เลือดขัตติยะร้าวฉาน

ตอนที่ 19 / 49

ตอนที่ 19 — คำสั่งเสียสุดท้ายของพระยา

"อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านพ่อ" อนงค์นาฏกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามซ่อนความกังวลที่ยังคงเกาะกุมหัวใจเอาไว้ พระยาอัศวรักษ์เงยหน้าจากกองเอกสาร ดวงตาของท่านดูอ่อนล้า แต่ยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว "อรุณสวัสดิ์ลูกรัก นั่งลงก่อนสิ" ท่านผายมือไปยังเก้าอี้ตรงข้าม อนงค์นาฏทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าของบิดาดูซีดเซียวมากกว่าปกติ ราวกับว่าการต่อสู้ดิ้นรนครั้งสุดท้ายได้พรากเรี่ยวแรงไปจนสิ้น "ท่านพ่อ...ทรงไม่สบายหรือเพคะ" "ร่างกายของคนแก่ย่อมมีวันเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา" พระยาอัศวรักษ์กล่าวเสียงแหบพร่า "แต่จิตใจยังคงเข้มแข็งพอที่จะสะสางเรื่องราวที่ค้างคา" ท่านกวาดสายตาไปที่กองเอกสารบนโต๊ะ "นี่คือพินัยกรรมฉบับสุดท้ายของข้า" หัวใจของอนงค์นาฏเต้นระรัวเมื่อได้ยินคำว่า "พินัยกรรม" ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงติดตา เธอยังคงได้ยินเสียงของนพพรและอนงค์ศักดิ์ที่พูดถึงแผนการที่ยังไม่จบ "ท่านพ่อ...ทรงหมายถึง..." "หมายถึงการจัดการทุกอย่างที่ข้าสร้างมา" พระยาอัศวรักษ์เอ่ยขึ้น "หลังจากที่ได้เห็นธาตุแท้ของบางคนที่เคยเรียกว่าครอบครัว ข้าก็ตระหนักได้ว่าการปล่อยให้ทรัพย์สินและอำนาจตกอยู่ในมือคนที่ไม่คู่ควรนั้น จะนำมาซึ่งหายนะ" ท่านหยุดหายใจเล็กน้อย "ข้าได้เซ็นแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้จัดการมรดกและผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว" อนงค์นาฏรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง "ท่านพ่อ...เพคะ...แต่...ทำไมต้องเป็นหนู...หนูไม่แน่ใจว่าหนูจะทำได้..." "มีเจ้าเท่านั้นที่ข้าไว้ใจ" พระยาอัศวรักษ์กล่าวเสียงหนักแน่น "เจ้ามีความซื่อสัตย์ มีความเด็ดเดี่ยว และที่สำคัญที่สุด เจ้ามีความรักในเกียรติยศและชื่อเสียงของตระกูลนี้มากกว่าสิ่งใด" ท่านกุมมือของอนงค์นาฏไว้ "ข้ารู้ว่ามันเป็นภาระหนัก แต่ข้าเชื่อว่าเจ้าจะแบกรับมันไว้ได้" "แต่พี่ชาย..." อนงค์นาฏพยายามจะเอ่ยถึงอนงค์ศักดิ์ แต่ก็ถูกบิดาขัดขึ้นเสียก่อน "อนงค์ศักดิ์..." พระยาอัศวรักษ์ถอนหายใจยาว "เขาได้เลือกเส้นทางของเขาแล้ว เส้นทางที่เต็มไปด้วยความโลภและความทะเยอทะยาน ข้าได้มอบโอกาสให้เขาหลายครั้ง แต่เขากลับใช้มันไปในทางที่ผิด" ท่านมองออกไปนอกหน้าต่าง "ข้าผิดเองที่ตามใจเขามากเกินไป จนหลงลืมไปว่าเลือดขัตติยะนั้น ต้องคู่กับการรักษาเกียรติยศ ไม่ใช่การเหยียบย่ำมันลงไป" "แล้วเรื่องของคุณนพพร...ท่านพ่อทรงทราบเรื่องแผนการของเขาแล้วใช่ไหมเพคะ" อนงค์นาฏถามอย่างมีความหวัง "ข้ารู้" พระยาอัศวรักษ์พยักหน้า "และข้ารู้ว่าเจ้ากับเขามีแผนการบางอย่างร่วมกัน" ท่านยิ้มบางๆ "อย่าได้กังวลไปเลยลูกรัก ข้าเห็นความตั้งใจของเจ้า และเห็นความพยายามของเจ้าที่จะปกป้องสิ่งที่ควรปกป้อง" "แล้ว...แล้วท่านพ่อจะทรงทำอะไรต่อไปเพคะ" "ข้าจะพักผ่อน" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "และรอคอยเวลาที่ทุกอย่างจะคลี่คลาย" ท่านหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนสุดของกองเอกสาร "นี่คือเอกสารสำคัญที่จะมอบให้เจ้า นอกเหนือจากพินัยกรรม" อนงค์นาฏรับซองมาอย่างงุนงง "นี่คืออะไรเพคะ" "เป็นหลักฐาน" พระยาอัศวรักษ์กล่าวเสียงเบา "หลักฐานที่จะทำให้ทุกคนประจักษ์ถึงความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมานาน" ท่านมองเข้าไปในดวงตาของลูกสาว "ข้าได้พยายามปกป้องความลับนี้มาตลอดชีวิต แต่ถึงเวลาแล้วที่มันจะต้องถูกเปิดเผย" "ความลับเรื่องอะไรเพคะ" อนงค์นาฏถามเสียงสั่น "เรื่องที่เกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แท้จริงของตระกูลเรา" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "เรื่องที่เกี่ยวกับ...