ตอนที่ 14 — การเคลื่อนไหวที่ซ่อนเร้น
แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมายังคฤหาสน์หลังใหญ่ รังสีนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขา จ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง สวนสวยยามค่ำคืนดูสงบเงียบ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด แผนการที่วางไว้กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เขาได้เตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว แต่ก็ยังมีความกังวลแฝงอยู่
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น "เข้ามา" รังสีกล่าว
ภาคินเดินเข้ามาในห้อง เขาดูเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ยังคงความแข็งแกร่ง
"เป็นอย่างไรบ้าง" ภาคินถาม
"ทุกอย่างเป็นไปตามแผน" รังสีตอบ "ผมได้ส่งข้อมูลบางส่วนไปให้วินัยแล้ว เขาพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการในส่วนของเขา"
"แล้วเรื่องชาญณรงค์ล่ะ" ภาคินถาม
"เขากำลังสงสัย" รังสีตอบ "แต่ยังไม่รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร เขายังคงมั่นใจในตัวเองมากเกินไป และนั่นคือจุดอ่อนของเขา"
"ผมยังอดเป็นห่วงเรื่องคุณภาคินไม่ได้" ภาคินกล่าว "ชาญณรงค์เป็นคนอันตราย"
"ผมรู้" รังสีพยักหน้า "แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เราต้องหยุดเขาให้ได้ก่อนที่เขาจะทำลายทุกอย่างไปมากกว่านี้"
"ผมเชื่อในตัวคุณ" ภาคินกล่าว "และผมพร้อมที่จะร่วมมือกับคุณเต็มที่"
"ขอบคุณ" รังสีกล่าว "แต่ผมอยากให้คุณอยู่ห่างๆ จากเรื่องนี้ให้มากที่สุด จนกว่าจะถึงเวลาที่จำเป็น"
"ผมไม่สามารถทำอย่างนั้นได้" ภาคินสวนกลับทันควัน "นี่คือครอบครัวของผม ผมต้องมีส่วนร่วม และผมต้องปกป้องคนที่ผมรัก"
"ผมเข้าใจ" รังสีถอนหายใจ "แต่คุณต้องเชื่อผม เราจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีที่สุด"
"ตกลง" ภาคินยอม "แต่ถ้าผมเห็นว่ามีอะไรผิดพลาด ผมจะลงมือเอง"
รังสีมองภาคินด้วยความชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของเขา "เอาล่ะ ตอนนี้เรามาคุยกันถึงรายละเอียดของแผนการในวันพรุ่งนี้"
ทั้งสองคนเริ่มทบทวนแผนการกันอีกครั้งอย่างละเอียด รังสีอธิบายถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องทำ การประสานงานกับทีมงานของเขา และการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
"ผมได้เตรียมคนของเราไว้แล้ว" รังสีกล่าว "พวกเขาจะคอยสนับสนุนคุณในทุกๆ ด้าน"
"ผมหวังว่าพวกเขาจะไว้ใจได้" ภาคินกล่าว
"ไว้ใจได้แน่นอน" รังสีตอบ "พวกเขาภักดีต่อผม และพวกเขาต้องการเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นเช่นเดียวกับเรา"
ขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนกันอยู่นั้น ที่บ้านพักของวินัย บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด วินัยกำลังนั่งอยู่กับทนายความส่วนตัวของเขา
"คุณแน่ใจนะว่าข้อมูลที่คุณให้มามันถูกต้องทั้งหมด" ทนายความถาม
"ผมแน่ใจ" วินัยตอบ "ผมได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว"
"ถ้าอย่างนั้น เราก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามกฎหมาย" ทนายความกล่าว "แต่การสู้คดีนี้อาจจะยาวนานและซับซ้อน"
"ผมรู้" วินัยตอบ "แต่ผมไม่ยอมให้ชาญณรงค์ลอยนวลไปได้อีกแล้ว"
"แล้วเรื่องภาคินล่ะ" ทนายความถาม "คุณจะเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะชนหรือไม่"
วินัยลังเล เขาไม่อยากให้เรื่องราวของครอบครัวต้องตกเป็นข่าว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องการให้ความจริงปรากฏ
"ผมขอเวลาคิดอีกสักหน่อย" วินัยกล่าว
"ตามที่คุณต้องการ" ทนายความตอบ "แต่เราต้องตัดสินใจให้เร็วที่สุด"
วินัยมองออกไปนอกหน้าต่าง เขานึกถึงภาพของภาคิน และนึกถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวของเขาต้องเผชิญมาตลอด เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อความยุติธรรม
"เราจะยื่นฟ้อง" วินัยกล่าวอย่างหนักแน่น "และผมจะให้สัมภาษณ์สื่อ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด"
ทนายความพยักหน้า "เข้าใจแล้วครับ"
วินัยรู้สึกโล่งใจขึ้น เขาได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ และเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผลที่จะตามมา
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาญณรงค์กำลังเตรียมตัวจะเดินทางไปประชุมที่บริษัท ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขาเห็นว่าเป็นเบอร์ของทนายความวินัย
"ว่าไง" ชาญณรงค์รับสาย
"คุณชาญณรงค์ครับ ผมในฐานะทนายความของคุณวินัย ขอเรียนให้ทราบว่าเราได้ยื่นฟ้องคุณในข้อหายักยอกทรัพย์สินของบริษัท และสร้างหลักฐานเท็จต่อศาลแล้วครับ"
ชาญณรงค์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง "อะไรนะ!"
"และในเวลาอันใกล้นี้ คุณวินัยจะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อสาธารณชนครับ"
ชาญณรงค์กำหมัดแน่น ใบหน้าซีดเผือด แผนการของเขากำลังจะพังทลายลง
"เป็นไปไม่ได้!" ชาญณรงค์ตะโกน "พวกแกมันกล้าดียังไง!"
"ผมขอตัวก่อนครับ" ทนายความวางสายไป
ชาญณรงค์โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรง เขาเดินไปมาในห้องอย่างกระวนกระวาย เขาถูกบีบเข้ามาทุกทิศทาง
"รังสี... แก!" ชาญณรงค์พึมพำ
เขาตัดสินใจแล้ว เขาต้องรีบลงมือทำอะไรบางอย่างก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
3,446 ตัวอักษร