ตอนที่ 4 — แสงสว่างริบหรี่
การรอคอยผลการรักษาเป็นเหมือนการทรมานที่ค่อยๆ บั่นทอนจิตใจของทศพลและอรุณี ทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ทั้งสองนึกถึงคืออาการของดิน ความหวังและกำลังใจที่เคยมีก็เริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปแต่อาการของลูกชายก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร
“คุณหมอคะ” อรุณีเดินเข้าไปหาคุณหมอประจำตัวของดิน ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “อาการน้องดินเป็นยังไงบ้างคะ”
คุณหมอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อาการของน้องดินยังคงทรงตัวครับ การตอบสนองต่อการรักษาค่อนข้างช้า”
“ช้า…” อรุณีทวนคำ “หมายความว่ายังไงคะ”
“หมายความว่า… ร่างกายของน้องยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควรครับ” คุณหมอตอบ “เราก็ยังคงต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด”
ทศพลที่ยืนอยู่ข้างๆ กอดไหล่ของอรุณีไว้แน่น เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างของเธอ “แล้ว… มีวิธีอื่นอีกไหมครับคุณหมอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุม “เราพอจะทำอะไรได้อีกบ้าง”
“ตอนนี้เราได้ให้การรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้แล้วครับ” คุณหมอตอบ “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสภาพจิตใจของคนไข้ และกำลังใจจากครอบครัว”
“กำลังใจ…” อรุณีพึมพำ “เราก็ให้กำลังใจเขาตลอดนะคะ”
“ผมเชื่ออย่างนั้นครับ” คุณหมอพยักหน้า “แต่บางครั้ง… สภาพจิตใจก็เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น และยากที่จะควบคุม”
ทศพลมองหน้าอรุณี เขาเห็นความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวังฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอ เขาเข้าใจดีว่าการต้องมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายเช่นนี้ มันบั่นทอนจิตใจของคนเป็นแม่มากเพียงใด
“ขอบคุณครับคุณหมอ” ทศพลกล่าว “เราจะทำทุกอย่างที่เราทำได้”
หลังจากพูดคุยกับคุณหมอเสร็จ ทั้งสองก็เดินกลับมาที่ห้องของดิน ทศพลนั่งลงข้างเตียง มองใบหน้าลูกชายที่ยังคงหลับใหล เขารู้สึกผิดเสมอเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เขาห่างหายไปจากชีวิตของลูก
“ฉัน… ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่ที่แย่” อรุณีพูดขึ้นมา น้ำเสียงสั่นเครือ “ทำไมฉันถึง… ถึงไม่สามารถทำอะไรให้น้องดินดีขึ้นได้เลย”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกอรุณี” ทศพลรีบพูด “คุณทำดีที่สุดแล้ว”
“แต่… มันยังไม่พอ” เธอพูด พลางน้ำตาคลอ “ฉันอยากให้น้องดินตื่นขึ้นมา มองหน้าฉัน แล้วบอกว่า… แม่ครับ”
ทศพลดึงอรุณีเข้ามาสวมกอด “เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ” เขาปลอบ “เราต้องเชื่อว่าดินจะหาย”
อรุณีซบหน้าลงบนอกของทศพล ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมา เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและความมั่นคงที่แผ่ซ่านมาจากอ้อมกอดของเขา มันเป็นความรู้สึกที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว
“ขอบคุณนะทศพล” เธอพูดเสียงเบา “ที่อยู่ตรงนี้”
“ผมก็ขอบคุณคุณเหมือนกัน” เขาตอบ “ที่ทำให้ผมได้รู้ว่า… ความเป็นพ่อแม่มันสำคัญแค่ไหน”
ทั้งสองนั่งกอดกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ผละออกจากกัน อรุณีเช็ดน้ำตาของตัวเอง “ฉันต้องเข้มแข็ง” เธอพูดกับตัวเอง “เพื่อดิน”
“ใช่” ทศพลเห็นด้วย “เราต้องเข้มแข็ง”
ในอีกไม่กี่วันต่อมา อาการของดินก็เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นเล็กน้อย การตอบสนองต่อยาเริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น การหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอขึ้น แต่ก็ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต
“เห็นไหม” ทศพลยิ้มอย่างมีความหวัง “ผมบอกแล้วว่าเราต้องเชื่อ”
อรุณีพยักหน้า น้ำตาแห่งความดีใจไหลรินออกมา “ดีใจที่สุดเลยค่ะ”
“คุณหมอว่าไงบ้าง” เธอถาม
“คุณหมอบอกว่า… เป็นสัญญาณที่ดี” ทศพลตอบ “แต่ก็ยังต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด”
“ยังไงเราก็ต้องสู้ต่อไป” อรุณีกล่าว “เพื่อดิน”
“แน่นอน” ทศพลยืนยัน
แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น แต่ความตึงเครียดระหว่างทศพลกับอรุณียังคงมีอยู่ บทสนทนาของทั้งสองยังคงวนเวียนอยู่กับการดูแลดินเป็นส่วนใหญ่ แต่บางครั้งก็มีร่องรอยของความสัมพันธ์ในอดีตที่ผุดขึ้นมาให้เห็น
“ตอนเราแต่งงานกัน คุณเคยบอกว่าจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่น” อรุณีพูดขึ้นมาในวันหนึ่งขณะที่เธอนั่งเฝ้าดิน “แต่สุดท้าย… มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น”
ทศพลเงียบไป เขารู้ดีว่าคำพูดนั้นเป็นความจริง “ผม… ผมขอโทษ”
“ฉันก็ขอโทษเหมือนกัน” อรุณีพูด “บางที… เราอาจจะยังเด็กเกินไป”
“ใช่” ทศพลพยักหน้า “เราอาจจะยังไม่พร้อม”
“แล้วตอนนี้… เราพร้อมหรือยัง” อรุณีถามคำถามที่ทำให้ทศพลต้องขบคิด
ทศพลมองหน้าอรุณี เขามองเห็นความหวังและความลังเลอยู่ในแววตาของเธอ “ผม… ผมไม่แน่ใจ” เขาตอบตามตรง “แต่ผมรู้ว่า… ตอนนี้เรามีสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำ”
“ก็คือ… รักษาน้องดิน” อรุณีสรุป
“ใช่” ทศพลยืนยัน
ทั้งสองกลับมามีความหวังอีกครั้ง แต่ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนรออยู่เบื้องหน้า การฟื้นตัวของดินยังคงเป็นเครื่องพิสูจน์ความสัมพันธ์ของพวกเขา และเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของครอบครัวที่กำลังจะกลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง
3,589 ตัวอักษร