กลิ่นไอรักลอยตามสายลม

ตอนที่ 12 / 42

เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน

คำถามนั้นเหมือนคมมีดกรีดแทงหัวใจ ปารมีจะยอมสารภาพหรือจะโกหก? คำโกหกจะปกป้องเธอได้จริงหรือ? แววตาของมาวินคมกริบ ราวกับจะสแกนทุกความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของปารมี เธอพยายามสงบสติอารมณ์ ความตื่นตระหนกทำให้เธอแทบจะพูดไม่ออก แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ไม่มีใครโทรมาหรอกค่ะ” ปารมีตอบเสียงเบา พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด “ฉันแค่... กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ค่ะ” มาวินเลิกคิ้วเล็กน้อย ราวกับไม่เชื่อในคำพูดของเธอ แต่เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เขาเดินเข้ามาใกล้ปารมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมที่คุ้นเคย ทำให้เธอรู้สึกทั้งหวั่นไหวและหวาดกลัวไปพร้อมกัน “คิดอะไรอยู่ครับที่ทำให้หน้าซีดขนาดนี้?” เขาเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงความอ่อนโยนเล็กน้อย ซึ่งยิ่งทำให้ปารมีสับสน เขาจะรู้ความจริงจากแม่ของเธอได้หรือเปล่า? หรือที่เขามาที่นี่ก็เพราะรู้แล้ว? “ฉัน... ฉันแค่นอนไม่หลับน่ะค่ะ” ปารมีตอบ พยายามเบี่ยงสายตาไปทางอื่น “คงเพราะอากาศร้อน…” มาวินหัวเราะเบาๆ “อากาศร้อน? หรือเพราะคิดถึงผมจนนอนไม่หลับ?” เขาเอื้อมมือมาประคองใบหน้าของเธอให้อ่อนหวานหันมาสบตาเขา “คุณปารมี... ผมรู้ว่าคุณกำลังกลัวอะไรบางอย่าง แต่ผมอยากให้คุณเชื่อใจผมนะ” คำพูดของเขาทำให้ปารมีใจเต้นแรง เธอพยายามมองลึกเข้าไปในดวงตาของมาวิน หวังจะหาคำตอบ แต่ก็ยังคงเห็นเพียงความรู้สึกที่ซับซ้อนที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ “ฉัน... ฉันก็อยากจะเชื่อใจคุณนะคะ” ปารมีเอ่ยเสียงสั่น “แต่บางเรื่องมันก็ยากเหลือเกิน” “แล้วเรามาคุยกันนะครับ” มาวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ “เราจะค่อยๆ แก้ปัญหาไปด้วยกัน ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องเผชิญหน้ากับมันคนเดียว” คำพูดของเขาฟังดูอบอุ่น และเกือบจะทำให้ปารมียอมเปิดใจ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของมาวินก็ดังขึ้น ทำให้บทสนทนาของทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก มาวินผละออกไปหยิบโทรศัพท์ เขามองหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย “ครับ... ผมกำลังจะไปครับ... มีเรื่องอะไรด่วนหรือครับ?” เขาพูดคุยโทรศัพท์เพียงไม่นาน ก่อนจะวางสายลง แล้วหันมาทางปารมี “ผมต้องไปนะครับ มีธุระด่วนนิดหน่อย” เขาบอก “คืนนี้ผมจะกลับมานะ” “จะไปไหนคะ?” ปารมีถามด้วยความกังวล “ดึกมากแล้วนะคะ” “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่เป็นไร” มาวินยิ้มบางๆ “คุณนอนพักผ่อนเถอะนะ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันต่อ” เขาเดินตรงไปยังประตู แต่ก่อนจะออกไป เขาก็หันกลับมามองปารมีอีกครั้ง “จำไว้นะครับ... ผมจะปกป้องคุณเสมอ” พูดจบ เขาก็เดินออกไป ทิ้งให้ปารมีอยู่ลำพังในห้องอีกครั้ง พร้อมกับความสับสนที่ทวีคูณขึ้น ใครโทรมาหามาวิน? ทำไมเขาถึงต้องไป? และคำพูดที่ว่า “ผมจะปกป้องคุณเสมอ” นั้น จริงใจแค่ไหน? ปารมีรู้สึกว่าเธอตกอยู่ในวังวนของความไม่แน่นอนอีกครั้ง เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนอันมืดมิด หวังว่าจะมองเห็นรถของมาวิน แต่ก็ไม่พบเห็นสิ่งใด เสียงกระซิบจากลมยามราตรี พัดพาเอาความหนาวเย็นเข้ามา ปารมีตัวสั่นเล็กน้อย เธอรีบปิดผ้าม่าน แล้วเดินกลับมาที่เตียง เธอหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งใจจะโทรหาแม่ แต่ก็ลังเล เธอไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไร หรือจะถามอะไร แม่ของเธออาจจะกำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน ทันใดนั้นเอง ไฟในห้องก็ดับวูบลง! ปารมีตกใจมาก เธอรีบควานหามือถือเพื่อใช้แสงไฟ แต่ก็ไม่พบ. ความมืดมิดปกคลุมทั่วทั้งห้อง. เสียงลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ. “มีใครอยู่ตรงนั้นคะ?” ปารมีถามเสียงสั่น น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว. เธอได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา ดังใกล้เข้ามา. ใครกัน? มาวินกลับมา? หรือเป็นใครคนอื่น? เธอพยายามรวบรวมสติ. ถ้าเป็นมาวิน เขาน่าจะบอกเธอ. หากไม่ใช่... เธอควรจะทำอย่างไร? เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าเธอ. เธอสัมผัสได้ถึงเงาบางๆ ที่ยืนอยู่ตรงนั้น. ลมหายใจของเธอสะดุด. “อย่า... อย่าเข้ามานะ!” ปารมีตะโกนสุดเสียง. แต่แล้ว เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยดังมาจากในความมืด… “ไม่ต้องกลัว... ฉันเอง” เสียงนั้น... มันไม่ใช่เสียงของมาวิน! แล้วจะเป็นใคร? ปารมีหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก. ใครกันที่กำลังหลอกหลอนเธอในคืนอันมืดมิดนี้? และเขาต้องการอะไรจากเธอ?

147 ตัวอักษร

แชร์ตอนนี้ให้เพื่อน