พ่อของข้า" อนงค์นาฏเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ท่านปู่...ทรงมีเรื่องราวอะไรที่หนูไม่ทราบเพคะ" "พ่อของข้า...เขาไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครๆ คิด" พระยาอัศวรักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "เขาสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยวิธีการที่...สกปรก" "สกปรก...อย่างไรเพคะ" อนงค์นาฏถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ "เขา...เขาแย่งทุกอย่างไปจากคนที่คู่ควร" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "และใช้มันมาสร้างความมั่งคั่งให้กับตระกูลของเรา" ท่านกำมือแน่น "ข้าพบเอกสารเหล่านี้โดยบังเอิญเมื่อหลายปีก่อน และมันก็คอยกัดกินจิตใจข้ามาตลอด" "แล้วท่านพ่อทรงเก็บมันไว้ทำไมเพคะ" "ข้ากลัว" พระยาอัศวรักษ์ยอมรับ "กลัวว่าหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ตระกูลของเราจะถูกประณาม กลัวว่าทุกสิ่งที่พ่อสร้างมา จะพังทลายลงไปในพริบตา" ท่านมองอนงค์นาฏด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง "แต่ตอนนี้ ข้าคิดว่าถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่จะยอมรับความจริง และเริ่มต้นใหม่" "แต่...ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผย...คนอื่นๆ จะ...จะทำอย่างไรเพคะ" อนงค์นาฏถาม "นั่นคือเหตุผลที่ข้ามอบอำนาจทั้งหมดให้เจ้า" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "เจ้าจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับความจริงนี้ ข้าเชื่อในวิจารณญาณของเจ้า" ท่านยกมือขึ้นลูบศีรษะของอนงค์นาฏเบาๆ "ข้าอาจจะไม่มีเวลาอยู่ดูผลลัพธ์ทั้งหมด แต่ข้าก็มั่นใจว่าเจ้าจะจัดการมันได้ดีที่สุด" "ท่านพ่อ...ทรงหมายความว่า..." "ข้า...อาจจะ...อยู่ได้อีกไม่นาน" พระยาอัศวรักษ์กล่าวเสียงแผ่วเบา "ร่างกายของข้า...มันอ่อนแอเกินกว่าจะต่อสู้ได้อีกต่อไป" น้ำตาเริ่มคลอหน่วยของอนงค์นาฏ "ท่านพ่อ...อย่าตรัสเช่นนั้นนะเพคะ..." "อย่าเสียใจเลยลูกรัก" พระยาอัศวรักษ์กล่าว พร้อมรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อย "ชีวิตของคนเรา ย่อมมีวันสิ้นสุดเสมอ สิ่งสำคัญคือเราได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย และได้ทิ้งสิ่งดีๆ ไว้ให้กับโลก" ท่านชี้ไปที่ซองเอกสารในมือของอนงค์นาฏ "เก็บหลักฐานนี้ไว้ให้ดี และจงใช้มันอย่างชาญฉลาด" "หนูจะทำตามพระประสงค์ของท่านพ่อทุกอย่างเพคะ" อนงค์นาฏกล่าวเสียงสั่นเครือ "ดีมาก" พระยาอัศวรักษ์พยักหน้า "จำไว้ว่า การสืบทอดอำนาจที่แท้จริง ไม่ใช่การช่วงชิง หรือการยึดติดกับทรัพย์สิน แต่คือการรักษาเกียรติยศ ชื่อเสียง และความผูกพันของครอบครัว" ท่านมองไปที่เอกสาร "สิ่งเหล่านี้...มันเป็นเพียงมายา หากจิตใจไม่บริสุทธิ์" อนงค์นาฏก้มหน้ามองซองเอกสารในมือ ราวกับว่ามันมีน้ำหนักมากกว่าที่เธอเคยคาดคิด โลกที่เธอเคยรู้จักกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และเธอคือผู้ที่จะต้องแบกรับภาระอันใหญ่หลวงนี้ไว้เพียงลำพัง "ตอนนี้ เจ้าไปจัดการธุระของเจ้าได้แล้ว" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "แล้วเราค่อยมาคุยกันอีกครั้งเมื่อเจ้าพร้อม" อนงค์นาฏพยักหน้า ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เธอรู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งในหัวใจ แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด เธอหันกลับไปมองบิดาอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้พระยาอัศวรักษ์นั่งอยู่ตามลำพัง กับกองเอกสาร และความทรงจำที่ผ่านมา

5,098 ตัวอักษร