เลือดขัตติยะร้าวฉาน

ตอนที่ 6 / 49

ตอนที่ 6 — คำสารภาพจากใจ ความจริงที่ซ่อนเร้น

เสียงฝนตกกระทบหลังคากระจกดังเป็นจังหวะ บรรยากาศภายในห้องทำงานของพระยาอัศวรักษ์ดูมืดครึ้มและหนักอึ้งยิ่งขึ้น ท่านทนายสมศักดิ์ นั่งเงียบๆ มองพระยาอัศวรักษ์ที่กำลังจดจ่ออยู่กับสมุดบันทึกและจดหมายเก่าๆ "ท่านเจ้าคุณครับ" ท่านทนายเอ่ยขึ้นหลังจากปล่อยให้ความเงียบดำเนินไปนาน "ผมคิดว่าเราควรจะจัดการเรื่องพินัยกรรมให้เสร็จสิ้นนะครับ" พระยาอัศวรักษ์เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อย "ท่านทนายครับ ฉันขอเวลาอีกสักครู่" "ได้ครับ" ท่านทนายตอบรับ "แต่ผมเกรงว่าถ้าปล่อยไว้นานไป อาจจะมีปัญหาตามมาได้" "ผมเข้าใจ" พระยาอัศวรักษ์วางสมุดบันทึกลง "แต่เรื่องนี้มันสำคัญจริงๆ" เขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาอีกครั้ง มันเป็นจดหมายที่เขียนถึงมารดา เป็นจดหมายที่เขาไม่เคยได้ส่งให้ "ท่านแม่ครับ..." เขาเริ่มอ่านด้วยเสียงที่สั่นเครือ "ลูกขอโทษที่ต้องทำตามความประสงค์ของคุณพ่อ ลูกไม่อยากทำให้ท่านผิดหวัง แต่ลูกก็เสียใจเหลือเกินที่ต้องทิ้งความสุขของตัวเองไป..." พระยาอัศวรักษ์วางจดหมายลง เขามองไปยังภาพวาดของตัวเองที่ตั้งอยู่มุมห้อง "ตอนที่ฉันเป็นหนุ่ม ฉันมีความฝันของตัวเอง ฉันอยากจะเป็นนักดนตรี ไม่ใช่ทหาร" ท่านทนายมองพระยาอัศวรักษ์ด้วยความประหลาดใจ "ไม่เคยมีใครทราบเรื่องนี้มาก่อนเลยครับ" "ไม่มีใครทราบ" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "เพราะฉันถูกบังคับให้เลือกเส้นทางที่คนอื่นต้องการ" เขาถอนหายใจยาว "ฉันยอมทำตามคำสั่งของพ่อ เพราะฉันรักแม่ ไม่อยากเห็นแม่ต้องเสียใจ" "แล้วเรื่องความรักล่ะครับ" ท่านทนายถามอย่างระมัดระวัง "ในจดหมายที่คุณอ่านเมื่อครู่..." "อ้อ" พระยาอัศวรักษ์ยิ้มเศร้าๆ "เธอชื่อกัญญา เป็นผู้หญิงที่ฉันรักมากที่สุดในชีวิต แต่ครอบครัวของฉันไม่ยอมรับ เธอมาจากครอบครัวที่ไม่มีฐานะ เราถูกบังคับให้เลิกกัน" "ผมเสียใจด้วยนะครับ" ท่านทนายกล่าว "ไม่เป็นไร" พระยาอัศวรักษ์ส่ายหน้า "มันเป็นอดีตไปแล้ว" เขามองไปยังเอกสารพินัยกรรมบนโต๊ะ "แต่เรื่องของอดีต มันกำลังจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของลูกๆ ของฉัน" "ท่านเจ้าคุณหมายความว่ายังไงครับ" "ฉันเห็นความโลภในแววตาของลูกๆ" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "ฉันเห็นพวกเขาพร้อมที่จะเหยียบย่ำทุกสิ่ง เพื่อแย่งชิงอำนาจและทรัพย์สมบัติ" "แต่พินัยกรรมฉบับนี้..." "พินัยกรรมฉบับนี้ มันสะท้อนถึงสิ่งที่ฉันคิดว่าดีที่สุดสำหรับพวกเขา" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "แต่ฉันก็รู้ว่ามันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ" "ถ้าเช่นนั้น ท่านเจ้าคุณจะแก้ไขอะไรไหมครับ" พระยาอัศวรักษ์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอีกครั้ง และเปิดไปยังหน้าสุดท้าย "ฉันเขียนข้อความนี้ไว้เมื่อคืนนี้" เขาพูดเสียงเบา "มีข้อความว่าอย่างไรหรือครับ" "ฉันเขียนว่า..." พระยาอัศวรักษ์อ่านข้อความในสมุดบันทึก " 'ถึงลูกรักของพ่อ ถึงแม้พ่อจะจากไปแล้ว พ่อก็ยังคงรักและห่วงใยพวกเจ้าเสมอ พ่อหวังว่าพวกเจ้าจะตระหนักถึงความสำคัญของความรัก ความสามัคคี และความกตัญญู จงอย่าปล่อยให้ความโลภและความทะเยอทะยานบดบังหัวใจของพวกเจ้า จงร่วมมือร่วมใจกันสร้างตระกูลของเราให้เจริญก้าวหน้าสืบไป' " เขาปิดสมุดบันทึก "ฉันหวังว่าคำพูดของพ่อ จะทำให้พวกเขากลับมาคิดได้" "ผมเชื่อว่าลูกๆ ของท่านจะเข้าใจครับ" ท่านทนายกล่าว "แต่หากเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ ท่านเจ้าคุณจะจัดการอย่างไร" พระยาอัศวรักษ์มองท่านทนายด้วยแววตาที่แน่วแน่ "ถ้าพวกเขายังคงดื้อดึง ฉันจะมอบอำนาจการบริหารบริษัททั้งหมดให้แก่อรณิชา" ท่านทนายตาโต "คุณหนูอรณิชาหรือครับ" "ใช่" พระยาอัศวรักษ์ยืนยัน "เธอเป็นคนเดียวที่ไม่เคยแสดงความโลภออกมา เธอซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบ ฉันเชื่อว่าเธอจะสามารถนำพาบริษัทของเราไปในทิศทางที่ถูกต้องได้" "เป็นความคิดที่ดีครับ" ท่านทนายกล่าว "แต่ผมเกรงว่าการตัดสินใจนี้ อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับบุตรชายทั้งสองท่านได้" "ฉันรู้" พระยาอัศวรักษ์กล่าว "แต่ฉันก็ต้องทำ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉันตอนนี้ คือการรักษาความสงบสุขของตระกูล" ท่านทนายพยักหน้า "ถ้าเช่นนั้น ผมจะดำเนินการตามที่ท่านเจ้าคุณแจ้งนะครับ" พระยาอัศวรักษ์พยักรับ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเม็ดฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เขาหวังว่าพายุแห่งความขัดแย้งในครอบครัวของเขา จะสงบลงในไม่ช้า

3,321 ตัวอักษร