เลือดขัตติยะร้าวฉาน

ตอนที่ 1 / 49

ตอนที่ 1 — อัสดงแห่งอำนาจ แสงสุดท้าย

บ้านพระยาอัศวรักษ์ ยามนี้ดูเงียบสงัดผิดปกติ ยามบ่ายแก่ๆ แสงสีทองสาดส่องลอดม่านลูกไม้สีขาวบางๆ เข้ามาจับต้องฝุ่นละอองที่ลอยวนอย่างเชื่องช้าในอากาศ กลิ่นกำยานจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นยาจีนที่คุ้นเคย ลอยอวลอยู่ในโถงรับแขกอันโอ่อ่า ยิ่งตอกย้ำถึงความร่มครึ้มของบุรุษสูงวัยผู้เป็นเจ้าของบ้าน พระยาอัศวรักษ์ หรือท่านเจ้าคุณ ท่านกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หวายตัวโปรด ใบหน้าเปื้อนริ้วรอยตามกาลเวลา ดวงตาที่เคยฉายแววเฉียบคมบัดนี้อ่อนล้าลงมาก ทว่ายังคงฉายแววแห่งปัญญาและความเด็ดเดี่ยวที่สั่งสมมาตลอดชีวิต “ท่านเจ้าคุณ มีแขกมาครับ” เสียงของบุญส่ง คนรับใช้คู่ใจดังขึ้น แผ่วเบา แทบไม่รบกวนความสงบของท่านเจ้าคุณ “ใครกัน ยามนี้” ท่านเจ้าคุณถามเสียงแหบพร่า พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นนวดขมับ “ไม่ใช่พวกที่มาขอเงินอีกนะบุญส่ง ข้าเหนื่อยจะรับมือแล้ว” “ไม่ใช่ครับท่าน เป็นคุณหญิงกุหลาบกับคุณชายเล็กครับ” บุญส่งรายงาน พลางก้มหน้าลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเวลาเช่นนี้ ใครคือผู้ที่จะทำให้ท่านเจ้าคุณใจอ่อนลงได้ “อืม เข้ามาสิ” ท่านเจ้าคุณถอนหายใจแผ่วเบา ประตูไม้สักถูกแง้มออกอย่างนุ่มนวล คุณหญิงกุหลาบ ภรรยาคนที่สองของท่านเจ้าคุณ ก้าวเข้ามาพร้อมกับบุตรชายคนเล็ก คุณชายอานนท์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “คุณชายเล็ก” คุณหญิงกุหลาบแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีเข้ม สง่างามตามวัย แต่แววตาของเธอดูฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด ส่วนคุณชายเล็ก หนุ่มน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววแห่งความทะเยอทะยานอย่างชัดเจน “ท่านพ่อ เพคะ” คุณหญิงกุหลาบก้มลงกราบที่ตักสามีอย่างอ่อนน้อม “ลูกไปเยี่ยมท่านพ่อมาเพคะ” “มาแล้วรึ” ท่านเจ้าคุณมองใบหน้าของภรรยา พยายามอ่านความในใจ “มีเรื่องอันใดหรือไม่ หน้าตาดูไม่ค่อยสดใส” “ไม่มีเพคะ ลูกแค่นึกถึงท่านพ่อ เป็นห่วงสุขภาพของท่านพ่อเท่านั้นเองเพคะ” คุณหญิงกุหลาบตอบ พลางปั้นรอยยิ้ม “แต่ดูท่านพ่อแย่ลงไปอีกแล้วนะเพคะ ต้องดูแลตัวเองให้มากๆ นะคะ” “ข้าคงแก่เกินกว่าจะดูแลตัวเองแล้วล่ะ” ท่านเจ้าคุณตอบเสียงอ่อน “ร่างกายมันไม่เหมือนเก่าแล้ว” คุณชายเล็กเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาประคองแขนบิดา “คุณพ่อครับ คุณหญิงบอกผมว่าคุณพ่อไม่สบาย ผมเลยรีบมาหาครับ” น้ำเสียงของเขาฟังดูเป็นห่วงเป็นใย ทว่าในแววตาฉายแววอื่นที่ซ่อนเร้น “อานนท์” ท่านเจ้าคุณมองหน้าบุตรชายคนเล็ก “เจ้าดูโตขึ้นเป็นกองเลยนะ” “ครับคุณพ่อ ผมต้องเป็นกำลังสำคัญของคุณพ่อต่อไป” คุณชายเล็กพูด พลางยิ้มอย่างมั่นใจ “กำลังสำคัญรึ” ท่านเจ้าคุณพยักหน้าช้าๆ “เจ้าแน่ใจรึ ว่าเจ้าจะรับภาระอันหนักอึ้งนี้ไหว” “แน่ใจที่สุดครับคุณพ่อ” คุณชายเล็กยืนยัน “ผมเตรียมตัวมาตลอดชีวิตเพื่อวันนี้” คุณหญิงกุหลาบมองสามีอย่างมีความหวัง “ท่านพ่อคะ คุณชายเล็กเป็นความหวังสุดท้ายของเราแล้วนะคะ” “ความหวังสุดท้ายรึ” ท่านเจ้าคุณหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้ ข้าจะต้องมานั่งคิดถึงเรื่องผู้ที่จะมาสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าสร้างมากับมือ” “ก็สมบัติทั้งหมดนี้เป็นของคุณพ่อทั้งนั้นเลยนี่เพคะ” คุณหญิงกุหลาบพูดขึ้น “ใครเล่าจะเหมาะสมเท่ากับลูกชายแท้ๆ ของท่านพ่อ” “ลูกชายแท้ๆ” ท่านเจ้าคุณทวนคำ “แล้วลูกคนโตของข้าเล่า” ทันทีที่คำว่า “ลูกคนโต” หลุดออกจากปากท่านเจ้าคุณ บรรยากาศก็พลันตึงเครียดขึ้น คุณหญิงกุหลาบหน้าเสียไปเล็กน้อย ส่วนคุณชายเล็กนั้น ใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาฉายแววแห่งความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “คุณชายใหญ่” คุณหญิงกุหลาบพูดเสียงเบา “ท่านพ่อคะ คุณชายใหญ่เขา... เขาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลยเพคะ” “เขาไม่สนใจ หรือเจ้าไม่ให้โอกาสเขา” ท่านเจ้าคุณถามเสียงเข้มขึ้น “ข้าไม่เคยเห็นเจ้าสนใจใยดีลูกชายคนโตของข้าเลยนะกุหลาบ” “เป็นเพราะคุณชายใหญ่เป็นคนอย่างไรเล่าเพคะ” คุณหญิงกุหลาบสวนกลับทันควัน “เอาแต่ใจตัวเอง ไม่เคยฟังใคร เอาแต่เชื่อเพื่อนฝูงที่รายล้อมอยู่รอบตัว” “เพื่อนฝูงที่รายล้อม” ท่านเจ้าคุณถอนหายใจ “เจ้าก็ไม่ต่างจากพวกเขาหรอก กุหลาบ เจ้าก็เข้าข้างคนของเจ้าเสมอ” “แต่คุณชายเล็กแตกต่างออกไปเพคะ” คุณหญิงกุหลาบรีบพูด “เขาตั้งใจเรียน เป็นที่ยอมรับของสังคม เขาพร้อมที่จะดูแลทุกอย่าง” “พร้อมที่จะดูแล หรือพร้อมที่จะครอบครอง” ท่านเจ้าคุณเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “เจ้าแน่ใจรึว่าเจ้าเห็นความตั้งใจของเขาจริงๆ” คุณชายเล็กก้าวเข้ามา ยื่นมือไปลูบแขนผู้เป็นมารดา “คุณแม่ครับ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยครับ คุณพ่อก็ทรงเหนื่อยมามากแล้ว เราไม่ควรทำให้ท่านไม่สบายใจ” เขาหันมาทางบิดา “คุณพ่อครับ ผมเข้าใจที่คุณพ่อเป็นห่วงคุณชายใหญ่ แต่คุณชายใหญ่ก็มีชีวิตของเขาเอง คุณพ่อคงไม่อยากบังคับใครใช่ไหมครับ” “ข้าบังคับใครไม่ได้” ท่านเจ้าคุณตอบเสียงอ่อนลง “แต่ข้าก็อยากให้ใครสักคน สานต่อสิ่งที่ข้าสร้างมาด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ใช่เห็นแก่ตัว” “คุณชายเล็กก็จะทำอย่างนั้นครับคุณพ่อ” คุณหญิงกุหลาบรีบเสริม “เขาจะรักษาทุกอย่างไว้ให้คุณพ่อได้ดีที่สุด” “ดีที่สุด รึ” ท่านเจ้าคุณมองใบหน้าบุตรชายคนเล็กอีกครั้ง พยายามมองหาความจริงใจในดวงตาคู่นั้น “ข้าไม่รู้สิ กุหลาบ อานนท์ ข้าเหนื่อยเกินกว่าจะคิดเรื่องพวกนี้แล้ว” “ท่านพ่อคะ” คุณหญิงกุหลาบพูดเสียงอ้อน “อีกไม่นาน งานใหญ่ของตระกูลเราก็จะมาถึงแล้วนะคะ งานฉลองอายุครบ 80 ปีของท่านพ่อ ผู้คนมากมายจะมาร่วมงาน จะมีข่าวลือต่างๆ นานา ถ้าเรื่องการสืบทอดอำนาจยังไม่แน่นอน ท่านพ่อจะไม่เสียชื่อหรอกหรือเพคะ” “งานใหญ่” ท่านเจ้าคุณพึมพำ “ข้าแทบจะลืมไปเสียสนิท” “เป็นโอกาสอันดีที่จะประกาศให้ทุกคนทราบว่าใครคือผู้ที่จะสืบทอดอำนาจนี้ต่อไป” คุณหญิงกุหลาบพูดเสริมอย่างรวดเร็ว “และแน่นอนว่าต้องเป็นคุณชายเล็กเท่านั้น” ท่านเจ้าคุณหลับตาลง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อย “ข้าแก่เกินไปแล้วจริงๆ กุหลาบ” เขาพึมพำ “แก่เกินกว่าจะมองเห็นความจริง” “ไม่มีใครแก่เกินกว่าจะเห็นความจริงหรอกเพคะ” คุณหญิงกุหลาบย้ำ “แต่บางที ความจริงก็ถูกบดบังด้วยบางสิ่งบางอย่าง” “บดบังด้วยอะไรเล่า” ท่านเจ้าคุณถาม “ด้วยความรักรึ” “ใช่เพคะ ด้วยความรัก” คุณหญิงกุหลาบตอบ “ความรักที่มีต่อครอบครัว” “ครอบครัว” ท่านเจ้าคุณทวนคำเสียงแผ่วเบา “บางที คำว่าครอบครัว ก็มีหลายความหมายเหลือเกิน” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ความเงียบที่ยาวนานจนน่าอึดอัด ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เอาเถอะ วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ” “แต่ว่า...” คุณหญิงกุหลาบยังอยากจะพูดต่อ “กลับไปก่อนเถอะ” ท่านเจ้าคุณพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “ข้าต้องการเวลาคิด” คุณหญิงกุหลาบกับคุณชายเล็กลุกขึ้นยืน “ค่ะท่านพ่อ” คุณหญิงกุหลาบกล่าว “แต่ลูกจะกลับมาเยี่ยมอีกนะคะ” “ไม่ต้อง” ท่านเจ้าคุณปฏิเสธ “ข้าอยากอยู่คนเดียว” ทั้งสองก้มลงกราบท่านเจ้าคุณอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ท่านเจ้าคุณนั่งอยู่ตามลำพัง ท่ามกลางแสงอัสดงที่ค่อยๆ เลือนหายไป ราวกับเป็นสัญญาณแห่งอำนาจที่กำลังจะหมดสิ้นลง

5,439 ตัวอักษร