ตอนที่ 16 — ไขความลับจากสูตรโบราณ
อันนาก้มลงมองสมุดบันทึกโบราณในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ กระดาษเหลืองกรอบแกรบส่งเสียงเบาๆ ยามสัมผัส นิ้วเรียวไล้ไปตามตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือหวัด แต่แฝงไว้ด้วยความตั้งใจ เธอรู้สึกราวกับกำลังเดินทางย้อนเวลาไปสัมผัสกับภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ส่งต่อมาถึงรุ่นแล้วรุ่นเล่า “คุณชนะชัยคะ ดูนี่สิคะ” อันนาเงยหน้าขึ้นมองคุณชนะชัยที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาเป็นประกาย
คุณชนะชัยโน้มตัวลงมาดู “นี่คือสูตรการหมักกาแฟโบราณที่เราตามหาใช่ไหม อันนา” เขาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่แพ้กัน “ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นค่ะ” อันนาพยักหน้า “ที่นี่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกเมล็ด การหมักด้วยยีสต์ธรรมชาติ รวมถึงวิธีการอบเมล็ดที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง”
“ยีสต์ธรรมชาติ?” คุณชนะชัยเลิกคิ้ว “น่าสนใจมาก ปกติเราจะใช้ยีสต์ที่เพาะเลี้ยงขึ้นมาเฉพาะ แต่การใช้ยีสต์ธรรมชาติจากสภาพแวดล้อมโดยตรง น่าจะทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพื้นที่นั้นๆ”
“ใช่ค่ะ” อันนากล่าวต่อ “และที่สำคัญคือวิธีการอบค่ะ ในบันทึกเขียนไว้ว่าพวกเขาจะใช้เตาอบที่ทำจากดินเผา และควบคุมอุณหภูมิด้วยการสังเกตสีของควัน ไม่ได้ใช้เทอร์โมมิเตอร์เหมือนที่เราใช้กัน”
“นั่นเป็นภูมิปัญญาที่น่าทึ่งจริงๆ” คุณชนะชัยพึมพำ “การทำกาแฟในสมัยก่อนต้องอาศัยประสบการณ์และการสังเกตอย่างมาก” เขาเหลือบมองไปยังเมล็ดกาแฟที่เก็บได้จากแปลงโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะ “เราควรลองทำตามสูตรนี้เลยไหม อันนา”
อันนารู้สึกถึงความท้าทายที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น “เราต้องลองค่ะคุณชนะชัย เพื่อให้ได้รสชาติกาแฟในตำนานนั้นกลับคืนมา” เธอตอบรับอย่างหนักแน่น
“ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มกันเลย” คุณชนะชัยตัดสินใจ “อันดับแรก เราต้องคัดเลือกเมล็ดที่ดีที่สุดจากที่เราเก็บมา”
ทั้งสองคนเริ่มทำงานอย่างขะมักเขม้น การคัดเลือกเมล็ดกาแฟเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ อันนาหยิบเมล็ดกาแฟขึ้นมาทีละเม็ด พิจารณาขนาด สี และความสมบูรณ์ เธอแยกเมล็ดที่ผิดปกติออกไป
“เมล็ดพวกนี้ดูสมบูรณ์มากเลยค่ะ” อันนากล่าว “แต่ก็มีบางส่วนที่สีเข้มกว่าปกติเล็กน้อย”
“นั่นอาจเป็นเพราะการปลูกในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง” คุณชนะชัยอธิบาย “ในบันทึกมีกล่าวถึงการปลูกในร่มเงาของต้นไม้อื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาของเมล็ด”
พวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการคัดเลือกเมล็ดจนได้ปริมาณที่พอเหมาะ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการหมัก “ตามบันทึกบอกว่าต้องนำเมล็ดกาแฟมาแช่ในน้ำสะอาด แล้วปล่อยให้หมักตามธรรมชาติเป็นเวลาสามวัน โดยอุณหภูมิห้อง” อันนาอ่านบันทึกให้คุณชนะชัยฟัง
“สามวันเลยหรือ” คุณชนะชัยทวนคำ “นานกว่าที่เราเคยหมักเสียอีก”
“ใช่ค่ะ และเขาไม่ได้บอกถึงการควบคุมอุณหภูมิที่แน่นอน แค่บอกว่า ‘หมักในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก’ ฉันคิดว่าเราคงต้องพึ่งพาสัญชาตญาณของเราในการดูแลมัน” อันนากล่าว
“ไม่เป็นไร” คุณชนะชัยยิ้มให้ “เรามีเวลากันอยู่แล้ว และนี่คือส่วนหนึ่งของความท้าทายในการตามหารสชาติในตำนาน”
พวกเขาเตรียมถังสำหรับหมักกาแฟ ใส่น้ำสะอาดลงไป แล้วนำเมล็ดกาแฟที่คัดแล้วลงไปแช่ อันนาปิดฝาถังหลวมๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
