏเมื่อวานนี้ ลมเย็นพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นอายของดอกไม้ป่าและดินชื้นมาปะทะใบหน้า สองข้างทางที่มุ่งหน้าออกจากหมู่บ้านยังคงเป็นภาพเดิมๆ ที่คุ้นเคย แต่ในวันนี้ ทุกสิ่งดูเปลี่ยนไปในสายตาของบุษบา ราวกับว่าธรรมชาติรอบกายกำลังจะกลายเป็นเพียงภาพฉากหลังที่เลือนรางสำหรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่นางกำลังจะเผชิญ
"เจ้าแน่ใจแล้วนะ บุษบา" เสียงของแม่เฒ่าจันทร์ดังขึ้น แฝงความกังวลที่ไม่อาจปิดบังได้ นางยืนมองบุษบาที่แบกย่ามใบเล็กที่ดูไม่หนักหนาเกินไปนัก แต่กลับหนักอึ้งไปด้วยความคาดหวังและความเป็นความตายของหลายชีวิต "เส้นทางนั้นอันตรายนัก เมืองหลวงก็ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาอย่างเราจะไปไหนมาไหนได้ง่ายๆ"
บุษบาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ยื่นมือออกไปสัมผัสแผ่นหลังเหี่ยวย่นของแม่เฒ่าอย่างปลอบโยน "ข้าแน่ใจแล้วเจ้าค่ะแม่เฒ่า ความหวังสุดท้ายของพวกเราอยู่ที่นั่น หากข้าไม่ลอง ข้าจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต" ดวงตาของนางฉายแววแน่วแน่จนแม่เฒ่าจันทร์ถอนหายใจยาว "แต่ถ้ามีอันเป็นไป... เจ้าอย่าโทษตัวเองนะ"
"ข้าจะระมัดระวังที่สุดเจ้าค่ะ" บุษบายิ้มบางๆ พลางหันกลับไปมองทิศทางที่ตั้งของเมืองหลวงที่อยู่ไกลออกไปลิบๆ "ข้าจะกลับมาพร้อมข่าวดี" นางเอ่ยบอกทั้งที่ในใจยังคงเต็มไปด้วยความกังวลระคนตื่นเต้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเดินทางธรรมดา แต่คือการเดินทางที่ต้องเผชิญหน้ากับอำนาจที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้สัมผัส การได้พบกับองค์หญิงลักษมีเมื่อวานนี้ แม้จะสั้นเพียงชั่วครู่ แต่มันก็จุดประกายความหวังบางอย่างขึ้นมาในใจของบุษบา องค์หญิงผู้งดงามและเปี่ยมด้วยบารมีนั้น ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์นางเลยแม้แต่น้อย กลับกัน สายตาขององค์หญิงดูเหมือนจะมีความเห็นอกเห็นใจอยู่ลึกๆ
"ไปเถิดลูก" แม่เฒ่าจันทร์กล่าวเสียงแผ่ว "ขอให้บุญรักษา"
บุษบาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากกระท่อมเล็กๆ แห่งนั้น ก้าวเท้าเดินไปตามเส้นทางดินที่ทอดยาวออกไปสู่โลกภายนอก โลกที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน หมู่บ้านที่นางจากมาค่อยๆ เล็กลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น ทิ้งไว้เพียงเสียงลมที่กระซิบข้างหู ราวกับกำลังส่งกำลังใจให้กับการเดินทางครั้งใหม่นี้
ตลอดเส้นทางที่บุษบาเดิน ภาพใบหน้าของท่านขุนพลพลันผุดขึ้นมาในความคิด เขาคือผู้ที่มอบภารกิจนี้ให้กับนาง ถึงแม้จะเคยมีปากเสียงกันอยู่บ้างในตอนแรก แต่เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ความเข้าใจก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น บุษบาทราบดีว่าการตัดสินใจของท่านขุนพลนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ การรอคอยก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมจำนนต่อโชคชะตา
"ท่านขุนพล..." นางพึมพำกับตัวเอง "ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน เพื่อความถูกต้อง"
การเดินทางในช่วงแรกค่อนข้างราบรื่น นางเดินผ่านทุ่งนาเขียวขจี ไร่อ้อยที่ออกรวงเหลืองอร่าม และป่าโปร่งที่แสงแดดสาดส่องลงมาเป็นระยะๆ แต่เมื่อล่วงเข้าสู่ช่วงบ่าย ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี เมฆดำทะมึนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากทางทิศตะวันตก ลมที่เคยพัดเอื่อยๆ ก็เริ่มแรงขึ้นจนน่ากลัว ก้อนเมฆที่ดำมืดบดบังแสงอาทิตย์จนพื้นดินมืดมิดลงอย่างรวดเร็ว
