ตอนที่ 34 — รอยยิ้มของครอบครัวที่อบอุ่น
เวลาผ่านไปหลายปี พลอยและอนาวินได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบ พวกเขามีลูกชายที่น่ารักสองคน คือ น้องภัทร และ น้องพีท ทั้งสองคนเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักและความเอาใจใส่ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขของเด็กๆ พลอยในวัยที่มากขึ้น ยังคงความงามสง่าตามวัย ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความสุขและความสงบที่สมบูรณ์ หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตอันหนักหนาสาหัสมานานหลายปี การได้เห็นครอบครัวของเธอสมบูรณ์พร้อมเช่นนี้ คือรางวัลอันล้ำค่าที่สุดที่เธอเคยได้รับ
“แม่ครับ วันนี้คุณครูชมภัทรว่าวาดรูปเก่งที่สุดในห้องเลย” น้องภัทร ลูกชายคนโต วัยเจ็ดขวบ วิ่งมากอดพลอยที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น กอดที่เต็มไปด้วยไออุ่นและความภาคภูมิใจ ทำให้หัวใจของพลอยพองโต
พลอยยิ้มรับ ก้มลงไปจูบหน้าผากลูกชาย “จริงเหรอคะ เก่งที่สุดเลยลูก แม่ภูมิใจในตัวภัทรมากๆ เลยนะ”
“แล้วพีทก็เก่งเหมือนกันครับ พีทอ่านหนังสือได้แล้วนะแม่” น้องพีท ลูกชายคนเล็ก วัยห้าขวบ วิ่งตามพี่ชายมาติดๆ พร้อมกับชูปากกาในมือเล็กๆ ราวกับจะอวดผลงาน
“โอ้โห เก่งจังเลยลูกชายทั้งสองของแม่” พลอยลูบหัวพีทอย่างเอ็นดู “วันนี้ไปเที่ยวสวนสนุกกันดีไหม พ่อเขาบอกว่าจะกลับมาเร็ว”
“ไปครับ! ไปสวนสนุก!” เสียงเด็กๆ ร้องพร้อมกันด้วยความดีใจ
อนาวินเดินเข้ามาในห้องพอดี ได้ยินเสียงลูกๆ ก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ เขาเดินเข้าไปโอบเอวพลอยจากด้านหลัง หอมแก้มเธอเบาๆ “ได้ยินว่าลูกๆ อยากไปเที่ยวสวนสนุกกัน งั้นพ่อก็พร้อมแล้วล่ะ”
“คุณมาแล้ว!” พลอยหันไปยิ้มให้สามีอย่างมีความสุข “ฉันกำลังจะชวนเด็กๆ ไปพอดีเลยค่ะ”
“ดีเลยครับ พ่อจะได้พักผ่อนกับครอบครัวของเราบ้าง” อนาวินกระซิบข้างหูพลอย “ปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดเลยนะพลอย”
“ค่ะ” พลอยตอบรับ ดวงตาประสานกับสามี สื่อถึงความเข้าใจและความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม “ขอบคุณนะคะ”
“ขอบคุณเรื่องอะไรครับ” อนาวินเลิกคิ้วถาม
“ขอบคุณทุกอย่างค่ะ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างฉัน ขอบคุณที่รักฉัน ขอบคุณที่ให้ชีวิตใหม่แก่ฉัน” พลอยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ความทรงจำในอดีตยังคงชัดเจน แต่บัดนี้มันกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเห็นคุณค่าของปัจจุบันมากกว่าเดิม
“ไม่เป็นไรเลยครับ เราคือครอบครัวเดียวกัน” อนาวินกุมมือพลอยไว้แน่น “ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ ที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตผมให้สมบูรณ์”
เสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังขึ้นอีกครั้ง “พ่อครับ แม่ครับ เราไปกันเถอะ!”