“ระหว่างรอการหมัก เรามาเตรียมการเรื่องการอบเมล็ดกันก่อนดีไหมคะ” อันนาเสนอ
“ความคิดดี” คุณชนะชัยเห็นด้วย “บันทึกบอกว่าใช้เตาอบดินเผา เราพอจะมีที่ไหนที่สามารถดัดแปลงเพื่อจำลองลักษณะของเตาอบแบบนั้นได้บ้าง”
พวกเขาเดินสำรวจรอบๆ โรงงานกาแฟและไร่กาแฟ มองหาวัสดุที่เหมาะสม “ตรงนั้นไง” คุณชนะชัยชี้ไปยังมุมหนึ่งของโรงงาน “มีอิฐดินเผากองอยู่ ลองดูสิ อาจจะพอสร้างเป็นลักษณะเตาอบแบบง่ายๆ ได้”
อันนาและคุณชนะชัยช่วยกันขนอิฐดินเผามาที่ลานว่างหลังโรงงาน พวกเขาวางแผนการสร้างเตาอบอย่างคร่าวๆ โดยอ้างอิงจากภาพวาดในบันทึกที่แสดงให้เห็นลักษณะโครงสร้างของเตาอบโบราณ
“เราต้องทำให้มีช่องสำหรับใส่ฟืน และช่องระบายอากาศ” อันนาอธิบาย “ส่วนด้านบนเราอาจจะใช้แผ่นโลหะแทนที่จะเป็นดินเผาเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมความร้อน”
“แล้วเรื่องการควบคุมอุณหภูมิที่เราบอกว่าเขาใช้การสังเกตสีของควันล่ะ” คุณชนะชัยถาม “เราจะทำได้อย่างไร”
“ฉันคิดว่าเราอาจจะต้องฝึกสังเกต” อันนาตอบ “ลองเผาฟืนในสภาพแวดล้อมต่างๆ แล้วดูว่าควันมีลักษณะอย่างไร สีอะไร แล้วค่อยๆ นำไปปรับใช้กับการอบจริง”
“นั่นเป็นวิธีที่ต้องอาศัยความละเอียดและประสบการณ์มากจริงๆ” คุณชนะชัยกล่าว “แต่เพื่อรสชาติในตำนาน เราต้องลอง”
ทั้งสองคนใช้เวลาช่วงบ่ายในการสร้างเตาอบดินเผาจำลอง พวกเขาก่ออิฐทีละก้อนอย่างตั้งใจ สลับกับการอ่านบันทึกเพื่อตรวจสอบรายละเอียด
“คุณชนะชัยคะ” อันนาเรียก “ในบันทึกบอกอีกว่า ‘ต้องอบเมล็ดจนได้สีเหลืองทองอร่าม และเมื่อสัมผัสแล้วต้องมีความกรอบเหมือนทองคำ’ คำว่า ‘กรอบเหมือนทองคำ’ นี่มันสื่อถึงอะไรคะ”
คุณชนะชัยหยุดมือจากการก่ออิฐ หันมามองอันนา “หมายถึงความกรอบที่กำลังพอดี ไม่แห้งจนเกินไป และไม่เหนียวจนเกินไป เป็นความกรอบที่คงความชุ่มชื้นภายในเมล็ดไว้ได้” เขาอธิบาย “เป็นลักษณะที่ต้องอาศัยการสัมผัสเพื่อประเมิน”
“เข้าใจแล้วค่ะ” อันนาพยักหน้า “เหมือนกับที่เราประเมินความสุกของผลไม้หรือความกรอบของขนม”
พวกเขาทำงานกันจนตะวันลับขอบฟ้า เตาอบดินเผาจำลองเริ่มเป็นรูปร่างอย่างที่พวกเขาคาดหวัง แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
“วันนี้เราได้อะไรหลายอย่างเลยนะ อันนา” คุณชนะชัยกล่าว พลางปาดเหงื่อที่ไหลซึมบนหน้าผาก “ได้สูตรการหมัก และได้เริ่มสร้างเครื่องมือในการอบด้วย”
“ใช่ค่ะ” อันนารู้สึกเหนื่อยแต่ก็มีความสุข “ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเข้าใกล้ความฝันมากขึ้นเรื่อยๆ”
“ความฝันของเรา” คุณชนะชัยเน้นย้ำ “เราจะทำให้รสชาติกาแฟในตำนานกลับมาอีกครั้ง”
เขายื่นมือไปแตะมืออันนาเบาๆ อันนารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านปลายนิ้ว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคุณชนะชัย แววตาของทั้งคู่สื่อถึงความผูกพันที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ไม่ใช่แค่ในเรื่องของกาแฟ แต่รวมถึงความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น
“พรุ่งนี้เช้าเรามาดูกันว่าเมล็ดกาแฟหมักของเราเป็นอย่างไรบ้าง” อันนากล่าว พลางดึงมือกลับอย่างแผ่วเบา
“แน่นอน” คุณชนะชัยตอบรับ “คืนนี้ ฉันจะฝันถึงกาแฟในตำนานแน่นอน”
ทั้งสองคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน โดยมีความหวังและความตื่นเต้นเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจ ค่ำคืนนั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดของไร่กาแฟ กลิ่นอายของเมล็ดกาแฟที่กำลังหมัก และโครงสร้างของเตาอบดินเผาที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่าการเดินทางสู่รสชาติในตำนานกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น และความลับที่ถูกซ่อนเร้นมานาน กำลังจะค่อยๆ ถูกเปิดเผย
5,209 ตัวอักษร