ดวงใจดุจดาวพร่างพรายในธารา

ตอนที่ 16 / 43

ตอนที่ 16 — ภาพหลักฐานที่ปรากฏต่อหน้า

"ใจเย็นๆ มุกดา" ลดาตะโกนสวนเสียงลมที่หวีดหวิวขณะประคองเรือเล็กที่สั่นคลอน การไล่ล่ากลางทะเลในคืนพายุเช่นนี้เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เธอพยายามบังคับเรือให้เลี้ยวหลบคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แสงไฟจากเรือตรวจการณ์ยังคงสาดส่องไม่ยอมห่าง ราวกับเงาตามตัวที่คอยบีบคั้น "ฉันจะพาเราออกจากตรงนี้ให้ได้" "แต่พี่ลดา..." มุกดาพยายามจะพูดต่อ แต่เสียงของเธอก็ถูกกลืนหายไปกับเสียงฟ้าร้องที่ดังครืนครั่น ดวงตาของเธอมองไปยังอุปกรณ์บันทึกข้อมูลในมือ สภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้การทำงานของมันติดขัดเป็นบางครั้ง แต่สิ่งที่บันทึกได้เมื่อครู่คือสิ่งสำคัญที่สุด "เราต้องทำลายหลักฐานก่อนที่พวกเขาจะจับเราได้!" มุกดาพูดเสียงดังขึ้น เธอรู้ดีว่าสิ่งที่พวกเธอค้นพบมันอันตรายแค่ไหน การมีหลักฐานในครอบครองอาจหมายถึงความหายนะของใครบางคน หรือแม้แต่ตัวของพวกเธอเอง ลดาหันมามองมุกดา แววตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว "ฉันรู้... แต่ตอนนี้เราต้องเอาชีวิตให้รอดก่อน ถ้าเรือเราพลิกคว่ำ หลักฐานทั้งหมดก็จะจมหายไปกับทะเลอยู่ดี" เธอกลั้นใจหักเลี้ยวเรือหลบคลื่นที่สูงท่วมหัว เรือประมงลำเล็กกระเดื่องขึ้นลงอย่างรุนแรง จนทั้งสองแทบจะทรงตัวไม่อยู่ "พี่ลดาคะ... ดูนั่น!" มุกดาชี้ไปยังเบื้องหน้า ท่ามกลางม่านฝนที่โปรยปราย เธอเห็นเงาตะคุ่มของบางอย่างโผล่พ้นน้ำขึ้นมา มันเป็นซากเรือเก่าแก่ที่ผุพังจมอยู่ใต้น้ำบางส่วน โชคดีที่มันเป็นแหล่งกำบังชั้นดีจากคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ "นั่นมัน..." ลดาจำได้ทันที มันคือซากเรือโบราณที่ชาวบ้านเล่าลือกันว่าเป็นจุดต้องห้าม เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยตำนานและความเชื่อต่างๆ นานา "เป็นโอกาสของเราแล้ว! มุกดา เตรียมตัวให้พร้อม!" ลดาบังคับเรือให้แล่นเข้าไปใกล้ซากเรือโบราณนั้นอย่างรวดเร็ว หวังว่าจะใช้มันเป็นที่หลบภัยชั่วคราว เสียงเครื่องยนต์ของเรือตรวจการณ์ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกเขากำลังจะตามมาทัน "พี่ลดา เราจะทำอะไรคะ?" มุกดาถาม พลางกอดอุปกรณ์บันทึกข้อมูลไว้แน่น "เราจะหลบในนี้สักพัก ถ้าคลื่นลมสงบลง หรือถ้าเราหาจังหวะเหมาะๆ ได้ เราจะหาทางออกจากที่นี่" ลดาตอบพลางพยายามประคองเรือให้เข้าเทียบกับโครงสร้างที่โผล่พ้นน้ำของซากเรือ "ที่สำคัญที่สุดคือต้องรักษาชีวิตของเราไว้ก่อน" เมื่อเรือเข้ามาถึงบริเวณที่กำบังจากซากเรือ คลื่นลมก็ดูเหมือนจะสงบลงไปบ้าง แต่เสียงฝนและลมก็ยังคงดังไม่หยุดหย่อน เรือตรวจการณ์ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คอยส่องไฟสอดแนมไปทั่วบริเวณ "พวกมันยังไม่ไปไหน" มุกดากระซิบ "เหมือนจะรู้ว่าเราอยู่แถวนี้" "พวกเขาอาจจะแค่สุ่มตรวจการณ์ หรืออาจจะได้รับแจ้งเบาะแสบางอย่าง" ลดาตอบ พลางมองออกไปนอกเรือ เธอเห็นเงาตะคุ่มของเรือตรวจการณ์ที่ยังคงวนอยู่ไม่ไกล "เราต้องรอจังหวะ" มุกดาเปิดดูข้อมูลในอุปกรณ์บันทึกข้อมูลอีกครั้ง ภาพที่ได้มายังคงชัดเจน ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ มันคือภาพของถังสารเคมีที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเลอย่างผิดกฎหมาย ภาพการขนย้ายที่ไม่น่าไว้วางใจ และที่สำคัญที่สุด คือภาพใบหน้าของบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาเกาะ ซึ่งเป็นคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเข้ามาพัวพันกับเรื่องสกปรกเช่นนี้ "พี่ลดาคะ... ฉันเจอแล้วค่ะ" มุกดาพูดเสียงเบา แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น "ฉันเจอภาพหลักฐานที่ชัดเจนมาก... เห็นแม้กระทั่งใบหน้าของ... คุณวิรัช" ลดาชะงักไปเล็กน้อย ชื่อของคุณวิรัช