ตอนที่ 5 — เงื่อนงำในอดีตที่ถูกซ่อนเร้น
วันเวลาผ่านไปราวกับสายน้ำที่เชี่ยวไหล บุษบาปรับตัวเข้ากับชีวิตในฐานะชายาของท่านอ๋องคิรีได้อย่างหน้าประหลาด แม้ในใจจะยังคงเจ็บปวดและเต็มไปด้วยความรู้สึกอ้างว้าง แต่ภาพลักษณ์ภายนอกของนางกลับดูสง่างามและเข้มแข็งขึ้นราวกับคนละคน นางปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองอย่างเคร่งครัด เป็นชายาที่เพียบพร้อมในทุกด้าน ทำให้เป็นที่ชื่นชมของขุนนางและผู้คนรอบข้าง ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความทุกข์ทรมานที่นางต้องแบกรับภายใน การเผชิญหน้ากับท่านอ๋องคิรีในทุกๆ วันนั้นเป็นเหมือนการเดินบนคมมีด นางต้องระมัดระวังทุกคำพูด ทุกการกระทำ เกรงว่าเพียงก้าวพลาดเพียงเล็กน้อย อาจจะนำมาซึ่งหายนะที่คาดไม่ถึง
"เจ้าหญิง" เสียงหวานของนิ่มนวล ดังขึ้นเมื่อบุษบาเดินเข้าไปในสวนดอกไม้ประจำจวน "วันนี้ทรงพระสรวลงามนักเพคะ"
บุษบายิ้มบางๆ อย่างเหนื่อยอ่อน "เพียงแค่เห็นดอกไม้บานสะพรั่งก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว" นางตอบพลางชื่นชมดอกกุหลาบสีแดงสดที่กำลังเบ่งบาน
"แต่ก็มิอาจเทียบได้กับพระสิริโฉมของพระองค์เพคะ" นิ่มนวลกล่าวอย่างเอาอกเอาใจ "ท่านอ๋องทรงมีบุญวาสนายิ่งนัก ที่ได้ชายาที่เพียบพร้อมถึงเพียงนี้"
บุษบาถอนหายใจเบาๆ คำชมเชยเหล่านั้นยิ่งทำให้รู้สึกห่างไกลจากความเป็นจริง "เจ้าก็เช่นกัน นิ่มนวล เจ้าคอยดูแลข้ามาตลอด ข้าขอบคุณเจ้ามาก"
"เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะ" นิ่มนวลกล่าว "แต่หม่อมฉันอดสงสัยมิได้ เรื่องราวของเจ้าหญิง...กับท่านอรัญ"
เมื่อได้ยินชื่ออรัญ บุษบาก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับไปสู่ห้วงเวลาอันขมขื่น นางพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ "เรื่องนั้นมันผ่านไปแล้ว นิ่มนวล"
"แต่ข่าวลือยังคงมีอยู่เพคะ" นิ่มนวลเอ่ยเสียงเบา "บางคนกล่าวว่า...เรื่องราวระหว่างเจ้าหญิงกับท่านอรัญนั้นเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อปกปิดความผิดบางอย่าง"
บุษบาขมวดคิ้ว "ความผิดอะไร?"
นิ่มนวลลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ "บางคนกล่าวว่า...เจ้าหญิงทรงมีใจให้ท่านอรัญมาตั้งแต่แรก และการแต่งงานกับท่านอ๋องนั้น...เป็นเพียงการถูกบังคับ"
"บังคับ?" บุษบาหัวเราะอย่างขมขื่น "ใช่ ข้าถูกบังคับ แต่มันไม่ใช่การบังคับที่เจ้าคิด"
"แล้วมันคืออะไรเพคะ?" นิ่มนวลถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
บุษบามองออกไปนอกสวน เห็นเงาของท่านอ๋องคิรีกำลังเดินเข้ามาใกล้ นางรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "ไม่มีอะไรหรอกนิ่มนวล ไปกันเถอะ ข้าอยากจะไปเยี่ยมพระมารดาของท่านอ๋อง"
ขณะที่เดินเคียงข้างนิ่มนวลไป บุษบาก็นึกถึงคำพูดของนิ่มนวล เรื่องราวของนางกับอรัญถูกตีความไปต่างๆ นานา แต่ไม่มีใครเลยที่รู้ความจริงทั้งหมด ความจริงที่ว่า ความรักของนางกับอรัญนั้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใด แต่กลับถูกมองว่าเป็นบาป เป็นสิ่งที่สวรรค์ไม่ยอมรับ
ในระหว่างที่กำลังจะขึ้นรถม้า บุษบาก็เห็นชายคนหนึ่งยืนรออยู่ริมทางเดิน เขาคือเสนาบดีอัคนี ชายผู้เป็นมือขวาที่ไว้ใจที่สุดของท่านอ๋องคิรี บุษบาจำได้ว่าเคยพบเขาเพียงไม่กี่ครั้ง ใบหน้าคมเข้มของเขามักจะมีรอยยิ้มเย็นๆ ที่ดูไม่อาจอ่านใจได้
"เจ้าหญิง" เสนาบดีอัคนีโค้งคำนับอย่างนอบน้อม "ข้ามีเรื่องจะทูล"
"มีเรื่องอันใดหรือ" บุษบาถามด้วยความสงสัย
"เป็นเรื่องเกี่ยวกับ..." เสนาบดีอัคนีเหลือบมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ก่อนจะกระซิบข้างหูของบุษบา "เรื่องของเสด็จพ่อของท่าน"
บุษบาเบิกตากว้าง "เสด็จพ่อของท่านอ๋อง?"
