ตอนที่ 22 — ความหวังใหม่หลังพายุผ่าน
รินดาก้าวออกจากบ้านหลังเก่าของทัชด้วยหัวใจที่เบาหวิว การพูดคุยกับคุณนายอารีย์เมื่อช่วงบ่ายคลายปมในใจที่เธอเคยรู้สึกได้มากทีเดียว คำพูดของคุณแม่ของทัชสะท้อนถึงความรัก ความห่วงใย และความเข้าใจที่มีต่อลูกชายอย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าเธอได้เห็นภาพตัวตนของทัชในอีกมุมหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูแข็งกระด้าง รินดารู้ดีว่าการเปิดใจของทัชเรื่องราวในอดีตนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเขา การที่เขากล้าเล่าให้เธอฟัง แสดงว่าเขาไว้ใจและเห็นคุณค่าในตัวเธอมากเพียงใด ความรู้สึกผิดหวังและความระแวงในครั้งแรกที่พบกัน ค่อยๆ จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจ
“คุณทัชคะ” รินดาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นทัชกำลังยืนมองท้องฟ้าอยู่ที่ระเบียงบ้านของเธอ แสงไฟสลัวจากโคมไฟริมระเบียงสะท้อนบนแว่นตากันแดดที่เขาไม่ถอดออก แม้ว่าพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้วก็ตาม “นึกว่าจะกลับไปพักผ่อนแล้วเสียอีก”
ทัชหันมามองรินดา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า “กำลังคิดอะไรเพลินๆ ครับ คุณรินดาคงเพิ่งกลับมาจากบ้านคุณแม่”
“ค่ะ” รินดาเดินเข้าไปหา ยืนเคียงข้างเขา “คุณแม่ของคุณทัชใจดีจังเลยค่ะ ฉันรู้สึกเหมือนได้คุยกับญาติผู้ใหญ่ที่สนิทสนม”
“คุณแม่ผมน่ะครับ แกเป็นคนเปิดเผย มีอะไรก็พูดตรงๆ” ทัชว่าพลางถอนหายใจแผ่วเบา “บางทีก็ตรงเกินไปจนผมเองก็เหนื่อยใจเหมือนกัน”
“แต่คุณแม่รักคุณทัชมากนะคะ” รินดากล่าวอย่างมั่นใจ “ฉันสัมผัสได้ถึงความรักที่คุณแม่มีให้คุณทัชเลย”
“ผมรู้ครับ” ทัชหันมาสบตารินดา ดวงตาของเขาอ่อนลง “ผมโชคดีที่มีคุณแม่แบบนี้ ถึงแม้ว่าเราจะมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่แกก็เป็นคนที่ผมรักและผูกพันมากที่สุด”
บรรยากาศรอบตัวทั้งสองเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมเย็นๆ พัดเอื่อยๆ ยามค่ำคืน รินดาเหลือบมองทัช เขาดูผ่อนคลายกว่าที่เคยเห็น อาจเป็นเพราะการได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่เก็บกดมานาน หรืออาจเป็นเพราะการได้อยู่ใกล้เธอในตอนนี้
“แล้วคุณล่ะครับ” ทัชเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “รู้สึกยังไงบ้างหลังจากได้คุยกับคุณแม่ผม”
รินดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย “ฉัน… ฉันรู้สึกดีขึ้นมากค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาทัช “ฉันรู้สึกเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น อย่างที่บอกค่ะ ความรู้สึกผิดหวังที่เคยมีมันค่อยๆ จางหายไปจริงๆ”
“ผมดีใจที่คุณรู้สึกแบบนั้น” ทัชกล่าว เขายื่นมือออกมาคว้ามือของรินดาไว้ มือของเขากอบกุมมือของเธอไว้แน่น อบอุ่นจนรินดารู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านปลายนิ้ว “ผมขอโทษอีกครั้งนะครับที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดี”
“ไม่เป็นไรค่ะ” รินดากล่าวเสียงเบา “ทุกคนก็มีอดีต และบางทีอดีตก็หลอกหลอนเราได้เสมอ”
“แต่คุณไม่เคยหลอกหลอนผมเลยนะครับ” ทัชพูดพลางบีบมือรินดาเบาๆ “คุณคือแสงสว่างจริงๆ”
คำพูดนั้นทำให้รินดารู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่เธอได้รับคำพูดที่สวยงามเช่นนี้จากผู้ชายที่เคยทำให้เธอรู้สึกแย่มาก่อน “คุณทัชก็เหมือนกันค่ะ” เธอเงยหน้ามองเขา “คุณเป็นเหมือนไออุ่นที่ค่อยๆ ละลายความเย็นชาในใจฉัน”
ทัชยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม “งั้นเราก็เหมือนเตาผิงข้างบ้าน ที่ให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกันสินะครับ”
รินดาหัวเราะเบาๆ “ใช่ค่ะ เหมือนเลย”
ทั้งสองยืนจับมือกันอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกดีๆ ค่อยๆ ก่อตัวและเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของกันและกัน เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ก็เต็มไปด้วยความหมาย รินดาไม่เคยคิดว่าชีวิตของเธอจะพลิกผันได้ขนาดนี้ เพียงแค่การได้ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านคนใหม่ ได้ซ่อมแซมบ้านเก่าหลังหนึ่ง และได้พูดคุยกับแม่ของเขา เธอได้ค้นพบความสุขและความหวังที่เคยคิดว่าได้สูญเสียไปตลอดกาล
“ค่ำแล้วครับ” ทัชกล่าวพลางปล่อยมือจากรินดา “เดี๋ยวผมจะไปเตรียมเครื่องมือสำหรับพรุ่งนี้ต่อ”
“ค่ะ” รินดาพยักหน้า “ฉันก็จะกลับไปพักผ่อนเหมือนกันค่ะ”
“ราตรีสวัสดิ์นะครับ คุณรินดา” ทัชกล่าว ดวงตาของเขายังคงทอประกายแห่งความหวัง
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณทัช” รินดาตอบกลับ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า เธอเดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้ทัชยืนอยู่กับความคิดและความรู้สึกที่เพิ่งจะค้นพบใหม่
3,221 ตัวอักษร