ชายผู้มีอิทธิพลและเป็นหัวเรือใหญ่ของโครงการพัฒนาเกาะผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ "คุณวิรัชเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้..." "แต่เป็นไปได้ค่ะพี่ลดา" มุกดาคะยั้นคะยอ "ภาพนี้... มันชัดเจนมาก เขาอยู่ที่นั่นจริงๆ และดูเหมือนจะเป็นผู้สั่งการเสียด้วย" ลดาเงียบไป เธอพยายามประมวลผลข้อมูลที่มุกดาบอก ภาพทั้งหมดที่เห็นเมื่อครู่ ผนวกกับข้อมูลที่ได้มาในวันนี้ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์ทั้งหมดได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อันตรายอย่างยิ่งยวด "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง..." ลดาครุ่นคิด "นี่มันเรื่องใหญ่กว่าที่เราคิดไว้มากนัก" "เราต้องทำยังไงคะ?" มุกดาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ถ้าพวกนั้นจับเราได้ แล้วเจอหลักฐานนี้... เราอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง" "เราต้องทำให้หลักฐานนี้ปลอดภัย" ลดาตัดสินใจ "ก่อนอื่น เราต้องออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน" เธอสังเกตการณ์เรือตรวจการณ์ที่ยังคงวนเวียนอยู่ภายนอก เสียงเครื่องยนต์ของมันดังขึ้นเมื่อมันเปลี่ยนทิศทางการค้นหา ลดาเห็นช่องว่างบางอย่าง "ตอนนี้แหละ! มุกดา เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม!" ลดาค่อยๆ สตาร์ทเครื่องยนต์เรืออย่างแผ่วเบา เคลื่อนเรือออกจากที่กำบังอย่างช้าๆ หวังว่าคลื่นลมที่ยังคงแรงจะช่วยกลบเสียงเครื่องยนต์และอำพรางการเคลื่อนไหวของพวกเธอได้ เรือเล็กๆ ลอยละลิ่วไปตามแรงคลื่น มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของผืนทะเลที่ยังคงบ้าคลั่ง "พวกมันตามมาแล้ว!" เสียงมุกดาดังขึ้นเมื่อเธอเห็นแสงไฟสปอตไลท์สาดมายังเรือของพวกเธออีกครั้ง "เร่งเครื่องเต็มที่!" ลดาตะโกน เธอรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ที่ทำงานหนักขึ้น การไล่ล่ากลับมาอีกครั้ง คราวนี้อันตรายยิ่งกว่าเดิม เพราะพวกเขารู้แล้วว่าพวกเธอมีอะไรอยู่ในมือ "พี่ลดาคะ... สัญญาณขาดหายไปแล้ว!" มุกดาร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก "อุปกรณ์บันทึกข้อมูล... สัญญาณมันหายไปแล้ว!" "อะไรนะ!" ลดาหันมามองมุกดาด้วยความตกใจ "สัญญาณขาดหายไปหมายความว่าไง?" "คือ... คือมันอาจจะถูกรบกวนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือไม่ก็... ถูกทำให้เสียหายค่ะ" มุกดาตอบ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวังและหวาดกลัว "เราอาจจะเสียหลักฐานทั้งหมดไปแล้วก็ได้" ลดาหลับตาลงชั่วครู่ พยายามสงบสติอารมณ์ "ไม่เป็นไร... ถ้าอุปกรณ์เสีย เรายังมีอย่างอื่น" เธอพูดพลางมองไปยังมือของตัวเองที่กำลังบังคับหางเสือเรืออย่างมั่นคง "ฉันจำทุกอย่างที่เห็นได้" "แต่พี่ลดา..." "ฟังฉันนะมุกดา" ลดาหันมาสบตามุกดาอย่างจริงจัง "เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เราทำในสิ่งที่ถูกต้องมาตลอด เราจะยอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้" ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์ของเรือตรวจการณ์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าจนแสบตา ลดาเห็นเงาของเรือตรวจการณ์ที่พยายามจะแซงขึ้นมาประกบข้าง "หลบทาง!" เสียงตะโกนดังมาจากเรือตรวจการณ์ "เราไม่สามารถหลบได้!" ลดาตะโกนกลับ เธอพยายามบังคับเรือให้หลบ แต่คลื่นลมที่รุนแรงทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก "พวกมันจะชนเรา!" มุกดาร้องเสียงหลง ลดาตัดสินใจหักเลี้ยวเรืออย่างกะทันหัน หลบการชนอย่างฉิวเฉียด แต่แรงปะทะจากคลื่นลูกใหญ่ก็ทำให้เรือของเธอเสียการทรงตัวอย่างรุนแรง "อ๊าก!" เสียงร้องของมุกดาดังขึ้น เมื่อเธอเสียหลักล้มลงไปบนพื้นเรือ อุปกรณ์บันทึกข้อมูลหลุดมือกลิ้งไปตามแรงกระแทก "มุกดา!" ลดาตะโกนด้วยความตกใจ เธอพยายามจะประคองเรือ แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ

5,353 ตัวอักษร