ตอนที่ 30 — สวนผลไม้ที่เต็มไปด้วยความหวัง
เช้าวันต่อมาหลังจากงานอีเวนต์อันประสบความสำเร็จ นัทตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า เธอเดินเข้าไปในร้านกาแฟ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากสวนผลไม้ที่อยู่ไม่ไกล ทำให้บรรยากาศยามเช้าดูมีชีวิตชีวา
เธอเดินออกไปที่สวน เห็นทีมงานของธีรภัทรบางส่วนกำลังเก็บอุปกรณ์ และเก็บกวาดพื้นที่ที่ใช้ในการจัดงานอย่างเป็นระเบียบ ธีรภัทรเองก็อยู่ในชุดลำลอง ยืนคุยกับหัวหน้าทีมงานของเขา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” นัททักทายเมื่อเดินเข้าไปใกล้
ธีรภัทรหันมายิ้มให้เธอ “อรุณสวัสดิ์ครับคุณนัท งานเมื่อคืนจบลงอย่างสวยงามมากเลยนะครับ”
“ใช่ค่ะ ฉันดีใจมากที่ทุกอย่างออกมาดี” นัทตอบ “และฉันก็ต้องขอบคุณคุณธีรภัทรอีกครั้งที่ทำให้ฝันของฉันเป็นจริง”
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ” ธีรภัทรกล่าว “ที่ให้โอกาสผมได้แสดงศักยภาพ และได้รู้จักกับคุณ”
หัวหน้าทีมงานของธีรภัทรขอตัวไปดูแลงานส่วนอื่น นัทและธีรภัทรจึงเหลือกันอยู่เพียงลำพัง
“เมื่อคืน… ผมอยากจะบอกว่า…” ธีรภัทรเริ่มต้น แต่ดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อย
นัทมองเขาด้วยความเข้าใจ “ฉันรู้ค่ะ” เธอพูดเบาๆ “ฉันรู้สึกเหมือนกัน”
ธีรภัทรยิ้มกว้าง “งั้น… เราจะลองดูกันไหมครับ”
“ค่ะ” นัทตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ฉันพร้อมที่จะลอง”
ธีรภัทรเดินเข้ามาใกล้นัทเล็กน้อย “ผมอยากจะชวนคุณไปทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารแห่งใหม่ของผมในเมืองคืนนี้น่ะครับ ถ้าคุณไม่ติดอะไร”
“ฉันไม่ติดค่ะ” นัทตอบรับอย่างรวดเร็ว “ฉันยินดีค่ะ”
“เยี่ยมเลยครับ” ธีรภัทรกล่าว “แล้ว… ผมจะแวะมารับคุณที่ร้านกาแฟของคุณตอนหกโมงเย็นนะครับ”
“ได้ค่ะ” นัทพยักหน้า
เมื่อธีรภัทรขอตัวไปดูแลงานต่อ นัทก็เดินกลับเข้าไปในร้านกาแฟ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความสุข เธอคิดถึงบทสนทนาเมื่อคืน และการตอบรับคำชวนของธีรภัทร มันเหมือนกับว่าทุกอย่างที่เคยเป็นอุปสรรคระหว่างเธอกับเขา ได้ถูกแสงแดดแห่งความเข้าใจและความรู้สึกดีๆ สาดส่องจนจางหายไปหมดแล้ว
ตลอดทั้งวัน นัทเตรียมตัวสำหรับมื้อค่ำกับธีรภัทร เธอเลือกชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่เธอชอบเป็นพิเศษ แต่งหน้าบางๆ และปล่อยผมยาวสลวย เธอรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อถึงเวลาหกโมงเย็น ธีรภัทรก็มาถึงตามนัด เขามาในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูภูมิฐาน แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น สายตาของเขามองมาที่นัทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“คุณดูสวยมากเลยครับคุณนัท” ธีรภัทรกล่าวชมด้วยความจริงใจ
“ขอบคุณค่ะ คุณธีรภัทรเองก็ดูดีมากเช่นกันค่ะ” นัทตอบ เขินๆ
ทั้งสองเดินทางไปยังร้านอาหารแห่งใหม่ใจกลางเมือง ร้านอาหารแห่งนี้มีการตกแต่งที่ทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ มีการใช้แสงไฟจากโซลาร์เซลล์เข้ามาช่วยในการตกแต่งบางส่วน ซึ่งนัทเองก็รู้สึกประทับใจ
ตลอดมื้อค่ำ บทสนทนาของทั้งสองเต็มไปด้วยความราบรื่นและสนุกสนาน พวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิต ความฝัน และเป้าหมายต่างๆ ธีรภัทรเล่าถึงความท้าทายในการทำธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ และความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคม ขณะที่นัทก็เล่าถึงความหลงใหลในธุรกิจกาแฟออร์แกนิก และความตั้งใจที่จะส่งเสริมเกษตรอินทรีย์
“ผมดีใจนะครับที่ได้รู้จักกับคุณ” ธีรภัทรกล่าวขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งจิบไวน์ “ผมไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตผมจะมาถึงจุดนี้ และได้เจอคนที่เข้าใจผมในหลายๆ เรื่อง”
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” นัทตอบ “ฉันเคยคิดว่าการมีเพื่อนบ้านอย่างคุณคงจะเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ตอนนี้… ฉันกลับรู้สึกดีใจที่มีคุณอยู่ข้างบ้าน”
ธีรภัทรเอื้อมมือไปกุมมือนัทไว้บนโต๊ะ “ผมอยากจะขอโอกาสที่จะได้ดูแลคุณนะครับ”
นัทมองเข้าไปในดวงตาของเขา เธอยิ้มอย่างอ่อนหวาน “ฉันก็หวังว่าเราจะได้มีโอกาสนั้นนะคะ”
เมื่อมื้อค่ำสิ้นสุดลง ธีรภัทรไปส่งนัทที่ร้านกาแฟของเธอ เขายืนอยู่หน้าประตูร้าน จ้องมองเข้าไปในดวงตาของนัท
“ผมจะโทรหาคุณนะครับ” ธีรภัทรกล่าว
“ค่ะ” นัทตอบรับ
ธีรภัทรโน้มตัวลงไปจุมพิตที่หน้าผากของนัทอย่างแผ่วเบา “ราตรีสวัสดิ์ครับ”
นัทมองตามหลังธีรภัทรไปจนเขาจากไป เธอยืนนิ่งอยู่หน้าประตูร้านกาแฟ หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสุขและความหวัง สวนผลไม้ของเธอที่เคยมีเพียงเสียงนกร้องและความเงียบสงัด บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักและความผูกพัน ดั่งเช่นเดียวกับกลิ่นไอแดดที่อบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
3,402 ตัวอักษร