เลือดขัตติยะร้าวฉาน

ตอนที่ 32 / 49

ตอนที่ 32 — จุดพลิกผันในคืนอันเงียบงัน

ข่าวร้ายที่อนงค์นาฏได้รับในคืนนั้น ทำให้เธอต้องรีบเดินทางออกจากงานเลี้ยงทันที แม้จะได้รับคำทัดทานจากมารดา แต่เธอก็ยืนยันที่จะไป เธอรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น และมันก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความกังวล เมื่อมาถึงคฤหาสน์อัศวรักษ์ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เธอแทบจะยืนไม่อยู่ ตำรวจหลายนายกำลังเข้าออกภายในบริเวณบ้าน ท่ามกลางความโกลาหลและความตื่นตระหนกของคนรับใช้ "เกิดอะไรขึ้นคะ" อนงค์นาฏถามหนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่ตรงทางเข้า เจ้าหน้าที่มองเธอด้วยท่าทีที่ประหลาดใจเล็กน้อย "คุณคือคุณอนงค์นาฏ อัศวรักษ์ ใช่ไหมครับ" "ใช่ค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะ" เธอถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "เราได้รับแจ้งเหตุมีคนบุกรุกเข้ามาในคฤหาสน์ และมีทรัพย์สินบางอย่างสูญหายไปครับ" เจ้าหน้าที่อธิบาย "ตอนนี้เรากำลังเร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ" หัวใจของอนงค์นาฏหล่นวูบ เธอรีบเดินเข้าไปภายในบ้าน ทันทีที่ก้าวเข้าไป ภาพความเสียหายก็ปรากฏแก่สายตา ลิ้นชักถูกงัดแงะ เอกสารกระจัดกระจายไปทั่ว และที่สำคัญที่สุด คือห้องทำงานของท่านประธานอัศวรักษ์ ซึ่งเป็นห้องที่เก็บเอกสารสำคัญและของมีค่าต่างๆ ถูกรื้อค้นอย่างหนัก "คุณอาภัทร" อนงค์นาฏเรียกหาอาของเธอ ซึ่งเป็นผู้ดูแลคฤหาสน์ในส่วนนี้ "เกิดอะไรขึ้นคะ" อาภัทรปรากฏตัวขึ้นด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะเหนื่อยล้า และมีร่องรอยของความกังวลฉายชัดบนใบหน้า "อนงค์นาฏ มาแล้วหรือ" "เกิดอะไรขึ้นคะ" เธอถามอีกครั้ง "มีคนบุกรุกเข้ามาตอนที่เราไปงานเลี้ยงกันน่ะ" อาภัทรเล่า "เขาคงจะรอให้เราออกไปกันหมดแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นพวกโจรที่รู้ว่ามีของมีค่าซ่อนอยู่ที่นี่" อนงค์นาฏเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องทำงานของบิดา เธอสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติไปจากที่ควรจะเป็น "คุณอาแน่ใจนะคะว่ามีแค่ทรัพย์สินสูญหาย" อาภัทรชะงักไปเล็กน้อย "หมายความว่ายังไง" "เอกสารพวกนี้..." อนงค์นาฏหยิบเอกสารบางส่วนขึ้นมาดู "มันดูเหมือนถูกรื้อค้น ไม่ใช่แค่ค้นหาของมีค่า แต่เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่" "ก็อาจจะเป็นไปได้" อาภัทรตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก "แต่ตำรวจเขากำลังตรวจสอบอยู่" "แล้วทรัพย์สินที่หายไปคืออะไรบ้างคะ" อนงค์นาฏถาม "ก็มีพวกเครื่องประดับเก่าแก่บางชิ้น แล้วก็เงินสดบางส่วน" อาภัทรกล่าว "แต่ที่สำคัญที่สุดคือ...ตู้เซฟของท่านประธานถูกเปิดออก" อนงค์นาฏรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่หน้าอก "ตู้เซฟถูกเปิดออก" เธอทวนคำพูด "แล้วในนั้นมีอะไรบ้างคะ" "ก็...ก็มีเอกสารสำคัญบางอย่าง" อาภัทรตอบตะกุกตะกัก "แล้วก็...เพชรของท่านย่า" "เพชรของท่านย่า" อนงค์นาฏอุทานด้วยความตกใจ "มันหายไปหรือคะ" "ใช่...หายไปหมดเลย" อาภัทรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ "แม่ข้าเสียใจมาก" อนงค์นาฏเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวของเธอ เธอจำได้ว่าในการประชุมลับครั้งก่อน มีการพูดถึงเอกสารสำคัญบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในอดีตของตระกูล และมีใครบางคนพยายามจะปกปิดมันเอาไว้ "คุณอาคะ" อนงค์นาฏหันไปมองอาของเธอ "ตอนที่คุณอาเข้ามาเจอเหตุการณ์ครั้งแรก มีใครอื่นอยู่ตรงนี้ไหมคะ" "ไม่มี" อาภัทรตอบทันที "มีเพียงแค่ฉันกับแม่บ้านสองคน" "แล้วแม่บ้านสองคนนั้นอยู่ที่ไหนคะ" "พวกเขากำลังให้ปากคำกับตำรวจอยู่ที่ห้องรับแขก" อาภัทรตอบ อนงค์นาฏเดินเข้าไปดูที่ตู้เซฟที่ถูกเปิดออก เธอสังเกตเห็นร่องรอยของการงัดแงะ แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะถูกเปิดอย่างชำนาญ ไม่ใช่การงัดแงะแบบธรรมดา "คุณอาคะ" อนงค์นาฏเอ่ยขึ้น "คุณอาเคยเห็นใครที่เข้ามาในคฤหาสน์ช่วงนี้บ้างไหมคะ ที่ดูไม่น่าไว้ใจ" อาภัทรครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก็...