"ใช่เพคะ" เสนาบดีอัคนีตอบ "ข้าได้ยินมาว่า...เสด็จพ่อของท่านอ๋องทรงมีโรคประจำตัวบางอย่างที่...ค่อนข้างอันตราย"
"โรคอันตราย?" บุษบาอดสงสัยไม่ได้ "หม่อมฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน"
"มันเป็นเรื่องที่ถูกปิดบังมานานแล้วเพคะ" เสนาบดีอัคนีกล่าว "แต่ข้าคิดว่า...เจ้าหญิงควรจะทราบไว้"
บุษบาเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี "แล้ว...โรคนี้มันเกี่ยวข้องกับอะไร?"
"มีข่าวลือว่า..." เสนาบดีอัคนีเอ่ยเสียงเบา "โรคนี้อาจจะ...มีผลกระทบต่อ...การสืบทอดราชบัลลังก์"
คำพูดของเสนาบดีอัคนีทำให้บุษบาถึงกับตัวแข็งทื่อ นี่หมายความว่าอย่างไร? การสืบทอดราชบัลลังก์? เรื่องนี้มันซับซ้อนเกินกว่าที่นางจะเข้าใจ
"ท่าน...ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
"ข้าไม่สามารถอธิบายได้มากกว่านี้เพคะ" เสนาบดีอัคนีกล่าว "แต่หากเจ้าหญิงทรงต้องการทราบความจริง...หม่อมฉันแนะนำให้ลองไปสอบถามจาก...นางกำนัลเก่าแก่ของพระตำหนัก"
บุษบามองหน้าเสนาบดีอัคนีด้วยความสับสนและหวาดหวั่น เรื่องราวที่เสนาบดีอัคนีกล่าวมานั้น ช่างเป็นปริศนาที่ยากจะคลี่คลาย มันมีความเชื่อมโยงอะไรกับโชคชะตาของนางหรือไม่?
"ขอบคุณท่านเสนาบดี" บุษบากล่าว "หม่อมฉันจะลองไปสืบดู"
เมื่อเสนาบดีอัคนีจากไป บุษบาก็ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ สมองของนางกำลังประมวลผลข้อมูลที่ได้รับอย่างหนักหน่วง ความรักของนางกับอรัญที่ถูกตราว่าเป็นบาปจากเบื้องบน ความสัมพันธ์อันเย็นชาของนางกับท่านอ๋องคิรี และบัดนี้ยังมีเรื่องราวของโรคภัยไข้เจ็บของเสด็จพ่อของท่านอ๋องที่อาจส่งผลกระทบต่อการสืบทอดราชบัลลังก์ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงกันเป็นปมที่ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ได้
นางหันกลับไปมองนิ่มนวล "นิ่มนวล เจ้าพอจะรู้จักนางกำนัลเก่าแก่คนใดบ้างไหม ที่เคยรับใช้พระมารดาของท่านอ๋อง"
นิ่มนวลคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "มีอยู่ท่านหนึ่งเพคะ ชื่อแม่เฒ่าจันทร์ เป็นนางกำนัลที่รับใช้ใกล้ชิดพระมารดามานานมาก แต่ตอนนี้ท่านเกษียณออกไปอยู่ที่นอกเมืองแล้วเพคะ"
"ดี" บุษบากล่าว "เตรียมรถม้าไว้ให้ข้า ข้าจะเดินทางไปพบแม่เฒ่าจันทร์"
ความรู้สึกบางอย่างบอกบุษบาว่า การเดินทางครั้งนี้อาจจะนำพาไปสู่คำตอบที่นางตามหามาตลอด คำตอบที่จะไขปริศนาแห่งโชคชะตาของนาง และอาจรวมถึงความจริงอันดำมืดที่ถูกซ่อนเร้นไว้ในอดีต
4,431 ตัวอักษร