“ไปกันเลยลูก!” พลอยและอนาวินตอบรับพร้อมกัน พวกเขาจูงมือลูกชายทั้งสอง ออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความสุข ไปยังสวนสนุกที่เด็กๆ ตั้งตารอ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบใบหน้าของพวกเขา ดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนคือเครื่องยืนยันว่า ชะตากรรมที่เคยสาปส่ง ได้ถูกปลดเปลื้องออกไปแล้ว เหลือไว้เพียงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเกิดจากการต่อสู้และก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกัน
ตลอดทางไปสวนสนุก เด็กๆ ตื่นเต้นกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่จะไปเจอ พลอยนั่งมองลูกชายทั้งสองที่นั่งอยู่เบาะหลังรถยนต์ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอก็อดที่จะคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ ย้อนกลับไปในวันที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย การถูกบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่เคยรัก ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอนาวินไปชั่วขณะ ความยากลำบากในการต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ทุกอย่างยังคงแจ่มชัด ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
“แม่ครับ ภัทรอยากนั่งรถไฟเหาะที่สุดเลย!” ภัทรหันมาบอกพลอย ตาเป็นประกาย
“ส่วนผม อยากเล่นบ้านลมครับ!” พีทเสริม
พลอยยิ้ม “ได้เลยจ้ะ เดี๋ยวเราไปเล่นกันทุกอย่างเลยนะ”
อนาวินเหลือบมองพลอยผ่านกระจกมองหลัง “เป็นอะไรไปครับ ดูเหม่อๆ”
“เปล่าค่ะ แค่คิดถึงเรื่องเก่าๆ นิดหน่อย” พลอยตอบ “แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกดีนะคะ ที่เราผ่านมันมาได้”
“นั่นสิครับ” อนาวินพยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าวันนั้นเธอไม่แข็งแกร่งพอ วันนี้เราคงไม่ได้มายืนตรงจุดนี้”
“ฉันไม่ได้แข็งแกร่งคนเดียวค่ะ คุณก็อยู่ตรงนี้เสมอ” พลอยเอ่ยพลางยื่นมือไปแตะแขนของอนาวินเบาๆ
“เราอยู่เคียงข้างกันเสมอ” อนาวินตอบรับ
เมื่อรถยนต์จอดเทียบที่ลานจอดรถของสวนสนุก เสียงหัวเราะและเสียงเพลงที่ดังมาจากภายในยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ พลอยและอนาวินจูงมือลูกๆ เดินเข้าสู่โลกแห่งความสนุกสนาน พวกเขาเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ด้วยกัน ถ่ายรูปเก็บเป็นความทรงจำ พลอยเห็นรอยยิ้มของลูกๆ และรอยยิ้มของสามี เธอก็รู้สึกถึงความสุขที่เอ่อล้นในหัวใจ
“คุณคะ ฉันมีความสุขมากเลยค่ะ” พลอยเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขานั่งพักผ่อนบนม้านั่ง มองดูผู้คนรอบข้าง
“ผมก็เหมือนกันครับ” อนาวินกุมมือพลอยอีกครั้ง “ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันทำให้ผมรู้ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต”
“นั่นคือครอบครัวของเราใช่ไหมคะ” พลอยถาม
“ใช่ครับ และความรักที่มั่นคงของเรา” อนาวินตอบ
ช่วงบ่ายแก่ๆ ของวัน คณะครอบครัวของพลอยกำลังเดินออกจากสวนสนุก มือของทุกคนเต็มไปด้วยของเล่นที่ได้มา เด็กๆ เดินคุยกันอย่างไม่หยุดปากถึงเครื่องเล่นที่ชอบที่สุด พลอยมองดูภาพเหล่านั้นด้วยความปลาบปลื้มในใจ รู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่มอบโอกาสให้เธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม แม้ว่าเส้นทางจะเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่สุดท้ายแล้ว แรงบุญที่เธอสั่งสมมา ประกอบกับความรักและความอดทนของเธอเอง ก็ได้นำพาเธอมาสู่จุดที่งดงามที่สุดของชีวิต
“แม่ครับ วันนี้สนุกที่สุดเลย!” ภัทรตะโกน