มีคนแปลกหน้าบางคนเข้ามาถามหาท่านประธานในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ฉันก็ไล่เขาไปแล้ว" "เขาเป็นใครคะ" "ฉันไม่รู้" อาภัทรตอบ "แต่เขามีท่าทีน่าสงสัย" อนงค์นาฏเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง เธอจำได้ว่าในการรวมญาติเมื่อไม่นานมานี้ มีบางคนที่แสดงท่าทีไม่พอใจกับการขึ้นสู่ตำแหน่งของเธอ และยังคงมีความแค้นฝังลึกอยู่ "คุณอาคะ" อนงค์นาฏเอ่ย "หลังจากนี้ ถ้ามีใครเข้ามาในคฤหาสน์ ขอให้อาแจ้งให้หนูทราบทันทีนะคะ" "ได้สิ" อาภัทรตอบรับ อนงค์นาฏเดินออกจากห้องทำงานของบิดาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอรู้ดีว่าการหายไปของเพชรและเอกสารสำคัญในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการบางอย่างที่ซับซ้อนกว่าที่คิด "คุณอนงค์นาฏครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาหาเธอ "เราต้องการสอบปากคำเพิ่มเติมครับ" "ค่ะ" อนงค์นาฏตอบรับ "คุณอาภัทรคะ ดิฉันขอให้คุณอาช่วยดูแลเรื่องนี้ต่อไปก่อนนะคะ ดิฉันต้องไปจัดการธุระด่วนค่ะ" "ได้เลยลูก" อาภัทรตอบ อนงค์นาฏเดินออกมาจากคฤหาสน์ด้วยความรู้สึกที่สับสน เธอรู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น และเธอต้องเตรียมตัวรับมือกับมันให้ดีที่สุด คืนนั้น อนงค์นาฏกลับมานั่งคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด เธอรู้สึกได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในอดีต และคนที่อยู่เบื้องหลังน่าจะเป็นใครบางคนที่เธอเคยรู้จัก "ใครกันนะ ที่ต้องการเอกสารพวกนั้น และเพชรของท่านย่า" เธอพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงคำพูดของอลงกรณ์ในวันรวมญาติ "พี่อยากจะขอโทษเธอเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมา" "พี่อลงกรณ์..." เธอเอ่ยชื่อพี่ชายออกมาด้วยความสงสัย "เขาจะเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า" เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และโทรหาอลงกรณ์ "ฮัลโหล" เสียงของอลงกรณ์ดังขึ้น "มีอะไรหรืออนงค์นาฏ" "พี่คะ คือ...เมื่อกี้ที่บ้านมีคนบุกรุกเข้ามาค่ะ" อนงค์นาฏเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พี่ชายฟัง "อะไรนะ!" เสียงของอลงกรณ์แสดงความตกใจ "แล้วเป็นไงบ้าง" "มีทรัพย์สินสูญหายไป แล้วก็ตู้เซฟของท่านประธานถูกเปิดออกค่ะ" "ตู้เซฟ..." อลงกรณ์นิ่งไปครู่หนึ่ง "แล้วในนั้นมีอะไรบ้าง" "มีเอกสารสำคัญ แล้วก็เพชรของท่านย่าค่ะ" "เพชรของท่านย่า!" อลงกรณ์อุทานด้วยความตกใจ "เป็นไปไม่ได้" "พี่คะ" อนงค์นาฏถามด้วยความสงสัย "พี่พอจะทราบไหมว่าใครอาจจะทำเรื่องนี้" อลงกรณ์เงียบไปนานกว่าปกติ "พี่...พี่ไม่รู้จริงๆ" น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่นัก ทำให้อนงค์นาฏยิ่งสงสัยมากขึ้น "พี่คะ" เธอถามอีกครั้ง "เมื่อวานที่งานรวมญาติ พี่พูดว่าพี่อยากจะขอโทษหนูเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมา หมายความว่ายังไงคะ" "พี่ขอโทษที่เคยทำผิดต่อเธอ" อลงกรณ์ตอบ "พี่เคยคิดน้อย และเคยหลงผิดไป" "แล้วเรื่องเอกสารที่หายไปล่ะคะ พี่พอจะรู้บ้างไหม" อนงค์นาฏพยายามเค้นคำตอบจากพี่ชาย "พี่ไม่รู้จริงๆ อนงค์นาฏ" อลงกรณ์ยืนยัน "แต่ถ้ามีอะไรที่พี่ช่วยได้ พี่จะช่วยนะ" อนงค์นาฏรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างในน้ำเสียงของพี่ชาย เธอรู้ดีว่ามีบางสิ่งที่เขากำลังปิดบังเธออยู่ แต่ในตอนนี้ เธอยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวโทษใคร "ค่ะพี่" เธอตอบรับ "ขอบคุณค่ะ" หลังจากวางสายจากอลงกรณ์ อนงค์นาฏก็นั่งนิ่งไป เธอกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่เธอได้รับ เธอรู้ว่าการโจรกรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโจรกรรมธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่านั้น และเธอก็ต้องหาทางคลี่คลายปริศนานี้ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

5,553 ตัวอักษร