"แย่แล้ว" บุษบารู้สึกใจหายวาบเมื่อมองเห็นเมฆฝนที่กำลังก่อตัว นางไม่เคยเดินทางไกลในช่วงเวลาที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้มาก่อน
ทันใดนั้นเอง เสียงฟ้าร้องก็ดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เม็ดฝนที่ตอนแรกยังบางเบา กลับทวีความหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพายุฝนขนาดย่อม บุษบาต้องรีบวิ่งหาที่หลบภัย เธอเห็นโพรงไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก จึงรีบวิ่งเข้าไปหลบฝน
เมื่อเข้าไปในโพรงไม้ บุษบาก็พบว่าไม่ได้มีนางอยู่เพียงคนเดียว ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดนักเดินทางกำลังนั่งพิงต้นไม้อยู่ ใบหน้าของเขาคมคาย ดวงตาฉายแววเยือกเย็นราวกับจะกลั่นมาจากน้ำแข็ง บุษบาตกใจเล็กน้อย แต่ก็พยายามตั้งสติ
"ขออภัยที่รบกวน" บุษบากล่าวเสียงสั่นเล็กน้อย "ข้าเพียงแค่หาที่หลบฝน"
ชายหนุ่มหันมามองบุษบาช้าๆ สายตาของเขากวาดสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง บุษบารู้สึกประหม่าเล็กน้อยภายใต้การมองของเขา "ข้าชื่อบุษบา" เธอบอกแนะนำตัวเองออกไป
"ข้าชื่อเมฆ" ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เจ้ากำลังจะไปที่ใด"
"ข้า... ข้ากำลังจะเดินทางไปยังเมืองหลวง" บุษบาตอบอย่างไม่แน่ใจนักว่าควรจะเปิดเผยเรื่องราวของตนเองมากน้อยเพียงใด
เมฆเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เมืองหลวง? เส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางปกติที่คนทั่วไปจะใช้เดินทางนะ โดยเฉพาะหญิงสาวเช่นเจ้า"
"ข้ามีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการ" บุษบาพยายามตอบให้ดูดีที่สุด แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร ถึงได้รู้เรื่องเส้นทางและการเดินทางมากนัก
"ธุระสำคัญ... หรือ" เมฆพึมพำเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง "เมืองหลวงตอนนี้กำลังมีเรื่องวุ่นวายอยู่มากนะ หากเจ้าไม่มีคนคุ้มกันที่ดี อาจจะเป็นอันตรายได้"
"ข้า... ข้าดูแลตัวเองได้" บุษบาตอบอย่างท้าทาย แม้ในใจจะหวั่นไหวเล็กน้อยก็ตาม
"ดี" เมฆพยักหน้าเล็กน้อย "หากเจ้าแน่ใจเช่นนั้น ข้าก็ไม่ขอขัด" เขาหันกลับไปมองสายฝนที่ยังคงตกหนัก "แต่หากต้องการความช่วยเหลือ เจ้าบอกข้าได้เสมอ"
บุษบาพยักหน้ารับคำ นั่งลงข้างๆ เมฆอย่างสำรวม เธอพยายามทำใจให้สงบและไม่คิดฟุ้งซ่าน แม้ว่าการพบเจอกับคนแปลกหน้าในสถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่บ้าง แต่คำพูดของเมฆก็ไม่ได้แสดงถึงเจตนาร้ายแต่อย่างใด
หลายชั่วโมงผ่านไป ฝนเริ่มซาลง แต่ท้องฟ้าก็ยังคงมืดครึ้ม เมฆลุกขึ้นยืน "ข้าไปก่อนนะ" เขาบอกบุษบา "หวังว่าเราจะได้พบกันอีก"
"เช่นกันค่ะ" บุษบารับคำ และมองตามแผ่นหลังของเมฆที่ค่อยๆ หายลับเข้าไปในม่านฝนที่ยังคงโปรยปราย นางกลับมานั่งนิ่งอยู่กับที่ หายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิอีกครั้ง การพบเจอเมฆทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ แต่ก็เหมือนได้รับพลังใจบางอย่างเพิ่มขึ้นมา การเดินทางยังคงอีกยาวไกล และเมืองหลวงที่นางกำลังจะไปนั้น ช่างเต็มไปด้วยปริศนาและอันตรายที่มองไม่เห็น
4,955 ตัวอักษร