“ใช่ครับ พรุ่งนี้เรามาอีกได้ไหมครับแม่” พีทอ้อน
พลอยยิ้ม “ถ้าเด็กๆ เป็นเด็กดี แม่จะพามาอีกนะ”
“สัญญาครับ!” เด็กๆ ตอบพร้อมกัน
อนาวินเดินเข้ามาใกล้พลอย “กลับบ้านกันเถอะครับ ค่ำแล้ว”
“ค่ะ” พลอยตอบ
ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินไปที่รถยนต์ พลอยสังเกตเห็นหญิงชราคนหนึ่ง กำลังนั่งขอทานอยู่ริมทางเท้า สีหน้าดูอ่อนเพลียและอดอยาก พลอยหยุดเดินทันที
“คุณคะ” พลอยเดินเข้าไปหาหญิงชราคนนั้น “คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”
หญิงชราเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยริ้วรอย แต่ดวงตายังคงมีความสดใสอยู่บ้าง “เปล่าจ้ะ หนู แค่เหนื่อยๆ”
“คุณยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเลยใช่ไหมคะ” พลอยสังเกตเห็นถุงพลาสติกเปล่าๆ วางอยู่ข้างๆ
หญิงชราพยักหน้าเบาๆ “ใช่จ้ะ”
“งั้นเดี๋ยวฉันจะพาคุณไปทานข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆ นะคะ” พลอยตัดสินใจทันที
“ไม่เป็นไรหรอกหนู มันจะลำบากเปล่าๆ” หญิงชราปฏิเสธ
“ไม่ลำบากเลยค่ะ” พลอยยืนยัน “ถือว่าเป็นการทำบุญของฉันก็ได้ค่ะ”
อนาวินเดินเข้ามาหาพลอย “มีอะไรเหรอครับ”
“ผู้หญิงคนนี้ยังไม่ได้ทานข้าวเลยค่ะ ฉันว่าจะพาเขาไปทานข้าว” พลอยอธิบาย
อนาวินมองหญิงชราด้วยความเข้าใจ “ครับ ผมช่วย”
ทั้งสองคนค่อยๆ พยุงหญิงชราให้ลุกขึ้น และพาเธอไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกล พลอยสั่งอาหารมาให้หญิงชราอย่างเต็มที่ ขณะที่หญิงชรากำลังทานอย่างเอร็ดอร่อย พลอยก็นั่งมองดูด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณมากนะหนู” หญิงชรากล่าวขณะที่ทานเสร็จ “หนูเป็นคนใจดีมากเลยนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” พลอยตอบ “ทานเสร็จแล้ว จะให้ฉันไปส่งที่ไหนไหมคะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวพอมีคนใจดีมาช่วยอีก” หญิงชราบอก
พลอยรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง เธอล้วงกระเป๋าหยิบเงินจำนวนหนึ่งยื่นให้หญิงชรา
“นี่ค่ะ สำหรับค่าเดินทางนะคะ”
“ไม่เอาหรอกหนู” หญิงชราปฏิเสธ
“รับเถอะค่ะ” พลอยยืนยัน “ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ นะคะ”
หญิงชรารับเงินมาด้วยมือที่สั่นเทา “ขอให้หนูมีความสุขมากๆ นะลูก”
พลอยส่งยิ้มให้หญิงชรา ก่อนจะเดินออกมาจากร้านอาหารพร้อมกับอนาวินและลูกๆ เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ การได้ช่วยเหลือผู้อื่นในวันนี้ มันเติมเต็มความสุขของเธอให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก
“ทำไมแม่ถึงใจดีกับคนแปลกหน้าขนาดนั้นล่ะครับ” ภัทรถามขณะที่เดินกลับไปที่รถ
“เพราะเราต้องช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือไงลูก” พลอยตอบ “การให้คือความสุขที่แท้จริงนะ”
“ผมเข้าใจแล้วครับแม่” ภัทรตอบ
“แล้วถ้าพีทโตขึ้น พีทก็จะเป็นแบบแม่นะครับ” พีทเสริม
พลอยยิ้มรับคำพูดของลูกชาย เธอรู้ดีว่า การปลูกฝังคุณธรรมและความดีงามให้กับลูก เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่จะมอบให้ได้
ระหว่างทางกลับบ้าน อนาวินกุมมือพลอยไว้แน่น “ผมรักคุณนะ”
“ฉันก็รักคุณค่ะ” พลอยตอบรับ
แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ท้องฟ้าแต่งแต้มไปด้วยสีส้มอมชมพู เป็นภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด พลอยมองดูภาพนั้นด้วยความรู้สึกขอบคุณในทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้รับ ชีวิตที่เคยถูกสาปส่ง ได้กลายเป็นชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยรักและความสุขอย่างแท้จริง
6,662 ตัวอักษร